ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายสนับสนุนญัตติรับมือนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นความสำคัญและผลกระทบที่รุนแรงต่อไทยและทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์เหตุผล ๓ ประการ ได้แก่ ดุลการค้าที่ไม่เอื้ออำนวย การขาดดุลงบประมาณ และนโยบายการผลิตเองใช้เอง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกที่ได้นำเสนอญัตติไปแล้ว หลายท่าน ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงในเรื่องรับมือนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ในครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ก็ยังไม่ได้เคยพบเคยเจอในชีวิตของผมที่เกิดมา นะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วประเทศไทยกับอเมริกาได้สัมพันธไมตรี กันมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเกิดมาผมเห็นฐานทัพที่จังหวัดอุดรธานีเลย ฐานทัพ อเมริกาอยู่ตรงนั้นครับ แล้วก็เอาคนของประเทศไทยไปรบกับเวียดนามล้มตายไม่รู้เท่าไร แต่ก็แพ้เวียดนามครับท่านประธานครับ สุดท้ายครับท่านประธานครับ เราก็ขับไล่ฐานทัพอเมริกา ออกไปเมื่อปี ๒๕๑๘ ไม่ทราบว่าท่านประธานท่านได้เกิดหรือยังในตอนนั้น แต่ผมเกิดแล้ว ผมได้มี ส่วนขับไล่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะขอกราบเรียนนะครับว่าอย่างไรก็แล้วแต่ การประกาศกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้มันทำให้ประเทศทั่วโลกปวดเศียรเวียนเกล้า ไปพอ ๆ กันนะครับ จะมากจะน้อยแล้วแต่กำแพงภาษีในแต่ละประเทศซึ่งเราก็เป็นที่ทราบกันดี ๑๘๐ ประเทศ ผมอยากจะขอให้พูดในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ เพื่อรัฐบาลชุดนี้เขาก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจครับท่านประธานครับ ไม่ได้วางเฉยต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ได้ประกาศ ในครั้งนี้ จริง ๆ แล้วก็ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์มาตลอดนะครับ ตั้งแต่ประธานาธิบดี ทรัมป์ (Trump) หาเสียงเลือกตั้งแล้วครับ เพราะว่าเขามีนโยบาย เขามุทะลุดุดันแล้วก็บ้า พอสมควรครับท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคราวนี้มันก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกันครับ เพราะทุกท่านก็ทราบกันดีนะครับว่าการบริหารประเทศของทรัมป์ (Trump) เป็นอย่างไร แล้วก็ เพราะทุกคนในโลกใบนี้ก็ทราบกันดีนะครับว่าทางนโยบายของทรัมป์ (Trump) มันสุดโต่งครับ อย่างที่เราไม่เคยเห็นของประธานาธิบดีที่ผ่านมาเคยทำมาก่อนของสหรัฐอเมริกา แล้วที่ผ่านมา ทรัมป์ (Trump) ก็เคยประกาศตลอดมาว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของสหรัฐอเมริกาเสียใหม่ และจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ บางครั้งเขาก็ถือว่าเขาเป็นประเทศ มหาอำนาจ บางครั้งก็เป็นตำรวจโลกแทรกไปทั่วนะครับ บางครั้งก็อ้างว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย สุดท้ายก็ไปเข้าเผด็จการก็มีบางประเทศ แทรกไปหมดนะครับ ไม่อยากจะเอ่ยถึง ณ วันนี้ ผมก็ต้องเอ่ยเพราะว่าอะไร เพราะว่ามันลูกบ้าเหลือเกินนะครับ แต่เราก็ไม่ได้ว่าเขาปกป้อง คนของประเทศเขา แต่ก็ไม่รู้จะปกป้องได้อะไรอย่างไรก็แล้วแต่ เขาก็ได้รับผลกระทบ ผมเห็นข่าวแล้วครับ อเมริกาก็เดินประท้วงเหมือนกันครับท่านประธานครับ ไม่แพ้ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มีนักวิชาการหลายท่านบอกว่าการประกาศเพิ่มภาษีครั้งนี้เป็นการพนัน ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ และบางคนก็ยังกล่าวอีกนะครับว่านี่คือหน้าใหม่สงคราม การค้าในประวัติศาสตร์ของโลกหรืออาจจะเป็นสงครามโลกก็ได้ แต่ไม่ได้ใช้สงครามแบบที่ว่า เรามีระเบิดออกมาครับ แต่เป็นการทำสงครามการค้า นี่ก็เป็นสงครามอีกสิ่งหนึ่งนะครับ เพราะจากข้อเท็จจริงพบว่าการประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ๑๘๐ ประเทศในครั้งนี้ เป็นการประกาศขึ้นมาโดยที่ Check ดูนะครับว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐหลายฝ่ายก็แทบไม่รู้ ล่วงหน้าเช่นเดียวกันนะครับว่าโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะเล่นเกมเดิมพันสุดโต่ง ขนาดนี้ โลกทั้งโลกนี่นะครับ ๑๘๐ ประเทศ ท่านประธานครับ แล้วท่านประธานทราบ หรือไม่ครับว่าประเทศอังกฤษเป็นประเทศพันธมิตรของอเมริกาแน่นแฟ้นกับสหรัฐอเมริกา มาตลอด ทรัมป์ (Trump) ยังประกาศเพิ่มภาษีร้อยละ ๑๐ ทั้ง ๆ ที่ได้เปรียบดุลการค้า กับอังกฤษ เขาก็ประกาศขึ้นภาษีกับอังกฤษ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเอ่ยถึงคำพูดของ ท่านอาจารย์ศุภวุฒิ สายเชื้อ ซึ่งเป็นทีมของท่านนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ออกมาแล้วว่า เหตุหลัก ๆ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เลือกที่จะเก็บภาษีสูงขนาดนี้มีเหตุผล ๓ ประการครับท่านประธาน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มองว่าดุลการค้าไทย เอาเปรียบสหรัฐเพราะไทยได้เปรียบดุลการค้า ๔๕,๐๐๐ ดอลลาร์ มันจึงแสดงออกว่าสหรัฐ ตั้งใจจะเก็บภาษีเพิ่มอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับข้อที่ ๒ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีนโยบายที่จะนำเงินจากการ เก็บภาษีในครั้งนี้ที่ขึ้นภาษีไปจ่ายส่วนเงินที่ขาดดุลของงบประมาณ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐ ก็นำไปต่ออายุการลดภาษีให้กับกลุ่มคนรวยนะครับท่านประธาน ข้อที่ ๓ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ต้องการให้สินค้าเปลี่ยนมาผลิตในสหรัฐอเมริกา ทรัมป์ (Trump) คิดไป ถึงการผลิตเองใช้เองและรวยเองของอเมริกา เหมือนปิดประเทศนั่นละครับ ท่านประธานครับ คุ้น ๆ ไหมครับว่าประเทศไหนบ้างที่คิดว่าปิดประเทศแล้วพึ่งพาตัวเองได้ ผลิตเอง ใช้เอง ภายในประเทศโดยไม่คบกับใครเป็นเรื่องที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับประเทศของเขาเอง กระผมนึกถึงต้องเอ่ยนะครับ เขมรแดงตอนนั้นนะครับท่านประธาน เมื่อเขมรแตกเมื่อปี ๒๕๑๘ มีการสร้างสังคมใหม่โดยการใช้อุดมการณ์ลัทธิซ้ายสุดเลยนะครับท่านประธาน และปฏิวัติ กัมพูชาตอนนั้นเขมรแดงมีความเชื่อว่าสังคมเจริญต้องมีความเท่าเทียมกัน ทุกคนต้อง เท่าเทียมกัน ชีวิตความเป็นอยู่ต้องแบบเดียวกัน ต้องอาศัยร่วมกันเขาเรียกว่า Commune แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือเน้นพึ่งพาตัวเอง เน้นการกสิกรรมสุดท้ายเป็นอย่างไร เหลือแต่กระดูกครับ ท่านประธานครับ เหลือแต่กระดูกจริง ๆ ครับ คนล้มตายจากรัฐบาลชุดเขมรแดง ๒ ล้านคน เอาความจริงทั่วโลกเขาก็รู้อยู่แล้วละครับ นี่ละคือมันล่มสลาย และอย่างตอนนี้ก็ลองมองไปที่ เกาหลีเหนือสิครับท่านประธาน ก็อยู่อย่างนั้นปิดประเทศพึ่งพาตนเองกีดกันไม่ให้ต่างชาติ เข้ามาค้าขาย แล้วสุดท้ายอย่างที่เราเห็นกันว่าพี่น้องชาวเกาหลีเหนืออดอยากปากแห้งขนาดไหน ผมไม่เคยไปแต่ผมก็ดูข่าวเป็นนะครับ ต้องหนีตายจากเกาหลีเหนือกลับกลายเป็นประเทศ ที่ด้อยพัฒนา ท่านประธานครับ แล้วทุกวันนี้เริ่มจะมีกระแสความไม่พอใจของพี่น้องประชาชน คนอเมริกา คนต่างชาติในอเมริกา คนทั่วโลกอย่างในอเมริกาเริ่มมีการประท้วงในนโยบายนี้แล้ว หุ้นตกไป ๒,๐๐๐ กว่าจุด สินค้าขึ้นราคาแพงเป็นประวัติศาสตร์ มีการกักตุนอาหารและของใช้ ที่จำเป็นแล้ว ณ เวลานี้วุ่นวายไปหมดครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมเชื่อนะว่ารัฐบาลเรามีการติดตามสถานการณ์ อยู่ตลอดเวลา แล้วกำลังชั่งน้ำหนักสิ่งที่เสียกับได้ ได้กับเสียนี่ละครับ ถ้าเลือกจะดำเนินการ นโยบายระหว่างประเทศกับสหรัฐสักอย่างหนึ่ง เพราะเรามันเดินสายกลาง สหรัฐเราก็เอา จีนเราก็เอาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงบ้านเราจะเป็นนกสองหัว แต่อยู่รอดของพวกเรา เพราะว่าเราเป็นเมืองเกษตร เราเป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกัน มหาอำนาจทางด้านการเกษตร เราส่งออกไปทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงตลาดเรามีเยอะแยะไม่มีเฉพาะอเมริกาหรือจีนเท่านั้น แต่เราก็ต้องเอาไว้เพราะว่าเราต้องค้าขายกันทั่วโลกอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ เราแยกแยะนะครับว่าระหว่างทรัมป์ (Trump) ประธานาธิบดีซึ่งเขาเป็นประธานาธิบดีเขาจะอยู่ ๔ ปีเหมือนพวกเรานี่ละครับ ส่วนสหรัฐอเมริกาก็เป็นประเทศของเขา คนของเขา ชาติของเขา คือสหรัฐอเมริกา ที่รัฐบาลไทยมีความสัมพันธ์อันดีมานับร้อยปีครับท่านประธาน แล้วในอนาคต เราอเมริกาจะต้องดำเนินการสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไปอยู่แล้ว เพราะในอนาคตไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จะยาวหรือสั้นประธานาธิบดีก็ต้องเปลี่ยนเป็นคนอื่น นโยบายที่เกิดขึ้นประธานาธิบดีจะต้องเปลี่ยน แล้วกระผมเชื่อโดยความบริสุทธิ์ใจเลยนะครับท่านประธานว่าประธานาธิบดีคนต่อ ๆ ไปไม่มี ทางตัดสินใจดำเนินการนโยบายนี้อย่างแน่นอนครับ เพราะว่าเขาก็ไม่ได้มีลูกบ้า ผมเกิดมา ก็เปลี่ยนไปหลายคนแล้วตั้งแต่บิล คลินตัน (Bill Clinton) ตั้งแต่โอ้โฮเจ้าของถั่วเหลืองเข้ามา เป็นประธานาธิบดี ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ประเทศไทยเราต้องดำเนินการต่อไปคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐอเมริกาและอาจจะอยู่ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ซึ่งกระผมเชื่อว่ารัฐบาลมีทีมเจรจา