ปลอดประสพ หารือร่างกฎหมายประมงใหม่ เน้นอนุรักษ์-คุ้มครองอาชีพ рыб่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๗

ปลอดประสพ สุรัสวดี หารือปัญหาการประมงที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนรัฐบาลและการแทรกแซงจากต่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้เร่งร่างกฎหมายประมงฉบับใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของไทย เพื่อคุ้มครองอาชีพชาวประมง รักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืน และแก้ไขความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่ยังลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำ ขณะเดียวกันเสนอให้ปรับนิยาม "ทะเลชายฝั่ง" ทบทวนกฎหมายแรงงานและเครื่องมือประมงให้สอดคล้องกับความเป็นจริง สนับสนุนการกระจายอำนาจ สร้างอุตสาหกรรมต่อและซ่อมเรือในประเทศ และแยกกฎหมายควบคุมการประมงในน่านน้ำกับนอกน่านน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ผมมีเรื่องจะเรียน ในเบื้องต้น ๔ ข้อ ผมจะพยายามพูดให้สั้น ๆ นะครับ เพราะว่าเราคงจะต้องมีการลงมติกัน ตั้ง ๗๐ ครั้ง ซึ่งก็มากที่สุดในประวัติการณ์ในประสบการณ์ของตัวผมเอง

เอาเรื่องแรกก่อน กราบเรียนท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎร ๒ สมัย สมัยที่แล้วภายใต้รัฐบาล คสช. ก็แล้วกันพูดง่าย ๆ ก็ได้ตระหนักถึงปัญหาประมง ท่านทั้งหลายซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในห้องนี้ก็โหวต Unanimous ว่าต้องไปศึกษาและต้องแก้ ก็ได้ทำงานกัน ผมก็ได้ช่วยอยู่ด้วย แล้วก็ทำจนเสร็จ ปรากฏว่าเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลการจัดตั้ง รัฐบาลมันช้ามันก็เกิดช่องว่างก็ไม่สามารถจะนำการศึกษานั้นออกมาเป็นกฎหมายได้เลย พอขึ้นรัฐบาลใหม่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ไม่ต่ำกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า เลือกตั้งครั้งหนึ่งก็มักจะมีคนใหม่เข้ามา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ลงมติอย่างนี้อีก เป็นเอกฉันท์ ว่าต้องศึกษา ผมก็เอาไปศึกษากับคณะกรรมาธิการ ก็ได้ผลมาคล้ายเคียงกับการศึกษา ครั้งแรก จากนั้นสภาก็บอกว่าแก้ตามที่ศึกษามานี้ พวกผมก็แก้ ก็เสร็จภายใน ๘ เดือน ก็มารอรับรางวัลจากท่านประธาน เพราะไปดูแล้วอันนี้เป็นประวัติศาสตร์ของการแก้ เกือบทั้งฉบับแล้วใช้เวลาเพียง ๘ เดือน ถามว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ คำตอบนี้ท่านที่อยู่ ข้างล่างจะตอบได้ดีที่สุด เพราะท่านตระหนักถึงปัญหา ทีนี้ผมจะเริ่มแบบนี้ว่าก่อนที่เราจะนั่ง ทำงานกัน เราก็มานั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็คิดออก ๗ ข้อ ซึ่ง ๗ ข้อนี้ผมจะเรียกว่า เป็นจิตสำนึกของพวกเราก่อนที่จะทำงาน

ข้อแรกนะครับ ทุกคนในกรรมาธิการรู้ดีว่ามีความพยายามที่จะแทรกแซงจาก ต่างประเทศตลอดเวลาไม่เคยหยุด ไม่เคยหยุดแม้กระทั่งเมื่อวานนี้ ซึ่งเราไม่ยอม

ข้อ ๒ ที่ผ่านมานี้ต้องเอ่ยชื่อกันนะครับช่วยไม่ได้ รัฐบาล คสช. ยอมทำตาม แรงกดดันของต่างประเทศด้วยเหตุผลของท่าน อันนี้เราก็รู้ ที่ต้องรู้อย่างนี้เราจะได้รู้ว่าเรามี อิสระสักแค่ไหน

