การณิก จันทดา หารือเรื่องการท่องเที่ยวไทยที่มีปัญหาความปลอดภัย การกระจายอำนาจ การกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์ม และปัญหาการจ้างแรงงานที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการที่ได้รับค่าจ้างต่ำและไม่ถูกกฎหมาย และเรียกร้องให้เพิ่มอำนาจให้รัฐตรวจสอบการฝ่าฝืนกฎหมายและเพิ่มมาตรการดูแลแรงงาน
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยนะคะว่าธุรกิจท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการได้เป็นจำนวนมากค่ะ โดยในรายงานระบุว่าการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยในการท่องเที่ยว การกระจายอำนาจในการ ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความท้าทายในการกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์ม ด้านการท่องเที่ยวและที่สำคัญนะคะ สภาพปัญหาจากการประกอบอาชีพในแต่ละธุรกิจค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ดีนะคะ ดิฉันเห็นว่ารายงานฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุปัญหาเรื่องแรงงานเข้าไว้ด้วยค่ะ พี่น้องแรงงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมากยังได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ แล้วก็ยังต้อง ทำงานต่อเนื่องติดต่อกันเป็น ๑๐ ชั่วโมงต่อวันนะคะ นายจ้างหักเงินค่าประกันสังคมค่ะ ไม่ยอม นำส่งให้กับประกันสังคม ที่สำคัญนะคะ นายจ้างอยากจะไล่ลูกจ้างออกก็สามารถทำได้โดยง่ายค่ะ เชียงใหม่ของดิฉันเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวมาสารทิศสารทาง มาทุกทิศทุกทางค่ะ เม็ดเงินมหาศาลนะคะ แต่เห็นการประกาศรับสมัครงานในเฟซบุ๊กก็รู้เลยว่าผิดกฎหมายค่ะ เพราะว่าชั่วโมงการทำงานก็ไม่ได้ค่ะ เกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน บางที่ปาเข้าไป ๑๒ ชั่วโมงต่อวันนะคะ ที่สำคัญค่ะ ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอีกค่ะ ยิ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จนเท่ากับก่อนช่วงโควิดแล้วค่ะ พี่น้องแรงงาน คนทำงานต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นแต่กลับไม่ได้รับ ผลตอบแทนที่เป็นธรรมค่ะ ยกตัวอย่างร้านกาแฟร้านเดียวจ้าง Barista แค่คนเดียวแต่ว่า ทำทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะรับ Order ชงกาแฟ คิดเงิน ยกของ สั่งของ ทำความสะอาดแล้ว ยังต้องดูแลแพลตฟอร์มของเจ้าของร้านค่ะ คือดู Page เฟซบุ๊กนะคะ เรียกได้ว่าแรงงาน คนทำงานถือว่าเป็นพนักงานด่านหน้าที่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทยก่อนใคร เพื่อนนะคะ แต่ว่าพวกเขาทำงานหนักโดยที่ได้รับค่าจ้างไม่เป็นธรรมค่ะ อย่างแรงงานที่ ทำงานในสนามบินส่วนมากก็จะมีสัญญาจ้างนะคะ เป็นสัญญาจ้างเหมาหรือว่าจ้างรายวัน นะคะ ต่อให้ทำไปต่อเนื่อง ๑๐ ปีค่าจ้างก็ยังเท่าเดิมนะคะ บางคนยังไม่ถึงค่าจ้างขั้นต่ำด้วยซ้ำ เพราะว่าได้เป็นรายวันค่ะ ถึงแม้เราจะมีการศึกษาเพื่อหาแนวทางมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของประเทศในด้านการท่องเที่ยวออกมากี่เล่ม จะมีข้อเสนอแนะมากมายต่อรัฐบาลเพียงใด แต่ถ้าหากค่าจ้าง ค่าแรงขั้นต่ำของลูกจ้างไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเหล่านี้ยังไม่เป็น ธรรม ยังไม่ได้ตามมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำ สภาพคล่องทางเศรษฐกิจในชุมชนก็จะไม่มีทางดีได้ นะคะ เงินหมุนเวียนในระดับท้องถิ่นจริง ๆ ก็ย่อมฝืดเคืองตาม ไม่ต้องพูดถึงจังหวัดหรือว่า อำเภอใหญ่ ๆ นะคะ ในพื้นที่ห่างไกลที่นักท่องเที่ยวเข้าไม่ถึง ลูกหลานแรงงานเหล่านี้เขา ต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำหน้าที่ไปหาเงินกลับมา แล้วแบบนี้เขาจะมีเม็ดเงินตกมาถึง ท้องถิ่นที่ห่างไกลได้อย่างไรนะคะ หนึ่งในข้อเสนอรายงานของดิฉันก็คือว่าแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปตรวจสอบการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในสถานประกอบกิจการที่แอบแฝงโดยเฉพาะการค้าบริการทางเพศค่ะ ธุรกิจอย่างสปา นวดหรือว่า Wellness ข้อเสนอแนะของดิฉันคือไหน ๆ ก็เพิ่มอำนาจให้รัฐเข้าไปตรวจสอบ เรื่องการค้าบริการทางเพศแล้วทำไมถึงไม่เสนอเพิ่มให้เจ้าหน้าที่จากกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เข้าไปตรวจสอบร่วมด้วยค่ะ เพราะเราอยากรู้ว่าในสถานประกอบการนั้น นายจ้าง นายทุน ผู้ประกอบการกดขี่แรงงาน อยู่แบบนี้หรือไม่ นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่เคารพกฎหมายหรือเป็นเพราะว่าอำนาจต่อรองของ แรงงานไทยต่ำนะคะ โดยเฉพาะแรงงานภาคบริการค่ะ โดยสรุปนะคะดิฉันเห็นว่าควรที่จะ เพิ่มประเด็นแรงงานเข้าไปในข้อเสนอของรายงานด้วยค่ะ นั่นก็คือ ๑. มาตรการการดูแล ลูกจ้างดูแลแรงงานนะคะ งานภาคบริการจากการท่องเที่ยวที่ลูกจ้างหลายรายไม่ได้ถูกทำให้ ถูกกฎหมายค่ะ และอีกประการหนึ่งนะคะ เพิ่มอำนาจให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปตรวจสอบที่ทำงานเพื่อทำให้ธุรกิจที่ดำเนินเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวรับพนักงาน อย่างถูกกฎหมายและให้ค่าจ้างที่เป็นธรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