ชัชวาล หารือมาตรการรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐ กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

ชัชวาล แพทยาไทย หารือมาตรการรับมือภาษีนำเข้าของสหรัฐที่กระทบชาวนา และเสนอให้รัฐบาลเร่งหาตลาดใหม่พร้อมเตรียมการช่วยเหลือเกษตรกร ชัชวาล แพทยาไทย หารือมาตรการรับมือภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา โดยแสดงความกังวลต่อนโยบายการนำเนื้อหมูและวัวจากสหรัฐเพื่อสร้างสมดุลการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และผู้บริโภค เนื่องจากมาตรฐานสารเร่งเนื้อแดงที่อนุญาตให้ใช้ในประเทศสหรัฐถือเป็นสารต้องห้ามในไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายดังกล่าวโดยคำนึงถึงความปลอดภัยทางอาหารและความเป็นอยู่ของประชาชน

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย อำเภอเกษตรวิสัย ประถมรัตต์ และอำเภอเมืองสรวง ท่านประธานครับ ญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เกี่ยวกับมาตรการการขึ้นภาษีการนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อที่ประชุมนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ สาเหตุที่ผมต้องลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนญัตติของ เพื่อนสมาชิก ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวนาครับ และต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง เกษตรกรชาวนาเช่นกันครับ ในรายละเอียดผมคงจะข้ามไปเพื่อรักษาเวลาของสภาแห่งนี้ เพราะหลายท่านได้นำเสนอข้อมูลคล้าย ๆ กัน ตัวเลข ๘๕๐,๐๐๐ ตัน ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ข้าวหอมมะลิที่ผลิตได้ แล้วก็ความสุ่มเสี่ยงที่จะเสียตลาดข้าวหอมมะลิ ข้าว Premium ให้กับ ประเทศคู่แข่ง ผมขออนุญาตข้ามไปท่านประธานครับ ขอนำเรียนท่านประธานว่าตอนนี้ ผู้ส่งออกข้าวไทยในสหรัฐรายงานว่าร้านค้ารายย่อยในสหรัฐได้ระงับคำสั่งซื้อข้าวหอมมะลิไทย ในสหรัฐเรียบร้อยแล้ว นี่คือข้อน่าเป็นห่วงครับ ข้าวนาปีก็กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้า หากรัฐบาลยังล่าช้าปัญหานี้จะกลายเป็นวิกฤติดินพอกหางหมูครับ ข้าวเก่าขายไม่ได้ ข้าวใหม่ออกสู่ตลาด ผมไม่อยากจะคิดครับว่าข้าวหอมมะลินาปีปีนี้จะตกต่ำดำดิ่งขนาดไหน หากเป็นดังเช่นที่ผมได้ว่ามาท่านประธานครับ อาจเรียกได้ว่าชาวนาไทยกำลังเผชิญวิกฤติ อย่างหนักหน่วง ซ้ำเติมปัญหาเดิมที่ชาวนาเผชิญ ปัจจุบันชาวนาไทยเผชิญต้นทุนการทำนาที่สูง ในขณะเดียวกันเมื่อขายกลับได้ราคาที่ไม่สมดุล ทำให้ชาวนาทำนาขาดทุน เป็นอยู่อย่างนี้ เรื่อยมาครับ ตลาดโลกปัจจุบันนี้แข่งขันกันลดต้นทุนครับ ใครลดต้นทุนได้ก็สามารถแข่งขันได้ การขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นสิ่งที่จะซ้ำเติมปัญหาดังที่ผมได้กล่าวมาครับ ศึกในเรายังไม่แก้ศึกนอก กำลังเข้ามาทำลายชาวนาไทย ในประการนี้เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาอย่างตรงเป้า ตอบโจทย์ กับพี่น้องเกษตรกรไทยโดยเฉพาะชาวนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิ รัฐบาลต้องมีมาตรการรับมือครับ มาตรการต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งภาคการผลิตที่ช่วยเหลือการผลิตไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท และมาตรการ พยุงราคารักษาเสถียรภาพราคาข้าว สินเชื่อชะลอ สินเชื่อรวบรวม ๒ มาตรการที่มีอยู่นี้ พอเพียง ทันต่อท่วงที ทันต่อเวลาหรือไม่ ถ้าไม่พอรัฐบาลต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้ครับ อย่าปล่อยให้ถึงวันที่ชาวนาเก็บเกี่ยวแล้วค่อยทำ เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าชาวนาหว่านข้าว ปักดำ หว่านปุ๋ย เก็บเกี่ยววันไหน การเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ หากการเจรจาไม่เป็นผลรัฐบาลต้องทำงาน ให้หนักขึ้น แสวงหาตลาดใหม่ ซึ่งทั่วโลกตลาดส่งออกข้าวก็มีอยู่แค่ ๕๐- ๖๐ ล้านตันนั่นละครับ ผมทราบว่าเป็นเรื่องยากแต่ท่านต้องทำ