ข้อ ๓ การยอมทำตามแรงกดดันที่ว่ามีผลทำให้ใช้มาตรา ๔๔ ถึง ๒ ครั้ง เพื่อสร้าง พ.ร.ฎ. การประมงขึ้นมา ซึ่งไม่มีหรอกครับ พ.ร.ฎ. ของกฎหมายเดียวจะถูก เปลี่ยนแปลงถึง ๒ ครั้ง

ข้อ ๔ เราตั้งใจที่จะสร้างกฎหมายประมงใหม่ให้เป็นกฎหมายที่อยู่ใน มาตรฐานของสากล เราได้พบว่ากฎหมายฉบับเดิมนั้นมันรุนแรงเกินกว่าเหตุนะครับ มันสร้าง ความทุกข์ยากให้กับชาวประมง กระทบกับเศรษฐกิจ กระเทือนกับความมั่นคงทางอาหาร ถึงขั้นประเทศไทยต้องนำเข้าปลามารับประทานซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมเกิดมาจนวันนี้ ๘๐ ปีก็เพิ่งเจอแบบนี้ครั้งแรกนะครับ

ข้อ ๕ สืบเนื่องจาก พ.ร.ฎ. ๒ ฉบับภายใน ๖ เดือนนี้ตั้งใจที่จะออกมาใช้ บังคับ (ขู่เข็ญอย่างรุนแรง) ก็ตามมาด้วยกฎหมายลูกนับร้อยฉบับ เป็นร้อยฉบับ เขาเรียกว่า ออกกันประจำเดือนกระมัง ตลอด แล้วกฎหมายลูกที่ว่านี้บางทีก็ใช้ดี บางทีก็ใช้เลว ว่าอย่างนั้นเถอะนะครับ เป็นช่องทางของคอร์รัปชันด้วย เป็นช่องทางของการข่มเหงรังแก ชาวประมงด้วย

ข้อ ๖ ในขณะที่เราร่างเราก็รู้อยู่ตลอดเวลาว่าองค์การระหว่างประเทศ หรือประเทศเหล่านั้นที่ผมพูดไปแล้วนี่ยังพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะแทรกแซงเรา

ข้อ ๗ เราพบความไม่เท่าเทียมในหมู่ประเทศรอบ ๆ เรา เอ่ยชื่อได้นะครับ เพราะไม่ได้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นพม่า ไม่ว่าจะเป็นเขมร ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม เขาไม่กระทบ เพราะเขาไม่แคร์ เรากระทบเพราะเราแคร์ เราใจอ่อน การที่เขาไม่แคร์ท่านรู้ไหมอะไรเกิดขึ้น เขาก็ยังทำการประมงเหมือนเดิม แต่จับแล้วเขาไม่ได้ส่งออกครับ เขาแอบส่ง (แอบส่งเข้ามา ในประเทศไทย) ส่งเข้ามามากจนกระทั่งราคาสัตว์น้ำในประเทศไทยราคาตก รวมความแล้ว เราเป็นเด็กดีแต่ได้รับผลร้าย สุดท้ายเราพบว่าเรื่องนี้ต้องรีบแก้ไข ถ้าไม่รีบแก้ไขหายนะ แน่นอนครับ นี่คือสติที่เราตั้งไว้ ๗ ข้อ ทีนี้เมื่อเราได้สติแล้วเราก็มาคิดว่าโอเค ปรัชญา หรือหลักคิดของเรานี่จะเอาอย่างไร เราก็พบว่ามันมี ๗ อย่างที่ทุกคนจะต้องยืนนะครับ

ข้อแรก กฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ต้องเป็นกฎหมายของประเทศไทยนะครับ

ข้อ ๒ บริบทการประมงภายใต้กฎหมายนี้หรือกฎหมายนี้จะสะท้อนบริบท การประมงแบบไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี เครื่องมือระดับเศรษฐกิจ