ทีมไทยแลนด์นี่นะครับและอีกทุกฝ่ายทุกขบวนการ องคาพยพนะครับ และท่านนายกรัฐมนตรีก็มีวิธีการในแนวทางที่จะต้องดำเนินการสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ ๆ ในทางที่ดีสมกับเป็นนายกรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ครับ ท่านประธานครับ อยากจะขอกราบเรียน อีกนะครับว่าหลายท่านเรียกร้องให้รัฐบาลรีบเจรจาไปคุยกับโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แต่ท่านประธานลองดูนะครับว่าประเทศอื่นทั้งอินเดีย ญี่ปุ่นรีบไปหาโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เลยครับ รีบไปเจรจาไปขอลดภาษีโน่นนี่นั่นนะครับ แต่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศว่าถ้าใครต้องการลดภาษีจะต้องมีเสนอสิ่งที่มหัศจรรย์ มีข้อแลกเปลี่ยนให้กับทรัมป์ (Trump) เป็นที่พอใจ ถ้าทรัมป์ (Trump) ไม่พอใจมึงไม่ต้องมาพูด นี่คือความแข็งกร้าวในนโยบาย ของประธานาธิบดีท่านนี้ ท่านประธานครับ ขืนเราเร่งรีบ เราก็เร่งอยู่นะ เตรียมอยู่แต่ดูท่าที ไม่ใช่ว่าโทรไปไม่รับสาย เจ้าของประเทศโทรไปแล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้โทรไป ไม่จำเป็น ต้องโทรไป ต้องมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับเรื่องภาษีก็คลัง นั่นละครับ ท่านประธานครับ นี่ละครับก็คือกระผมมองนะครับว่าถ้าเราเข้าไปมันยิ่งอาจจะ เข้าทาง ผมมองอย่างนี้ ๆ อาจจะเข้าทางทรัมป์ (Trump) อาจจะกดเราอยู่ก็ได้ เพราะเรา ต้องดูท่าทีประเทศใหญ่ ๆ ที่เขาเข้าไป พอดูแล้วประเทศกลาง ๆ อย่างพวกเรากำลังพัฒนา เราจะต้องไป อย่าไปนั่นมากมายนะครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่หลาย ๆ ท่านก็บอกไปแล้ว มันมีผลกระทบอย่างแน่นอนนะครับ จะมากจะน้อย เรื่องข้าว เรื่องยาง เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ผลิตแล้วส่งไปก็เก็บภาษีแพงมันก็ต้องแพงขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรากำลังที่จะต้องไปเจรจารายละเอียดซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กับท่านพิชัยแล้ว ณ วันนี้ ผมเชื่อมั่นว่าทีมในการเจรจาก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระทรวงพาณิชย์ด้วย ทั้งรัฐมนตรี ทูตมีอยู่ทั่วประเทศ ทั่วโลกครับ ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตร และกรมการค้าระหว่างประเทศอะไรต่าง ๆ เยอะแยะมันต้องอาศัยพวกหลักการนี้เรามอบ นโยบายไปแล้วว่าเราจะเอาอย่างไรกับทรัมป์ (Trump) กับอเมริกา ดังนั้นกระผมอยากจะขอ เสนอแนะนิดหน่อยนะครับว่าเราจะต้องทำอย่างไรเสนอแนะรัฐบาลให้เราเดินทางสายกลาง เราไม่ควรรีบวิ่งไปหาทรัมป์ (Trump) ด้วยซ้ำ แต่เราก็ดูท่าทีแล้วเป็นฝ่ายยินยอมให้ทรัมป์ (Trump) ไปเรียกร้องจนกว่าตัวเองจะพอใจ แต่เราต้องหายุทธศาสตร์และทางออกว่าเราจะรับมือกับทรัมป์ (Trump) อย่างไร เราจะต้องมีมาตรการรองรับ ๑ ๒ ๓ ๔ เตรียมไว้เลยครับ คิดว่ามันต้องเดินไป ประเทศต้องเดินไป พี่น้องต้องอยู่ ชาติเราต้องอยู่ครับ ขอขอบพระคุณครับ