ศุภโชติ ตั้งกระทู้ถามสด รบ.ไม่มา ชี้โครงการพลังงานหมุนเวียนเฟส 1 ราคาแพง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

ศุภโชติ ไชยสัจ ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแทนนายกรัฐมนตรี โดยแสดงความผิดหวังที่นายกรัฐมนตรีไม่มาและชี้ว่านายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กพช. มีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหา ศุภโชติ ไชยสัจ วิจารณ์โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟสแรกและเฟสที่ 2 โดยชี้ว่าเฟสที่ 2 ถูกชะลอแต่เฟสแรกมีปัญหาเรื่องการกำหนดราคาแพงและการผูกขาด ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟเพิ่ม และเรียกร้องให้รัฐบาลระงับการเซ็นสัญญาเพื่อป้องกันความเสียหาย ศุภโชติ ไชยสัจ หารือปัญหาการเซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเฟสแรกโดยไม่มีการชะลอเหมือนเฟสที่ ๒ และสอบถามแนวทางการแก้ไขค่าไฟที่สูงขึ้นจากโครงการที่ได้ลงนามไปแล้ว

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มา ในวันนี้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ที่ได้ ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีตามที่ได้รับมอบหมาย แอบผิดหวัง เล็กน้อยนะครับ เพราะปัญหาที่กำลังจะถามนี้ครับ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีอำนาจเต็มครับ เป็นผู้เดียวที่มีอำนาจ เต็มในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ประเด็นแรก คือเรื่องของโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดทั้ง ๒ โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการแรก เฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ และเฟสที่ ๒ จำนวนกว่า ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ต้องบอกแบบนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเองหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นนี้ครับ ตัวท่านรัฐมนตรีน่าจะรู้ดีว่าเราเองก็ได้มีการถามตอบคำถามลักษณะนี้ในสภาแห่งนี้มาแล้ว หลายรอบ รวมไปถึงเมื่อปลายปีที่แล้วธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ตัวผมเอง รวมไปถึงผู้นำ ฝ่ายค้าน ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็ได้มีการตั้งคำถามถึงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนเฟสที่ ๒ จำนวนกว่า ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ จนเป็นกระแสสังคมในตอนนั้น ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยนั่งหัวโต๊ะ กพช. เคาะมติออกมาให้มีการชะลอการรับซื้อ ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟสที่ ๒ จำนวน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ออกไปก่อน หยุดภาระการ เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าไฟของพี่น้องประชาชนให้เพิ่มขึ้นไปชั่วคราว แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันผมก็ได้ มีการตั้งคำถามหลายครั้งถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อีกโครงการหนึ่งเป็น โครงการเฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ เป็นโครงการที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน กับที่ท่านได้เพิ่งชะลอไปเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นไม่มีการเปิดให้มีการประมูลราคารับซื้อไฟฟ้า เป็นโครงการที่รัฐบาลไปกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าที่แพงกว่าที่ควรจะเป็น เป็นโครงการที่จงใจ ผูกขาดให้นายทุนไม่มีกติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายครับ แล้วก็ไม่ได้มีการกำหนดวิธีการให้ คะแนนแก่โครงการของเอกชนแต่ละรายที่ยื่นเข้ามาว่าจะให้คะแนนเขาอย่างไร ซึ่งท่านก็รู้ดี ว่าศาลปกครองเองก็ได้มีการพูดถึงโครงการนี้ไว้ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นกับโครงการรับซื้อ ไฟฟ้าในเฟสแรกจำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี้ เป็นกระบวนการที่ส่อให้เกิดการทุจริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้พี่น้องประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น ซึ่งก็เป็นแบบนั้น จริง ๆ ผลการคัดเลือกออกมามีเอกชนกลุ่มทุนไม่กี่รายได้โครงการสัมปทานไปเกือบทั้งหมด ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์เลย มีการคำนวณไว้คร่าว ๆ ว่าหากปล่อยให้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าใน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี้ จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยนี้ต้องจ่ายค่าไฟ แพงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปี แต่แทนที่ท่านจะมี การสั่งให้ชะลอการลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเหมือนกับโครงการเฟสที่ ๒ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ เรามี ๒ โครงการ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ กับ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ สั่งชะลอไปแล้ว แต่ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ไม่ได้มีการสั่งชะลอเซ็นสัญญาเลยครับ พอเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นกระแสหลักในสังคม ท่านกับตีเนียนปล่อยผ่านไม่เคยที่จะขยายการทำงานของท่าน ให้ครอบคลุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเลย ท่านกลับทำตรงกันข้ามครับ ให้เอกชนทยอยเข้ามาเซ็นสัญญาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างรัฐกับเอกชนแบบ เงียบ ๆ ท่านก็รู้ว่าท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกได้เฉพาะโครงการที่ยังไม่ได้มีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะระเบียบก็บอกไว้ว่าถ้ายกเลิกได้ ท่านก็ต้องมีมติ กพช. ออกมาเพื่อยกเลิก ถ้าหลังจากนั้นเอกชนเข้ามาเซ็นสัญญาหมดแล้ว มันยกเลิกได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น พวกผมถามกันไปกี่รอบ ท่านก็แกล้งทำเป็น ไม่ได้ยิน อย่างอาทิตย์ที่แล้วผมก็ได้มีการลุกขึ้นเพื่อปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ขอให้ท่านระงับ ชะลอการเซ็นสัญญา แต่ในอาทิตย์เดียวกันกลับมีการให้เอกชนเข้ามาลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้ากับทางภาครัฐอีกหลายร้อยเมกะวัตต์ จนปัจจุบันเหลืออีกแค่ไม่กี่โครงการที่ยัง ไม่ได้เซ็นสัญญาเท่านั้นที่ท่านจะสามารถเข้าไปหยุด เข้าไปยกเลิกการลงนามได้ เพราะฉะนั้น คำถามแรกของผมแบ่งออกเป็น ๓ คำถามย่อยครับ

อย่างแรกครับ คือทำไมท่านรัฐมนตรีถึงไม่ได้มีการสั่งชะลอเซ็นสัญญา การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในเฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ เหมือนที่ ทำกับโครงการรับซื้อเฟสที่ ๒ จำนวน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นโครงการที่มีปัญหา ในลักษณะเดียวกัน คือจะทำให้ค่าไฟมันแพงกว่าที่ควรจะเป็น

คำถามย่อยที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีจะมีการสั่งให้ชะลอหรือยกเลิกการเซ็นสัญญา รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในเฟสแรก ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ โครงการที่เหลืออยู่ที่ยัง ไม่ได้เซ็นนี้จะสั่งได้หรือยัง ทำทันทีทำได้หรือยังครับ เพราะว่ากำหนดการนี่เขาบอกไว้ว่า รัฐบาลจะให้เอกชนเข้ามาเซ็นทั้งหมดภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ครับ ๑๙ เมษายนนี้ คือ Dateline ครับ ถ้าท่านไม่ชะลอก่อนท่านจะทำอะไรไม่ได้แล้วครับ

คำถามย่อย คำถามสุดท้ายครับ คือโครงการที่ได้มีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าไปแล้วเรียบร้อย หลายพันเมกะวัตต์ประชาชนแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นที่แพงกว่า ที่ควรจะเป็นไปแล้วเรียบร้อยเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะเอาอย่างไร กลับไปแก้ไข ได้หรือไม่ อันนี้คือรอบแรกของผม ขอบคุณครับ