ประการสุดท้าย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามหาแนวทาง รับมือนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยมีการวางมาตรการรับมือออกมาเป็นข้อ ๆ โดยส่วนมากผมเห็นด้วยครับ แต่ผมมีข้อกังวลอยู่บางประเด็น เช่น การนำเนื้อหมูและเนื้อวัว จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเพื่อสร้างสมดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา นี่อาจส่งผลให้กับกลุ่มเกษตรกร ที่เห็นต่าง หากตัดสินใจนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกาไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้เลี้ยงโดยตรง แต่ยังจะส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงอุตสาหกรรมเกษตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิต อาหารสัตว์ ผู้ปลูกพืชวัตถุดิบ รวมถึงเครือข่ายตลาดค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมหมู อยู่ในระดับ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และอีกประเด็นสำคัญที่เราไม่อาจ มองข้ามได้คือผลกระทบต่อการจ้างงานในระดับภูมิภาคและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ เนื่องจากภาคเกษตรกรรมของไทยเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประชาชนจำนวนมาก นอกจากนี้ ท่านประธานครับ มาตรฐานของเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้นำเรียนในรายละเอียด ซึ่งสารเร่งเนื้อแดงถือเป็นสารต้องห้าม ในประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มผู้เป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง หากมีการนำเข้าจริงไม่เพียงเกษตรกรจะได้รับผลกระทบ แต่ผู้บริโภคก็อาจต้องแบกรับความเสี่ยง ด้านความปลอดภัยทางอาหารไปด้วย เช่นเดียวกันครับ แนวทางการนำเข้าวัวและผลิตภัณฑ์วัว ก็อาจสร้างปัญหาตามมา เพราะปริมาณวัวในประเทศล้นตลาดอยู่แล้ว และยังไม่สามารถ หาตลาดส่งออกเพิ่มเติมได้อีก พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวยังแบกภาระหนักรัฐบาลยังจะนำเข้า เนื้อวัวแล้วจะให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวทำอย่างไร เหตุการณ์ครั้งนี้สอนเรา ๑ อย่าง ไม่มีใครรักเรา เท่ากับตัวเราเองครับ จะให้ประธานาธิบดีอเมริกันมารักประเทศไทยคงเป็นไปได้ยาก ไม่มี ใครรักประเทศไทยเท่ากับคนไทยครับ ผมอยากขอให้รัฐบาลทบทวนเรื่องมาตรการที่จะนำไป เจรจา การลดดุลการค้าในส่วนนี้ รวมทั้งหาทางออกที่ดีที่สุด โดยนึกถึงพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น และจะต้องเร่งแก้ไขกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มาเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว แม้ประชาชนยังตั้งตัว ไม่ทัน แต่รัฐบาลต้องทันครับ มิฉะนั้นกำแพงนี้จะไม่ใช่แค่กำแพงภาษีแต่จะเป็นกำแพงที่ปิดบัง อนาคตและรายได้ของคนในชาติซึ่งอาจจะเสื่อมถอยได้ในระยะยาว ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน