มานพ คีรีภูวดล อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยชื่นชมความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม แต่ตั้งคำถามถึงตัวชี้วัดที่ขาดหายไปเกี่ยวกับการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การเป็นอุตสาหกรรม การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ภายในประเทศหรือส่งออก และการประเมินผลว่างานวิจัยช่วยลดการนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด มานพ คีรีภูวดล เสนอแนะประเด็นความมั่นคงแห่งรัฐโดยเน้นภัยคุกคามจากยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบ และเรียกร้องให้สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบและสกัดกั้นกระบวนการผลิต ขนย้ายยาเสพติด มานพ คีรีภูวดล เสนอแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษจากเหมืองทองที่ไหลข้ามแดนมาสู่แม่น้ำโขง โดยเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบและเสริมสร้างความร่วมมือทางวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันความขัดแย้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ในฐานะที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ขออภิปรายรายงานของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ ผมต้องชม ว่าเป็นการวิจัยค่อนข้างที่จะมีพัฒนาการแล้วก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ว่าก็ยังมีคำถามอยู่ หลายเรื่อง คำถามของผมมันมีคำว่า เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และมีคำว่า อุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ มี ๒ คำนี้ ผลการวิจัยของทางสถาบันตั้งแต่ในอดีต คือหลายปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มันส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ มันมีตัวชี้วัดไหมครับ มันมีกระบวนการไปผลิตต่อการใช้ภายในประเทศหรือว่าผลิตเพื่อมีการส่งจำหน่ายให้เกิด รายได้ในประเทศไทย ผมคิดว่าอันนี้เป็นคำถามที่ผมคิดว่ามันยังไม่มีในรายงาน ไม่ว่าจะเป็น อาวุธต่าง ๆ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ท่านได้วิจัย พอวิจัยเสร็จปุ๊บมันมีข้อสรุปและมันมี มาตรฐานต่าง ๆ ทั้งในทางวิชาการแล้วก็ในทางการทหาร มันเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม กี่อุตสาหกรรม แล้วก็ผลิตภัณฑ์ที่ท่านเข้าสู่อุตสาหกรรมมันนำไปใช้ในประเทศอย่างไร ส่งออกอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพองานวิจัยของสถาบันมันลดการนำเข้าหรือว่าการซื้อ ยุทโธปกรณ์อาวุธต่าง ๆ จากต่างประเทศได้เท่าไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องตัวชี้วัดที่สำคัญ หมายความว่าเมื่อสถาบันได้วิจัย ได้ทดลอง ได้ผลิตยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นนวัตกรรม สิ่งที่มันจะนำไปสู่ตัวชี้วัดว่ามันสามารถนำไปใช้ได้แล้วก็เกิดผลกระทบ เกิด Impact ต่าง ๆ ภายในประเทศในการป้องกันประเทศ ตัวชี้วัดที่สำคัญก็คือว่ามันต้องมีตัวชี้วัดที่ว่าด้วยเรื่อง ของการลดในการซื้อยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ อันนี้ผมอยากจะทราบข้อมูล อันนี้เป็น ประเด็นที่ผมอยากจะมีคำถาม
ประเด็นที่ผมอยากจะเสนอแนะกับท่านผู้อำนวยการ พร้อมกับทุก ๆ ท่าน ของคนในสถาบันนะครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่ารูปแบบของภัยคุกคามความมั่นคงของ ประเทศมันมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะรอบบ้าน ผมยกตัวอย่างกรณี ยาเสพติด ยาเสพติดไม่ใช่อาวุธที่เราสามารถดูได้ เหมือนอาวุธ เหมือนมือปืน เหมือนระเบิด หรือจรวด แต่เป็นสิ่งที่ทำลายประเทศชาติ สิ่งที่ทำลายพี่น้องประชาชนในประเทศ ข้อมูลที่เราได้ก็คือจำนวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในสภาพที่ไม่ สามารถที่จะมีศักยภาพที่จะเป็นประชากรที่มีคุณภาพในการจะดูแลประเทศนี้ อันนี้คือ ปัญหาใหญ่ โจทย์สำคัญของผมคือว่าเทคโนโลยีที่เราจะคิดค้นขึ้นมาว่าเราจะมีกระบวนการ ตรวจสอบขบวนการผลิตยาเสพติด ขบวนการขนย้ายยาเสพติด และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขบวนการทั้งหมด เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้เราจะสามารถผลิตออกมาได้อย่างไร ตอนนี้ พี่น้องประชาชนก็ใช้แผนที่ Google Map ก็ดูว่ามันมีพื้นที่การเพาะปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นใน ประเทศเพื่อนบ้านบางพื้นที่ มันมีอาคารคล้าย ๆ เป็นอาคารทหารแต่ก็ไม่เชิง เราก็ไม่รู้ว่า ในอาคารตรงนั้นมันมีกระบวนการผลิตยาเสพติดหรือไม่