ข้อ ๓ บทลงโทษชาวประมงจะต้องเหมาะสมกับความเสียหาย จะต้องไม่มอง ชาวประมงเป็นอาชญากร เพราะไม่ใช่มันเป็นแต่เพียงอาชีพของเขาเท่านั้น ซึ่งเขาอาจจะทำ ผิดพลาดไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

ข้อ ๔ เราต้องการจะเปิดโอกาสให้ชาวประมงขนาดเล็กได้เจริญเติบโต ใหญ่ขึ้นไป ไม่ใช่ดักดานว่าชาวประมงขนาดเล็กก็อยู่แค่นี้ เวลาก็มีแค่นี้ พื้นที่ก็มีแค่นี้ มันก็เหมือนกับ SMEs นี่เป็นวิธีคิดที่สอดคล้องกับระบบ SMEs คือสร้างชาวประมงขนาดเล็ก ให้เจริญเติบโตใหญ่ขึ้น

ข้อ ๖ มันมีกฎหมายหลายฉบับที่มาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงาน กฎหมายการเดินเรือเจ้าท่า หรือกฎหมายอะไรเยอะแยะ แต่ละกฎหมายนี้เขามีหลักข้อคิด ของเขา แต่ว่ารัฐบาลชุดนั้นเอากฎหมายทั้งหลายแหล่ยัดเข้าไปอยู่ในประมงอันเดียวมันก็ทำ ให้เกิดความยุ่งยากนะครับ

ข้อ ๗ ข้อสุดท้าย ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ กฎหมายประมงเป็นกฎหมาย ในลักษณะของการปกป้อง คุ้มครอง อนุรักษ์ทรัพยากรให้มีอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน เป็นกฎหมาย ที่อำนวยความสะดวกให้เกิดกับคนทำมาหากิน ไม่ใช่กฎหมายที่สร้างมาเพื่อติดตาม จับผิด ลงโทษ มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้นี่คือหลักคิดของเรา ด้วยหลักคิดนี้นะครับ เกิดมาเป็นเอกสาร วันนี้ที่อยู่กับท่าน มันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ๑๓ ข้อ ผมคาดเอาเองว่าใน ๑๓ ข้อนี้ จะมีสักไม่เกิน ๒ ข้อที่จำเป็นจะต้อง Debate กันในห้องประชุมนี้

ข้อแรก ก็คือเราจะนิยาม คำว่า ทะเลชายฝั่ง เสียใหม่ เมื่อก่อนนี้ทะเลชายฝั่ง เรายืดเสียยาวเลย ด้วยเหตุผลทางวิชาการกับเหตุผลข้อเท็จจริงทางด้านภูมิศาสตร์เรายอม ลดลงมา ทำให้ชาวประมงมีพื้นที่ทำการประมงมากขึ้น แต่การลดลงมาที่ว่านี้จะต้องอยู่ใน พื้นฐานของทางวิชาการนะครับ

ข้อ ๒ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วนะครับ มันมีกฎหมายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประมง โดยตรงแต่มันจะต้องนำมาใช้ เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายแรงงานได้สร้างใหม่ขึ้นมาแล้ว แล้วก็สามารถมาสนับสนุนการทำงานของประมงได้ก็ปล่อยไปอย่างนั้น ไม่นำกฎหมาย แรงงานเข้ามา ถามว่าทำไม สมมุติมีชาวประมงคนหนึ่งทำความผิด กับคนงานคนหนึ่ง ทำความผิดในโรงงานนะครับ ปรากฏว่าชาวประมงที่ทำผิดในเรือในทะเลนี้กฎหมายแรง เพราะถือว่าไปทำลายทรัพยากร ก็เอาความแรงของชาวประมงคนเดียวนี้ซึ่งเป็นแรงงาน ไปลงโทษแรงงานในโรงงานครับ ซึ่งเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากมาจากบ้านเอาข้าวมาบ้าง ไม่เอาข้าวมาบ้างมานั่งทำงาน ทำเสร็จก็กลับบ้าน แต่บังเอิญไปผิดอะไรก็ไม่รู้ โทษดันเหมือน ประดุจว่าอยู่ในเรือแล้วไปทำความผิดในทะเล อ้ายอย่างนี้มันไม่ได้ มันคนละบรรยากาศ คนละสถานที่นะครับ

