อดิศร เพียงเกษ หารือเรื่องการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นกระทรวงที่แยกออกจากกัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตชมเชยกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในสภาผู้แทนราษฎร มีกรรมาธิการทั้งหมด ๓๕ คณะกรรมาธิการสามัญ ทุกคณะผมคิดว่าคงทำงานอย่าง เอาจริงเอาจังและหนักแน่นเหมือนกรรมาธิการการท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนโปรดเข้าใจครับ ฝ่ายนิติบัญญัติเรามีข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร มีกรรมาธิการอยู่ ๓๕ คณะ ผมอยู่ กรรมาธิการกิจการสภา มีเรื่องหลายเรื่องที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาเหมือนกรรมาธิการ การท่องเที่ยววันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานกรรมาธิการชุดนี้ครับ ท่านเอกธนัช จากจังหวัดหนองคาย ท่านเป็นคนมีเพื่อนเยอะครับ ประธานคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ ท่านตั้งถึง ๑๗๖ คนครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ๑๗๖ คนไม่รู้ว่าท่านจำหน้าได้หรือเปล่า เพื่อต้องการให้ทุกคนมาทำงานที่สภา กรรมาธิการชุดนี้ได้รายงานสิ่งที่มีประโยชน์ ศึกษา อุปสรรคต่าง ๆ จะแก้ไขกฎหมาย เพราะเราทราบว่ารายได้จากการท่องเที่ยวสร้างเศรษฐกิจ ของชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานครเป็นที่สนใจอันดับ ๑ ที่คนทั่วโลก จะมาท่องเที่ยว ประเทศไทยก็มีรายได้เป็นอันดับต้น ๆ ของรายได้ที่เกิดจากเงินเศรษฐกิจ ของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขอโดยสารเรื่องหนึ่ง คือผมอยากให้กรรมาธิการ ชุดนี้ได้ศึกษาในการแยกกระทรวงครับ แยกกระทรวงการท่องเที่ยวกับกีฬาออกจากกัน ให้เป็นกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว นำกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการ ท่องเที่ยวมาอยู่ด้วยกันให้มันถูกฝาถูกตัว แล้วแยกกระทรวงการกีฬาเป็นกระทรวงโดด ๆ การกีฬารู้สึกว่าจะเป็นกระทรวงเดียวที่คนลืมว่าอยู่ที่ไหน ถ้าจะมีกระทรวงการกีฬาก็ต้องเป็น โดดเด่น ไม่ใช่ว่าได้รับเหรียญทองครั้งหนึ่งก็เฮกัน แต่ก่อนที่จะถึงเหรียญต่าง ๆ อยากให้ กระทรวงการกีฬานี่เป็นกระทรวงที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ อยากให้ศึกษา เราเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมเคยพูดในที่ประชุมของพรรคเพื่อไทย เรื่องการแยกกระทรวงตรงนี้ ไม่กระทบกระเทือนการเป็นรัฐมนตรี เพราะกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬาก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทยอย่างนี้เป็นต้น เราจะได้เจ้ากระทรวงที่มีความคิด กระทรวงการ ท่องเที่ยววัฒนธรรมจะเป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่ ศึกษาร่วมกันเพื่อหาอุปสรรคหรือส่งเสริม การท่องเที่ยว กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรก้าวหน้านะครับ แยกกรรมาธิการกีฬาเป็น กรรมาธิการหนึ่ง แล้วก็แยกกรรมาธิการการท่องเที่ยวออกเป็นกรรมาธิการหนึ่ง ผมอยาก ให้ทางบริหารเป็นอย่างนั้น ขณะนี้ผมกำลังร่วมทำญัตติด่วนเข้าสภาและกำลังให้ทางสภา ผู้แทนราษฎรซึ่งมีฝ่ายนิติบัญญัติที่เข้มแข็ง ร่างพระราชบัญญัติกระทรวง ทบวง กรม แยก กระทรวงดังที่ผมกราบเรียน จึงขอโดยสารคราวนี้ละครับ เพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ทำงานอย่าง หนักแน่น นอกจากจะพูดเรื่องอุปสรรคต่าง ๆ ทุกอย่างมีปัญหาหมดละครับ แต่ว่าเมืองไทย ถ้าถูกฝาถูกตัว ไม่ใช่เอากีฬาไปหลบอยู่หลังการท่องเที่ยว ที่ไหนในโลกเขาก็เอาการท่องเที่ยว มาอยู่กับวัฒนธรรมทั้งนั้นครับ ท่าน สส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนหน้านี้ท่านก็พูดว่ากระทรวง การท่องเที่ยวไม่มีเจ้าภาพอะไรเลย มีแต่ไปแบมือขอจากที่อื่น ไม่มีเจ้าภาพ แต่วัฒนธรรม มันเป็นสถานที่ มันเป็นเรื่องที่คนจะต้องไปดู วันนี้จึงเป็นนิมิตหมายในการเริ่มต้นที่จะสร้าง กระทรวงให้มันถูกฝาถูกตัว เหตุที่การท่องเที่ยวไปอยู่กับกีฬาเพราะในช่วง พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม วุฒิสมาชิกท่านเอากีฬามาอยู่กับ การท่องเที่ยว เราไม่อยากให้เสียเวลาในการที่จะตั้งกรรมาธิการร่วม กว่าจะ ๑๘๐ วัน มันจะ เสียเวลา ก็เลยถูกจับผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่วันนั้น เมื่อถึงปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ กระทรวงที่ควร จะอยู่ด้วยกันก็สมควรเวลาที่จะต้องอยู่ด้วยกันดังกล่าว จึงขอขอบพระคุณทางกรรมาธิการ ให้กำลังใจนะครับ ท่านจะแต่งตั้งที่ปรึกษาเพิ่มก็ไม่เป็นอะไรนะครับท่านประธาน แนบท้ายนี้ผมเพิ่ง เห็นเป็นครั้งแรกที่ที่ปรึกษาของประธานมาเต็มเลยนะครับ ๑๗๐ กว่าคน ไม่ทราบว่าใช้ห้อง ประชุมที่ไหนถึงจะมีโอกาสมานั่งกัน ให้กำลังใจนะครับ วันนี้ขอชมเชยท่านประธานทำงานขยัน ขันแข็งจริง ๆ มาครั้งที่ ๒ แล้ว ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ครับ ขอบคุณครับ