นภาเพ็ญ ชี้แจงกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ดอกเบี้ย ๐% และเกณฑ์การกู้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗

นภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยอธิบายที่มาของเงินสมทบ ความแตกต่างของงบประมาณระหว่างปี ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ รวมถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดการเงินกู้และเงินอุดหนุน พร้อมทั้งกล่าวถึงวิธีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ

นางสาวนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้อภิปรายมานะคะ ก็จะขอ ชี้แจงในประเด็นของท่านรวีที่ท่านถามว่าเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีที่มาอย่างไร ทำไมปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๕ กับปี ๒๕๖๖ ถึงมีความแตกต่างกันมากนัก ก็คือเงินสมทบกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงานเกิดจากการที่ทางสถานประกอบกิจการไม่ดำเนินการฝึกอบรม คือเรา มี พ.ร.บ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติตัวนี้ได้กำหนดไว้ว่าให้สถานประกอบกิจการดำเนินการ พัฒนาฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างของตนเอง โดยที่เรามีการบังคับใช้กับสถานประกอบการ ที่มีพนักงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป แล้วพนักงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไปนั้น ถ้าหากว่าพัฒนา ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ ๑ ของค่าจ้างที่ผู้ประกอบกิจการจะต้องจ่ายในปีสุดท้ายก่อนที่จะมีการส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ในระยะเวลาที่กำหนดนะคะ อันนี้ก็ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ นี้มันมีความแตกต่างกัน ก็คือเราจะเห็นได้ว่า ในปี ๒๕๖๕ เป็นช่วงของโควิด แล้วก็ปี ๒๕๖๖ ก็ยังมีผลมาด้วย ดังนั้นก็เลยทำให้ในการ เรียกเก็บเงินของเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในปี ๒๕๖๕ เราคิดแค่เพียง ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าพอปี ๒๕๖๖ เราคิด ๑ เปอร์เซ็นต์ตามปกติ ดังนั้นในการเรียกเก็บเงินตรงนี้มันก็ เลยมีผลต่างที่ค่อนข้างที่จะเยอะ แล้วก็สำหรับค่าใช้จ่ายที่ท่านบอกว่าในเรื่องของ การฝึกอบรมที่ท่านบอกว่าใน ๘ ล้านบาทนั้นเราอบรมให้ใคร เราอบรมให้กับทางผู้ประกอบกิจการ ให้กับทาง HR ให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วก็ในเรื่องของงานกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่ว่าเมื่อถึงกำหนดคุณจะต้องมีการ ดำเนินการอย่างไร และเรามีการอบรมทุกปี เราก็ตั้งงบประมาณตัวนี้ทั่วประเทศปีละ ๕-๖ ล้านบาท สำหรับในส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๒ ล้านกว่าบาทนั้นเราเป็นการฝึกอบรม ให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ แล้วก็เป็นการอบรม ให้ความรู้กับน้อง ๆ ที่เป็นลูกจ้างของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในการดำเนินงานค่ะ สำหรับ ในกรณีของเงินอุดหนุนที่ท่านถามว่าเรามีเงินอุดหนุนอะไรบ้าง เงินอุดหนุนเรามีทั้งหมด เราตั้งหลักเกณฑ์ในการที่จะจ่ายเงินอุดหนุนก็มีตั้งแต่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน ผู้ประกอบกิจการ แล้วก็มีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ แล้วก็ในบางส่วน ก็จะเป็นของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราจะดำเนินการในการที่จะอุดหนุนช่วยเหลือนั้น ๆ อย่างกรณีของผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานก็คือศูนย์ทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงานซึ่งมีทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน ซึ่งในส่วนของตรงนี้ อาทิเช่น บอกว่าเราอุดหนุน ให้แก่ผู้ดำเนินการทดสอบ ผู้ได้รับการอนุมัติ อนุญาต ดำเนินการทดสอบตามมาตรา ๒๔ ซึ่งดำเนินการทดสอบแล้วก็มีผู้ที่ทดสอบในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป ก็จะมีสิทธิได้รับ เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อผู้ผ่านการทดสอบทุก ๑๐๐ คน และส่วน ที่เกินกว่า ๑๐๐ คนก็มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนอีกจำนวน ๒๐๐ บาทต่อคน ฉะนั้น ในกรณีของผู้ประกอบกิจการเราก็จะมีบอกว่าในกรณีที่เราอุดหนุนให้กับผู้ประกอบกิจการที่ ดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ในปีที่ผ่านมาส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๗๐ ของลูกจ้างทั้งหมดก็คือเราให้อบรม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุณพัฒนาฝีมือแรงงานเกิน กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์คุณก็จะได้รับเงินอุดหนุนช่วยเหลืออีก ๒๐๐ บาทต่อลูกจ้าง ๑ คน อันนี้เป็นกรณีอย่างที่เราได้ดำเนินการ แล้วก็สำหรับระบบของการที่ท่านบอกว่าระบบของ การกู้ยืมเงิน ไม่ใช่ค่ะ ที่ท่านถามว่าระบบของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราทำเกี่ยวกับ ระบบที่เป็นพวกไอที ตรงนี้เราบอกได้เลยว่าตอนนี้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานของเรา เราได้ ดำเนินการจัดทำระบบการให้เงินกู้แล้วก็เงินอุดหนุนผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้นเลย แม้กระทั่งในเรื่องของการยื่นแบบแสดงเงินสมทบ ยื่น พ.ร.บ. ยื่นในเรื่องของการฝึกอบรม ฝีมือแรงงานที่จะต้องมีการมานับที่เป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เราก็ดำเนินการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น สำหรับ ๗ ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องของการทำระบบเงินกู้แล้วก็ เงินอุดหนุน แล้วก็เรามีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเรื่องของใบเสร็จรับเงินนะคะ

สำหรับของท่านสหัสวัตนะคะ ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เงินกองทุนนะคะ เรามีการประชาสัมพันธ์ไม่น้อยนะคะ เรามีในทุกระบบเลย แม้กระทั่งที่เป็นเว็บไซต์ก็มี ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ ทางวิทยุหรือแม้กระทั่งในเรื่องของ Spot ต่าง ๆ นี้ เราก็มีนะคะ เราไม่ได้ว่ามีการประชาสัมพันธ์น้อยนะคะ ปีหนึ่ง ๆ เราหมดเงินไปในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ไม่น้อยกว่าปีละ ๕ ล้านบาทนะคะ

สำหรับหนี้สูญที่เป็นเงินกองทุนนะคะ ที่ท่านถามว่าทำไมเราถึงมีหนี้สูญเยอะ หนี้สูญตรงนั้นเป็นหนี้สูญที่เกิดจากกองทุนเดิม คือกองทุนเดิมก็คือกองทุนที่เกิดขึ้นมา ตามมติของคณะรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๙ เราก็เลยตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่ง แล้วกองทุนนั้น ก็ชื่อว่ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ว่าในการให้กู้ยืมเงินตรงนั้นเราให้ผู้ที่เป็นแรงงานที่ ณ ตอนนั้นที่ตกงานได้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานก็ให้มากู้ยืมเงินจากเราโดยที่เสียดอกเบี้ย ร้อยละ ๑ นะคะ แล้วปรากฏว่าผู้ที่มากู้ยืมเงินก็ไม่ชำระเงิน แล้วในส่วนของตรงนี้เราให้กู้ยืมมา ประมาณ ๕ ปีตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ จนถึงปี ๒๕๔๕ แล้วขณะนี้มีผู้กู้ยืมทั้งหมดทั่วประเทศ ๒๘,๘๗๒ ราย แล้วในขณะนี้ได้มีการปิดบัญชีไปแล้ว ๒๔,๐๐๐ กว่ารายนะคะ ยังเหลือลูกหนี้ ที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีอยู่อีกประมาณ ๓,๙๐๐ กว่ารายค่ะ ซึ่งตรงนี้ในส่วนที่ท่านถามว่าทำไมถึง มีหนี้สูญเยอะ เพราะว่าหนี้สูญมันเกิดจากการที่ว่าเราได้มีการพิพากษาไปแล้วในบางส่วน แล้วปรากฏว่าเขาก็ไม่มีเงินที่จะมาจ่ายหนี้ให้ แล้วบางคนผู้กู้ก็เสียชีวิต ผู้ค้ำก็เสียชีวิต เราก็เลยต้องเสนอให้เป็นหนี้สูญค่ะ

สำหรับในเรื่องของการประเมินผลสัมฤทธิ์นะคะ อันนี้ประเมินผลสัมฤทธิ์ เราประเมินผลสัมฤทธิ์สำหรับในกรณีที่ถ้ามีการกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน อันนี้เป็นเงินกู้ใหม่นะคะ เงินกู้ใหม่เรามีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการที่สถานประกอบ กิจการกู้ยืมเงินจากเราไปแล้วนำไปพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างของตนเอง เราก็จะมีการ ติดตามประเมินผลว่าผลผลิตของเขาดีขึ้นหรือเปล่า มีประสิทธิภาพไหม มีประสิทธิผลหรือเปล่า การดำเนินงานลดต้นทุนการผลิตหรือเปล่านะคะ แล้วก็ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงไป หรือเปล่าค่ะ

สำหรับในกรณีของท่านธีระชัยนะคะ ท่านถามว่าการขาดแคลนเงินนะคะ เรามีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ลองพิจารณาหลักเกณฑ์การเข้าถึงให้มากขึ้น ในเรื่องของการเข้าถึง เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เงินกู้เรามีการประชาสัมพันธ์ไปตลอดเลยนะคะ เพียงแต่ว่า ท่านถามว่าทำไมปีหนึ่งเราให้กู้เพียงแค่ ๒๐-๓๐ ล้านบาท เราไม่ได้จำกัดจำนวนเงิน ที่จะมีสถานประกอบกิจการมากู้นะคะ เพียงแต่ว่าเราตั้งในพื้นฐานไว้ว่าในขั้นต่ำของเรา เราตั้งไว้ปีละ ๓๐ ล้านบาท เพราะว่าในการที่เราตั้งออกมา ในการใช้จ่ายเงินกองทุน มันจะต้องมีคณะกรรมการที่เขาจะต้องมีการจัดสรรเงินให้กับเรา เราก็ตั้งมาไว้ที่ ๓๐ ล้านบาท ถ้า ๓๐ ล้านบาทไม่เพียงพอ เราก็สามารถที่จะขอเงินมาจากบอร์ดของเราได้อีกนะคะ แต่ปรากฏว่าที่ผ่าน ๆ มาก็คือสถานประกอบกิจการไม่ค่อยให้ความสนใจกับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเขาก็อ้างว่าเรามีเงื่อนไขตรงที่ว่าเงินกู้เราใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่สิ่งที่ สถานประกอบกิจการต้องการที่จะกู้ สถานประกอบกิจการไม่ได้ต้องการที่จะมากู้เพื่อที่จะ นำไปพัฒนาฝีมือแรงงานแต่ต้องการที่จะไปใช้อย่างอื่นนะคะ

สำหรับในกรณีที่ท่านถามว่า SMEs มีคนต่างด้าวมาก อยากจะให้เราเอา กองทุนนี้เข้าไปพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับเงินกู้นี่นะคะไม่ได้จำกัดที่ว่าจะต้องเป็นแค่คนไทย คนต่างชาติถ้าสถานประกอบกิจการกู้ยืมเงินไปก็เปรียบเสมือนเป็นเงินของเขาเอง เขาก็ สามารถที่จะเอาไปใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งกับลูกจ้างที่เป็นคนไทยแล้วก็คนต่างชาติ ได้นะคะ สำหรับดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ย ๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้บัญญัติไว้ว่าให้ดอกเบี้ยเงินกู้ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ผ่านมาเราเคยใช้ดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ อยู่เพียงแค่ปีเดียว หลังจากนั้นมาเราก็เป็นเงินกู้ ๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมดค่ะ ก็นำเรียนให้กับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้ทราบนะคะ