ทีนี้คำถามของผมก็คือว่าประเด็นความมั่นคงเราจะป้องกันประเทศเรื่อง ยาเสพติด สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศว่าเราจะมีเทคโนโลยีอะไรที่จะทำเรื่องนี้ได้ อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ครับ
ส่วนที่ ๒ อันนี้ใหม่ ๆ เลย กรณีกิจกรรมของเพื่อนบ้าน ผมไม่รู้ว่าเป็นใครทำ เป็นกลุ่มทุนไหน ตอนนี้ส่วนราชการตรวจสอบพบว่าแม่น้ำกกมีสารที่เกี่ยวข้องกับการทำ เหมืองทองและไหลลงไปสู่ในเขตพื้นที่ประเทศไทยคือที่เชียงใหม่คือที่แม่อาย แล้วก็ที่พื้นที่ เชียงราย แล้วก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง พื้นที่แม่น้ำโขงน้ำอาจจะเยอะหน่อย ปริมาณอาจจะ เจือจาง แต่ว่าอย่างไรก็ต้องกระทบกับพี่น้องเชียงรายทางฝั่งเชียงแสน เชียงของ หนองคาย พี่น้องทั้งหมดของประเทศไทยที่ติดแม่น้ำโขง เราจะมีเทคโนโลยีอย่างไรว่ากิจกรรมของ เพื่อนบ้านซึ่งกระทำโดยใครเราไม่รู้ ว่ากิจกรรมเหล่านั้นมันส่งผลกระทบกับพวกเรา ระบบดาวเทียมหรือระบบการตรวจสอบสอดแนมแบบไหนว่าเพื่อที่จะได้เตือนหรือมีการ ประสานงานว่ากิจกรรมการกระทำที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผลกระทบกับ พวกเราในระยะเวลาต่อมา เราจะได้มีกระบวนการเตรียมการ แต่วันนี้ก็คือสิ่งที่เราเจอคือ มันมีสารตกค้าง ไม่ว่าจะเป็นสารอะไรต่าง ๆ อยู่ในแหล่งน้ำ พี่น้องประชาชนตอนนี้ก็คือว่า ก็ไม่กล้ากินปลา สัตว์น้ำทั้งหลาย แต่ที่ตามมาคือน้ำที่เอาไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นพืชการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าวจะกระทบยาวเลย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ดี ๆ เตือนตั้งแต่ต้น ๒ ๓ ปีที่แล้วว่ามันมีกิจกรรมเหล่านี้ เรารู้ทันทีเลยว่าเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับเหมืองซึ่งในการ ทำเหมืองทองมันต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสัตว์และคน เราจะมีเทคโนโลยี อย่างนี้ได้อย่างไร ข้อเสนอแนะตรงนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านประธานครับ ผมใช้คำว่าเทคโนโลยีดั้งเดิมก็แล้วกัน เทคโนโลยีโบราณก็ได้ เป็นเทคโนโลยีแบบวัฒนธรรม ผมคิดว่าความมั่นคงในมิติของเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ จากชายแดนไทย ๑๐๐ กิโลเมตร ถ้ามีคนพูดภาษาไทยและใช้เงินไทยอันนี้ก็คือมาตรการ ความมั่นคง มันคือพื้นที่กันชนที่มีความปลอดภัย กระบวนการทางวัฒนธรรมพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ชายแดนมีความเชื่อทางศาสนาคล้าย ๆ กัน กระบวนการสร้างความร่วมมือ ในความเชื่อทำบุญด้วยกัน สร้างวัดด้วยกัน ผ้าป่าด้วยกัน กระบวนการเรื่องการศึกษาหรือ การสนับสนุนด้านสุขภาพอนามัย ความร่วมมือทางสาธารณสุขร่วมกัน ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นมิติที่ไม่ต้องวิจัยอะไร แต่ว่าเป็นประเด็นที่จะต้องดำเนินการ เป็นประเด็นที่พวกเรา จะต้องคิดร่วมกับระบบเทคโนโลยี ท่านประธานครับ การดำเนินการเรื่องความมั่นคงมันไม่ใช่ เฉพาะเรื่องอาวุธและเทคโนโลยีนะครับ ระบบความสัมพันธ์ผู้คนที่มีรอยต่อทั้งการค้า ภาษา วัฒนธรรม และอื่น ๆ เป็นเงื่อนไขและเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่สันติสุข และการไม่เกิด ความขัดแย้ง อันนี้ผมอยากจะฝากเพิ่มเติมประเด็นให้กับท่านผู้อำนวยการ แล้วก็บุคลากร ในสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอบคุณท่านประธานมากครับ