ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายรับทราบข้อมูลการสอบบัญชีและรายงานกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ปีสิ้นสุดเดือนกันยายน ๒๕๖๖ โดยเน้นการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านการส่งเสริมภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมเสนอให้ปรับหลักเกณฑ์กองทุนเพื่อปล่อยกู้วงเงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ให้แก่ภาคเอกชนอย่างเต็มที่ และหารือถึงความสำคัญของการขยายบทบาทกระทรวงแรงงานในการฝึกทักษะทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว เพื่อลดภาระผู้ประกอบการ SMEs และส่งเสริมโอกาสฝึกงานในต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายรับทราบข้อมูลการสอบบัญชีและรายงาน กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ดังนี้ครับ
ประเด็นแรกครับท่านประธาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานในภารกิจในการ พัฒนาฝีมือแรงงาน และอีกภารกิจที่กระผมคิดว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือว่าส่งเสริมให้ ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ สาเหตุที่กระผมกล่าวว่าภารกิจส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือ แรงงานตามนโยบายของรัฐบาลนั้นมีความสำคัญ เพราะตอนนี้ Trend หรือกระแสของโลก เราได้เปิดกว้างครับ เปิดกว้างให้ภาคเอกชน นายจ้างเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา ฝีมือแรงงาน การฝึกอบรมฝีมือแรงงานและฝึกการเตรียมความพร้อมในการเข้าทำงาน ท่านประธานครับ ตอนนี้บางบริษัทใหญ่ ๆ มีความพร้อม มีเทคโนโลยีพัฒนาฝีมือแรงงาน ดีมากครับ ตอนนี้มีการสร้างหลักสูตร มีครูฝึก มีสถานที่ฝึกอาชีพ เพื่อสร้างให้พี่น้อง ภาคแรงงานเป็นแรงงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น กระผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีต่อการพัฒนา แรงงานของไทยเป็นอย่างมาก การพัฒนาทักษะของตนเอง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ของแรงงานเองและเพิ่มรายได้มากขึ้นให้กับพวกเขาด้วย แต่กระผมทราบมาว่าหลายบริษัท มีความพร้อมแต่อาจจะขาดแคลนเรื่องงบประมาณในการสนับสนุนจากภาครัฐ ปกติแล้ว ภาครัฐโดยเฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็อาศัยภาคเอกชนในการเข้ามาร่วมแต่เขาต้อง ออกสตางค์ค่าใช้จ่ายเอง โน้น นี่ นั่นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ในรายงานของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานประจำปี ๒๕๖๖ นั้นบอกว่ากองทุนมีเงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาทครับ ใน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ มีเงินให้กู้ยืมเพียง ๒๑ ล้านบาทเท่านั้น และเงินกู้ยืมใน ระยะยาวก็มีเพียง ๖ ล้านบาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กองทุนมีเงินฝากตั้ง ๑,๒๐๐ ล้านบาท แล้วเป็นเงินฝากแบบไม่ได้ดอกเบี้ยด้วย เพราะฉะนั้นก็แปลว่าฝากไปแล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ อะไรครับ นับวันเงินก็เฟ้อ จำนวนเงินที่ฝากก็มีค่าที่ลดลง แล้วเหตุใดกองทุนไม่ปล่อยให้ ภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาฝีมือแรงงาน นำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เราสร้างกฎกติกาของเราออกมานะครับ อันไหนถ้ามันมีความมั่นคง บริษัทเอกชนไหนที่มัน ใช้ได้ก็ให้เขากู้ไปในเมื่อเขาขาดแคลนเรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้นจะมีกองทุนไว้ทำไมครับ หรือเรา ก็เอาเงินฝากธนาคารมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะครับ ดังนั้นกระผมขอฝากไปยังผู้บริหาร กองทุนนี้และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยนะครับว่าลองพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ สนับสนุนให้ภาคเอกชนต่าง ๆ เข้าถึงแหล่งเงินกองทุนนี้ให้มากขึ้น ขยายสัญญาเพื่อเพิ่ม ระยะเวลาการชำระหนี้ เรื่องนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ พี่น้องภาคเอกชน แรงงานได้มากเลย ทีเดียวครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน วัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงานนั้นสำคัญต่อการฝึกทักษะอาชีพการพัฒนาเชี่ยวชาญทางด้าน Skill ให้สูงในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ท่านประธานครับ ตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าภาคธุรกิจ SMEs ของบ้านเรามีพวกแรงงานต่างด้าวทั้งนั้นตอนนี้ครับ ที่ผ่านมาการเตรียมการฝีมือแรงงานของคนต่างด้าวนั้นกำหนดให้นายจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เรื่องนี้เป็นภาระของพี่น้องผู้ประกอบการและ SMEs รายย่อยอย่างมาก เลยนะครับ กระผมจึงขอฝากให้กระทรวงแรงงานแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนอกจากการพัฒนา ฝีมือแรงงานให้กับแรงงานไทยแล้วกระทรวงแรงงานจะต้องเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการ พัฒนาฝีมือแรงงานให้กับคนต่างด้าวด้วย ก็เราต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามานะครับ เราต้อง ไปฝึก ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น IM Japan เขาก็มีหน่วยงานหนึ่งที่ต้องการให้มีฝึกเลยครับ ประเทศอินโดนีเซียก็เข้าไปฝึก ของเขาตั้งมา ๒๐ ปีแล้ว ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่า ๆ คน แล้วทีนี้ของเวียดนามซึ่งเข้ามาทีหลังก็ไปแล้วประมาณ ๘,๐๐๐ คน ประเทศไทยมีแค่เพียง ๖,๐๐๐ คนเท่านั้น ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นอยากให้เอาตัวนี้เป็นตัวประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ที่ต้องการอยากจะไปฝึกงานที่ IM Japan ของประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะขอเรียนนะครับว่าตามประกาศของกระทรวง แรงงานและกระทรวงมหาดไทย รวมถึง ครม. ก็มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนามมีฐานะที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่อยู่ในไทยเป็นกรณีพิเศษและสามารถทำงานกับนายจ้างเป็นการชั่วคราวได้ในระยะเวลา ๑ ปีครับ โดยเริ่มขึ้นทะเบียนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ เพราะว่าเขารบกัน เขากลับบ้านไม่ได้ มันมีความจำเป็น ต่ออายุ Visa ไม่ได้ เรื่องนี้กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ถูกต้องแล้วที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้เล็งเห็นว่าที่ผ่านมาสถานการณ์สู้รบมันมีปัญหา แล้วเขามาทำงานแล้วก็ไม่สามารถที่จะกลับบ้านได้ แล้วแรงงานเมียนมาบางส่วนซึ่งเคย ได้รับอนุญาตทำงานถูกต้องกลายเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายเนื่องจากว่าไม่สามารถเดินทาง กลับประเทศได้ ใบอนุญาตและ Visa ก็หมด หยุดลง อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลได้ตระหนัก เรื่องนี้ ทางคณะรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานด้วยนะครับ จึงได้ประกาศ พออนุโลมให้ผู้ที่ ผิดกฎหมายเหล่านี้รอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลน แรงงาน กระทบต่อการขับเคลื่อนของนายจ้าง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยครับ แต่ท่านประธานครับ กระผมได้รับคำร้องเรียนและมีความกังวลจากผู้ประกอบการว่า ทำไมช่วงนี้มีข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่างด้าวอย่างหนาหู แล้วก็ไม่เป็นการขัดกับนโยบาย ของรัฐบาลหรืออย่างไร ดังนั้นในเรื่องนี้กระผมขอให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่มิชอบไปรังแกพี่น้องผู้ประกอบการนะครับ แม้กระทั่งแรงงานชั่วคราวที่มาตัดอ้อยอยู่ตามไร่อ้อยต่าง ๆ ที่เขามาถูกต้องตามกฎหมาย แรงงานเขมร แรงงานลาวก็ดี ก็จะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทางแรงงานด้วย เจ้าหน้าที่ ตำรวจไปหาเก็บส่วยตามนั้น รายละ ๕๐๐ บาท รายละ ๑,๐๐๐ บาทบ้าง เรื่องนี้ขอฝากไปถึง ผู้บริหารด้วยนะครับ ก็คือกำชับกำชามา กระทรวงมหาดไทยก็ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดี อย่าให้พวกนักกังฉินไปตบทรัพย์กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งหน้านี้ก็เป็นหน้าเก็บเกี่ยวพืชผล ทางการเกษตร หน้าตัดอ้อย ขุดมัน เราก็ใช้แรงงานกีดยาง โน้น นี่ นั่น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าถึงแม้ว่าในเรื่องนี้ที่ท่านได้ถือมาในเล่มเขียวผมจะไม่ได้ดู ดูแต่ว่า เป็นตัวเลขที่ท่านได้ใช้เงิน เงินมันเหลือนะครับ เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ใช้ให้มันมีประโยชน์ มากกว่านี้นะครับ บางครั้งบางคราวก็ใช้หลักเกณฑ์ของพวกเรา ใช้หลักเกณฑ์ให้มันกำชับกำชา ให้ดี ๆ แล้วก็ใช้เงินให้มีประโยชน์ ลงทุนนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอกราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ โอกาสที่พวกเรา จะฟื้นทางด้านเศรษฐกิจและจะนำการส่งออก เรานำเข้าแรงงานแล้วก็ส่งออกแรงงาน กระทรวงแรงงานหรือการพัฒนาทางด้านแรงงานน่าจะเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจก็ได้ นำรายได้เข้าประเทศปีละหลาย ๆ แสนล้านบาท เหมือนการท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าหากว่าเรามีความพร้อมในการพัฒนาจริง ๆ จัง ๆ เอากันจริง ๆ จัง ๆ มีฝีไม้ลายมือจริง ๆ จัง ๆ เราก็สามารถนำรายได้เข้าประเทศได้อย่างมากมาย ขอกราบขอบพระคุณครับ