ข้อ ๓ เราก็อยากให้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติทำงานได้ เต็มที่ ไม่ใช่แต่งตั้งไปจากพรรคพวก เราก็เพิ่มจำนวนให้ เพิ่มเวลาให้ แล้วก็ให้สร้างบริบท ให้เลือกคนที่มีความรู้จริง ๆ ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์

ข้อ ๔ ผมได้เรียนแล้วนะครับ เราอยากให้ชาวประมงขนาดเล็กได้ออกไป ไกล ๆ เพราะฉะนั้นเราก็พยายามให้พื้นที่เขา ให้เวลาเขา เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ประมงพื้นบ้าน จะสามารถออกไปไกลกว่าเดิมได้ ส่วนไกลแค่ไหนประเดี๋ยวมาดูกันในรายละเอียด

ข้อ ๖ เรื่องการดัดแปลงเครื่องมือ เรือประมงไม่ต้องไปดัดแปลงมันหรอกครับ อย่างเก่งก็คือให้วิ่งเร็วขึ้นหรือเร็วลง แต่เครื่องมือซึ่งเป็นตัวจับสัตว์น้ำมันจะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ชนิดของปลา แล้วอยู่ ๆ ของเดิมการดัดแปลงเครื่องมือก็ทำไม่ได้ อยู่อย่างไรก็ให้มันอยู่ อย่างนั้นนะครับ เสื้อผ้าพวกท่านทั้งหลายยังเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เปลี่ยนไปตามแฟชั่น ถ้ามีกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาว่าให้ท่านนุ่งผ้าซิ่นตลอดตั้งแต่เกิดจนตายท่านว่าถูกหรือเปล่า แต่มีในกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายเดิมนะครับ

ข้อ ๗ เรื่องสัตว์น้ำวัยอ่อน ฝรั่งกินปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาฮาลิบัต ตัวเบ้อเร่อ คนไทยมีกินกะปิน้ำปลาจากเคย เพราะฉะนั้นการเอา Definition ของปลาฝรั่ง มาใช้ในบ้านเรามันไม่ได้ แล้วปลาเล็ก ๆ ในบ้านเราที่เรากินกันมาตลอดที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ อายุมันก็สั้น ไม่จับมันมันก็ตาย เพราะฉะนั้นก็ต้องเชื่อทางวิชาการครับว่าอ้ายตัวนี้มันอายุสั้น อ้ายตัวนี้มันอายุยาว อ้ายตัวนี้มันตัวใหญ่ อ้ายตัวนี้มันตัวเล็ก เราก็เขียนออกมาตามนั้น ไม่ใช่ว่าเห็นอะไรตัวเล็กกูห้ามดะ อย่างนี้ไม่ได้ อันนี้เราแก้นะครับ

ข้อ ๘ อันนี้ก็มีการสงวนคำแปรนะครับ แล้วก็มีเย้ว ๆ อยู่ข้างหน้านี่นะครับ เรื่องช่องตาอวนขนาดเล็ก แต่เดิมเขาห้าม ๑๒ ไมล์ทะเลเขาไม่ให้หมด คราวนี้เขาบอกว่าให้ แต่ให้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ เช่น เงื่อนไขทางวิชาการ แล้วก็เงื่อนไขในเรื่องของไฟ หรือพูด ง่าย ๆ ก็คือว่า ๑๒ ไมล์ทะเลเอาอวนเล็กออกไปไฟห้ามใช้เด็ดขาด ยกเว้นในทางวิชาการ ซึ่งที่มาร้อง ๆ อยู่นี่ผมคิดว่าใครไปยุไม่รู้นะครับ คงจะเข้าใจผิด

ข้อ ๙ การแจ้งเข้าออกท่าเทียบเรือ ไปเขียนกฎหมายท่าน เขียนกฎหมาย ตั้งใจดีแต่ไม่มีประสบการณ์ ก็พยายามติดตามเรือที่เขาเรียกว่า Vessel Monitoring System เพราะฉะนั้นเรือไปในไหนเราจะรู้หมด เหมือนรถยนต์ไปไหนเราจะรู้หมด ก็เอาไป ใช้กับเรือเพื่อที่จะควบคุมว่าเรือไปอยู่ที่ไหน ไปจับปลาอะไร ไปรุกล้ำดินแดนหรือเปล่า ปรากฏว่าเอามาใช้นะครับ เช่น เขาเข้าเรือมา มาจอดบ้านพ่อ พรุ่งนี้เอาปลาลงแล้วจะไป บ้านแม่ห่างกัน ๑๐๐ เมตรมันก็เปลี่ยนสถานที่ หรือเรือจะต้องไปเติมน้ำมันก็ต้องเปลี่ยน สถานที่ หรือเรือจะต้องไปซ่อมก็ต้องเปลี่ยนสถานที่เขาก็ไม่แจ้ง เป็นความผิดอีกท่าน มันจะถูกหรือ มันต้องเข้าใจเจตนารมณ์ ท่านทนฟังอีกนิด อีก ๓ ๔ ข้อ

ข้อ ๑๐ เรือประมงไทยมันลำเล็ก ๓๐ ๔๐ ตัน ไปจับไกล ๆ เมื่อใดก็ตาม จับปลาได้เยอะเต็มลำแล้ว แต่คนยังมีกำลังหรือมีน้ำมันที่จะทำอยู่ต่อ เขาก็ไม่อยากเข้าฝั่ง เขาก็ฝากเรือเพื่อนเขาเข้าฝั่ง ไปเชื่อฝรั่งมัน นี่มันนะครับ ผมก็ไม่อยากจะให้เกียรติ บอกไม่ได้ ฝากอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เราเปลี่ยนบอกฝากได้แต่ต้องขออนุญาตนะ พูดกันมาตั้งแต่ต้นว่าคุณ เป็นเรือประมงด้วย รับฝากด้วย รับฝากจากใครมาอย่างไร ที่ไหน ไม่ใช่ห้ามหมดนะครับ

ข้อ ๑๑ ความผิดร้ายแรงที่เรียกว่า IUU ต้องแยกครับว่านอกน่านน้ำไทยกับ ในน่านน้ำไทยมันเป็นอย่างไรครับ นอกน่านน้ำไทยทะเลหลวงมันเป็นของหลวงก็ว่าไปอย่าง แล้วคุณก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องได้ แต่ในน่านน้ำไทยมันของพวกผมนะ จะผิด จะถูก ก็พวกผมนะ เพราะฉะนั้นจะเอาโทษข้างนอกมาใช้ในประเทศไทยไม่ได้ จะเอาโทษใน ประเทศบ้านคุณมาใช้กับประเทศไทยไม่ได้ เรือเขานะครับเรือในยุโรป ๑,๐๐๐ ตัน ๒,๐๐๐ ตัน จับปลาได้ ๑,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นโทษมันก็ต้องแรง ถูกไหมครับ เรือไทย ๓๐ ตัน จับปลาได้แค่ ๑๐๐ ตัน มันจะเป็นโทษเท่ากันได้อย่างไร ท่านทราบไหมครับ เรือประมงไทยบางลำถูกปรับแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นเงิน เล็ก ๆ หรือ อาชีพบ้าบออะไรครับปรับเขา ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็แก้นะครับ

ข้อต่อไปก็คือว่า โทษมันต้องลดหลั่น ผิดเล็ก ผิดน้อย ไม่มีเจตนาอะไร ไม่ใช่ลงโทษเท่ากันหมดอันนี้เราก็เปลี่ยน เรื่องการชดเชย เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างท่าน ออกระเบียบบังคับให้เรือประมงติดที่เรียกว่า MSY ตัวละ ๒๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท สตางค์ ก็ไม่ให้เขา ไปบังคับชาติอื่น ชาติอื่นเขาบอกยินดีติดเอาสตางค์มาสิ หรือไม่ก็เอาของมา ประเทศไทยไม่พูดสักคำท่านติด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เวลาเราไปบังคับเกษตรกรให้มีหรือไม่มีอะไร อย่างไร รัฐบาลช่วยตลอดนะท่าน แล้วทำไมเป็นชาวประมงถึงถูกบังคับแล้วไม่ได้รับการ เยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย ฝนตกน้ำแล้ง แมลงลง รัฐบาลช่วย เรือประมงล่ม ทำไมไม่ช่วย หรือชาวประมงไม่ใช่เกษตรกร หรือกรมประมงนี้มันไม่ได้อยู่กับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ถ้าไม่อยากให้อยู่ก็แยกกระทรวงมาเลย เพราะฉะนั้นอันนี้เอามาเขียนใหม่ นะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง อันนี้เป็นของใหม่เอี่ยม ก็คือว่าอย่างที่ผมเกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่า รอบ ๆ บ้านเราเขาไม่สนใจ เขาก็จับ ๆ ของเขา ผิดถูกกูไม่รู้กูจับ แล้วก็แอบลักลอบเข้ามา ในบ้านเราหรือก็เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย เข้ามาเต็มที่ ราคาปลามันก็ลดลง ชาวประมงไทย ก็เดือดร้อน ดีไม่ดีจับมาอย่างผิด ๆ ชาวประมงไทยก็ซวย เอาผิดเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ในโอกาสอันเหมาะสมเราจะควบคุมการนำเข้าพวกวัตถุดิบเหล่านี้ ไม่อย่างนั้น รัฐก็ต้องใช้เงินเยอะแยะในการไปตรวจ ถ้าไม่ตรวจก็ส่งออกไม่ได้ หรืออย่างกรณีปลาหมอ คางดำจนบัดนี้จะไปฟ้องร้องใครให้รับผิดชอบทางด้านแพ่งไม่ได้เลย รัฐบาลต้องออกสตางค์ หมดทุกอย่าง อย่างนี้ไม่ได้ ผมอยู่กรมป่าไม้ กรมอุทยานอะไรมาก่อน ใครไปสร้างที่ไหน เฮงซวย เราไปรื้อ ไปเก็บสตางค์เจ้าของเลย แต่ประมงทำไม่ได้ เราก็แก้เสียให้เสมอกับ คนอื่น ๆ เขา ฝรั่งชี้นำเราบางเรื่องก็ดี คือให้ใช้วิชาการในการกำหนดว่าจะให้เรือไปกี่เดือน จะให้จับเท่าไร จับชนิดอะไร แต่ว่าระบบวิชาการของเรายังไม่แม่นพอและยังไม่ได้รับการ สนับสนุนพอ เราก็เขียนไว้ในนี้ว่าต่อไปนี้เรื่องนี้จะต้องพัฒนา นี่เป็นหลักที่เราคิดนะครับ

สุดท้ายซึ่งสำคัญมากก็คือว่า คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตอะไรไว้ คำว่า ข้อสังเกตที่ว่านี้ก็อยากเรียนทุกท่านว่าก็คล้าย ๆ กับพวกผมแก่แล้ว ก็อยากทิ้งคำแนะนำ อยากฝากของไว้ในอนาคต เพราะในปัจจุบันมันทำไม่ได้ครับ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๘ ข้อ

ข้อแรก ซึ่งมีโอกาสที่จะเข้ามาในสภาอย่างเร็ว กฎหมายประมงนอกน่านน้ำ กับกฎหมายในน่านน้ำจะต้องแยกจากกัน เวลานี้ที่เราเสียเปรียบอยู่เพราะเราเอากฎหมาย ๒ ตัวนี้มาใช้เป็นกฎหมายเดียวกัน เมื่อเกิดเรื่อง IUU ขึ้น ไต้หวันเป็นประเทศแรกที่เข้าไปร่าง กฎหมายประมงนอกน่านน้ำ แล้วเขาก็บอก EU ว่าถ้าคุณจะยุ่งกับผมก็ยุ่งเฉพาะกับกฎหมาย ประมงนอกน่านน้ำ ในน่านน้ำมันประเทศผมนะครับ ไทยจะต้องทำอย่างนั้น อันนี้ก็เรียนฝาก ท่านไว้ ตอนนี้เริ่มร่างแล้วนะครับ

ข้อ ๒ ซึ่งประเดี๋ยวก็อาจจะมีการพูดเรื่องนี้เพราะมีการขอสงวนคำแปรญัตติ เรื่องการกระจายอำนาจ จะต้องค่อย ๆ กระจายอำนาจออกไปอย่างช้า ๆ อย่างมั่นคง อย่างมีระบบ ซึ่งจะต้องมีการแก้กฎหมายหลายฉบับ ไม่ใช่กฎหมายประมงอย่างเดียว

ข้อ ๓ กฎระเบียบอะไรทั้งหลายแหล่ที่ออกมาแล้วไปกระทบกับชาวประมง ถึงขั้นที่เขาจะต้องเสียเงินเสียทอง รัฐจะ Take for Granted สั่งไปแล้วไม่เยียวยาให้เขา ไม่ได้นะครับ อันนี้จะเขียนอย่างไรผมก็ไม่รู้

ข้อต่อไปก็คือว่า สินค้าสัตว์น้ำที่เข้ามาทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมายจะต้อง มีกฎหมาย มีระเบียบอะไรในการตรวจตรา ไม่อย่างนั้นประเทศไทยก็เป็นที่ Dump ของสิ่งเหล่านี้เข้ามา แล้วเราก็จะต้องมารับผิดชอบ

ข้อ ๖ อันนี้ความจริงในทางปฏิบัติก็ได้เน้นกับกรมประมงไปแล้วนะครับ ก็คือว่าในเมื่อเราจะต้องใช้วิชาการมากำหนดกฎเกณฑ์ซึ่งเขาใช้คำว่า MSY Maximum Sustainable Yield ก็คือการใช้ประโยชน์สูงสุดเท่าที่ทรัพยากรมันจะให้ได้ แต่ระบบนี้ ก็ยังกระท่อนกระแท่นเพราะเป็นของใหม่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องให้ความช่วยเหลือ ให้ระบบนี้มันมั่นคง มันแม่นยำ และเป็นที่เชื่อถือของชาวประมง

ข้อ ๗ ก็จะคล้าย ๆ กับที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าในเมื่อก็อยู่กระทรวงเดียวกัน ในเมื่อการเกษตรก็คือการประมง การประมงก็คือการเกษตร เพราะฉะนั้นอะไรที่เกษตรได้ ประมงก็จะต้องได้เหมือนกัน

สุดท้ายอันนี้จะเจาะจงไปยัง ขออนุญาตละลาบละล้วงท่านประธานไปถึง จังหวัดท่านประธานนิดหน่อย คือประเทศไทยควรจะหันมาสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือ และการซ่อมเรือ ซึ่งดูเหมือนในประเทศไทยจังหวัดปัตตานีนี้จะค่อนข้างเข้มแข็ง ปัจจุบันนี้ เรือประมงไทยที่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ออกไปข้างนอก แต่เสียแล้วซ่อมไม่ได้เพราะประเทศ เขาซ่อมไม่เป็น เอาเข้ามาในประเทศไทยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นเรือต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ก็จะต้องไปแก้ระเบียบ แก้กฎหมาย แล้วสนับสนุนให้อู่ซ่อมเรือ อู่ต่อเรือทั้งหลายแหล่ ในประเทศไทยให้มีขีดความสามารถที่จะซ่อมเรือของไทยได้เอง ของไทยที่ออกไปข้างนอก แล้วกลับเข้ามา และของข้างนอกด้วย นี่คือข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดนี้