ดอกเตอร์ชรัติ นำเสนอรายงาน สทป. 6 ด้านหลัก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

ดอกเตอร์ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ นำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) โดยชี้แจงโครงสร้างองค์กร การตรวจสอบบัญชี และสรุปผลงานด้านวิจัยนวัตกรรมและการส่งเสริมอุตสาหกรรมตามยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จในปี 2566 เช่น ระบบอากาศยานไร้คนขับ หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด และยานเกราะล้อยาง สำหรับภารกิจของกองทัพทั้งสาม รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานด้านการร่วมทุนผลิตและขายอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่อไป

พลเอก ดอกเตอร์ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรครับ กระผม พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอเรียนข้อมูลประกอบการเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ หรือ สทป. หรือเรียกย่อภาษาอังกฤษว่า DTI ดังนี้ครับ

สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์การมหาชน มีพระราชบัญญัติเฉพาะ ใช้เป็นกฎหมายที่มอบหน้าที่และอำนาจให้ดำเนินการ มีที่ตั้งส่วนที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วยกัน ๓ แห่ง คือสำนักงานส่วนกลางอยู่ที่อาคารสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี และมีโรงปฏิบัติการ ๒ แห่ง อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดลพบุรี รายงานการเงินของ สทป. ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ฉบับนี้ซึ่งประกอบไปด้วย งบแสดง ฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน และงบกระแสเงินสด รวมถึงสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการ บัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนดครับ และได้รับการตรวจสอบจากบริษัท สำนักงาน สามสิบสี่ ออดิต จำกัด เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เรียบร้อยแล้ว การดำเนินงานของ สทป. ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติด้วยกัน ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ชาติด้านความ มั่นคงและยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

สรุปผลงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดย สทป. ได้ดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ จำนวน ๕ ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย

ด้านที่ ๑ ด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกัน ประเทศ

ด้านที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐ และภาคเอกชน

ด้านที่ ๓ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การค้นคว้า วิจัย การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ด้านที่ ๔ ด้านการประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านที่ ๕ ด้านการเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐ เพื่อใช้ในการ กำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยมีสรุป ผลงานชิ้นสำคัญในปี ๒๕๖๖ ดังนี้

๑. ส่งมอบต้นแบบระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง รุ่น DP ๒๐ ให้กับ หน่วยผู้ทดลองใช้ และร่วมสร้างเครือข่ายงานวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบอากาศยานไร้ คนขับกับกิจการค้ารวมเพื่อประกอบกิจการให้บริการฝึกอบรมนักบินระบบอากาศยานไร้ คนขับ และการลงนามบันทึกความเข้าใจในการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและการฝึกอบรม ระบบอากาศยานไร้คนขับครบวงจรร่วมกับภาคเอกชน

๒. ได้ต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดกลาง รุ่น D-MIR จำนวน ๑ ระบบ พร้อมรายงานผลการทดสอบมาตรฐานและการทดสอบโดยหน่วยงานผู้ใช้งาน นอกจากนี้ศักยภาพด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ของ สทป. ยังได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ฉีดล้างลูกถ้วยไฟฟ้าแรงสูงเป็นลักษณะ Customs ตรงตามความต้องการของหน่วยใช้เป็นการเฉพาะด้วย

๓. ทดสอบขีดความสามารถต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ทางยุทธวิธีหรือ RCV หรือ Robot Combat Vehicle โดยสามารถรองรับการติดตั้งป้อมปืนอัตโนมัติและอาวุธปืนขนาด ๓๐ มิลลิเมตรหมุนได้รอบตัว มีระบบตรวจการทั้งกลางวันและกลางคืน

๔. ยานเกราะล้อยางแบบ ๘ คูณ ๘ แบบที่บังคับการ BTR3-CS หรือ Common Staff ผ่านการรับรองมาตรฐานต้นแบบของกองทัพบก และยานเกราะล้อยาง แบบ ๔ คูณ ๔ ป้องกันทุ่นระเบิดและโจมตี รุ่น D-Lion ผ่านการรับรองมาตรฐานต้นแบบ จาก กมย.กห.

๕. ส่งมอบยานเกราะล้อยาง ๘ คูณ ๘ สำหรับปฏิบัติภารกิจนาวิกโยธินหรือ AAPC และส่งมอบยานเกราะล้อยาง ๔ คูณ ๔ รุ่น D-Tiger สำหรับปฏิบัติภารกิจนาวิกโยธิน ให้กับกองทัพเรือ

๖. ทดสอบและประกอบรวมปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร แบบ CS/AH2 จำนวน ๒ กระบอกให้กับหน่วยสรรพาวุธของกองทัพบกที่จังหวัดนครราชสีมา

๗. ทดสอบและประเมินผลต้นแบบรถสะพานเครื่องหนุนมั่น ที่มีความพิเศษ คือรถ ๑ คันสามารถใช้กับสะพาน ๒ ชั้นรับน้ำหนัก คือชั้นรับน้ำหนักขนาด ๖๐ ตัน และชั้น รับน้ำหนักแบบ ๓๐ ตัน รองรับการใช้งานได้ทั้งทางด้านการทหารและการบรรเทาสาธารณภัย โดยคณะกรรมการทดสอบและการประเมินผลงานวิจัยของกองทัพบก การทดสอบเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ผ่านการทดสอบครับ

๘. ในส่วนของอาวุธปืนเล็ก สทป. ได้วิจัยลดน้ำหนักปืนเล็กสั้นให้เหมาะกับ การใช้งานของลักษณะทางกายภาพของบุคลากรของหน่วยงานความมั่นคงของไทยและมี การวิจัยท่อลดเสียงที่ใช้กับปืน

๙. ขนย้ายลูกจรวด DTI-1G จำนวน ๘ นัด ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับเตรียมการทดสอบ โดยได้ดำเนินการทดสอบในห้วงเมษายน ๒๕๖๗ ซึ่งอยู่ในห้วง ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ระยะยิง ๑๕๐ กิโลเมตร ผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จรวดมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ

๑๐. ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องเอนกประสงค์ Multi-Purpose Launcher คันที่ ๑ ที่ออกแบบให้สามารถรองรับการติดตั้งจรวดระยะยิง ๔๐ ๑๕๐ หรือ ๓๐๐ กิโลเมตร โดยรถฐานยิงคันที่ ๑ เข้ารับการทดสอบและประเมินผลโครงการตาม กำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก

๑๑. วิจัยและพัฒนาได้ต้นแบบลูกจรวดดับเพลิงและฐานยิงจรวดดับเพลิง ณ ปี ๒๕๖๖

สทป. ได้ดำเนินการร่วมทุนและส่งเสริมประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกัน ประเทศ โดยจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อผลิตและขายรวมจำนวน ๔ บริษัท และกิจการค้าร่วม จำนวนบริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๔ คูณ ๔ บริษัท แอร์โร เทคโนโลยี อินดรัสทรี จำกัด กิจการอากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง บริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด กิจการอาวุธปืน บริษัท แอดวานซ์ ดีเฟนซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๘ คูณ ๘ กิจการค้าร่วมเพื่อประกอบ กิจการการให้บริการฝึกอบรมนักบินระบบอากาศยานไร้คนขับของ สทป. ร่วมกับ บริษัท จีซีเอส กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้งหมดเป็นรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ตามรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ได้กราบเรียนต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาทราบครับ

ทั้งนี้ สทป. พร้อมน้อมรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