ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง หารือเรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา และเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรกและท่าเรือ พรรคประชาชนครับ ผมขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่องการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาที่จะมีผลกระทบ ต่อประเทศไทยครับ จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศ ขึ้นกำแพงภาษีทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ทำการค้าเกินดุลกับสหรัฐและ ประเทศไทยคือหนึ่งประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด ๓๖-๓๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับที่ ๒๐ จาก ๑๘๕ ประเทศ แน่นอนครับการขึ้นภาษีดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรง อย่างหนักแก่ทุกภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายที่สหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่เราส่งสินค้าออกไปขายเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบ ทางอ้อมจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลงมีผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ชาวไทยดังที่เป็นเพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเสนอปัญหาให้ท่านประธานได้รับทราบไปแล้วหลายประเด็น ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่รายได้หลักของจังหวัด มาจากภาคอุตสาหกรรม ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ มีรายได้ต่อหัวประชากรเป็นอันดับ ๔ หรือ ๕ ของประเทศ เรามีนิคมอุตสาหกรรม ๕ แห่ง มีโรงงาน ๒,๗๐๐ โรงงาน มีผู้ใช้แรงงาน ในภาคอุตสาหกรรมประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คน การที่สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ย่อมส่งผล สะเทือนกับพวกเราชาวพระนครศรีอยุธยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลัก ให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาคือผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งออก ไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ผมขอยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ ผลกระทบในการปรับภาษีนำเข้าในครั้งนี้คือผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในประเทศไทย เช่น Harddisk Drive Semiconductor ทรานซิสเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้าหรือไอซี แผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กตลอดจนสายไฟและสายเคเบิลซึ่งส่วนใหญ่จะส่งออก ประมาณ ๙๐-๙๕ เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของไทยหรือมีสัดส่วน มากถึงร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทยในปี ๒๕๖๖ โดยตลาด ส่งออกอันดับหนึ่งคือสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ ๓๗.๖ ท่านประธานครับ สินค้าที่ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกคือ Harddisk Drive ซึ่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าส่งออกในปี ๒๕๖๖ ถึง ๘.๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน ๑๖.๔ เปอร์เซ็นต์ของ มูลค่าส่งออก Harddisk Drive ทั่วโลกมากที่สุดเป็นอันดับ ๒ รองจากจีน ในปัจจุบันมี ๒ บริษัท ที่ผลิต Harddisk Drive คือซีเกทเทคโนโลยีที่นครราชสีมาและบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล ที่พระนครศรีอยุธยา ทั้ง ๒ บริษัทเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันแต่ละโรงงานมีพนักงานแห่งละกว่าหมื่นคนนับว่า เป็นแหล่งจ้างงานขนาดใหญ่ แน่นอนครับแต่ละบริษัทมีโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ส่งต่อให้ เพื่อประกอบเป็นผลิตภัณฑ์และผู้ผลิตชิ้นส่วนแต่ละรายก็จะมีโรงงานผลิตส่วนประกอบต่าง ๆ อีกนับสิบนับร้อยโรงงานซึ่งโรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น กลุ่มบริษัท นิเด็คและกลุ่มบริษัท มินิแบร์ ซึ่งโรงงานทั้ง ๒ กลุ่มนี้มีพนักงานรวมกันหลายหมื่นคน ท่านประธานครับ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ คือต้องการให้บริษัทสัญชาติอเมริกันกลับเข้าไปลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา และอย่าลืมว่าสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์และไอทีเป็นสิ่งที่ประเทศสหรัฐกับประเทศจีน แข่งขันกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างพัฒนาเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาด ดังนั้นผมไม่ได้กังวล เพียงแค่เราอาจจะขายสินค้าให้สหรัฐน้อยลงเท่านั้น แต่สิ่งที่จะตามมาก็คือการย้ายฐาน การผลิตของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศเรา ซึ่งผู้ลงทุนส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ และลดกำลังการผลิต หรือย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นที่มีอัตราภาษี นำเข้าต่ำกว่าประเทศไทย อันจะส่งผลให้ยอดการส่งออกของเราน้อยลงแล้วก่อให้เกิดปัญหา การว่างงานขนาดใหญ่โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของผม ท้ายที่สุดนี้ผมหวังว่า รัฐบาลจะหาทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเร่งด่วนอย่าเพียงแค่อาศัยการเจรจาอย่างเดียว เพราะขณะนี้ความเชื่อถือของรัฐบาลไทยในสายตาของต่างชาติลดน้อยลงและเลวร้าย ไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ปัญหาการค้ามนุษย์ หรือการไม่เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์หรือปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้ไม่มีใครอยากจะเจรจาด้วย เหมือนปัญหาของชาวประมงที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาและยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ โดยรัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอบพระคุณมากครับ