แสวง ยืนยัน กกต. ทำงานตามกรอบกฎหมายเพื่อเลือกตั้งยุติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗

แสวง บุญมี ยืนยันว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งทำงานตามกรอบกฎหมายเพื่อการแข่งขันที่ยุติธรรม โดยชี้แจงข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ว่าต้องพิจารณาจากบริบทของกฎหมาย ไม่ใช่เพียงความต้องการส่วนตัวของผู้คน แสวง บุญมี ชี้แจงหน้าที่ กกต. ในการส่งเสริมประชาธิปไตยและจัดเลือกตั้งอย่างโปร่งใส โดยเน้นย้ำความรับผิดชอบในการปกป้องสิทธิประชาชนและการมีส่วนร่วม พร้อมอธิบายเหตุผลที่เลือกวันเลือกตั้งวันที่ ๑ แทนวันอาทิตย์เพื่อความปลอดภัยของกระบวนการนับคะแนน แสวง บุญมี ชี้แจงกระบวนการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ยืนยันการทำงานร่วมกันที่ดีระหว่างพรรคและสำนักงาน พร้อมระบุว่ามีกลไกตรวจสอบโครงการก่อนอนุมัติเพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปตามกฎหมาย แสวง บุญมี รายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ปี ๒๕๖๖ โดยเน้นย้ำมาตรการป้องกันซื้อสิทธิขายเสียง การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินพรรคการเมือง และขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้การเลือกตั้ง อบจ. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ก่อนอื่นก็ขอขอบพระคุณ ทางท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อสังเกตข้อเสนอแนะรวมทั้งตำหนิหรือสงสัยในการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกความเห็นหรือการเสนอแนะในห้องประชุมนี้เราเคารพแล้วก็เป็น เรื่องที่ดีที่ทางสำนักงานจะนำไปพิจารณารวมทั้งเสนอ กกต. บางเรื่องเราก็คิดเหมือน ประชาชน เว้นแต่เรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เราต้องคิดอย่างอื่น เราทำงานบนกฎหมาย เมื่อสักครู่ผมได้ฟังหลายครั้งเหมือนกันว่ามี กกต. ไว้ทำไม จริง ๆ เรามีไว้เพื่อให้การแข่งขัน เป็นธรรมนี่คือหลักการ ถามว่าเราทำแบบนั้นไหม การแข่งขันควรจะนึกถึงความยุติธรรม บางคนคิดเลยไปถึงว่าประโยชน์จากกติกา ความยุติธรรมบางครั้งมันอาจจะเกิดจากกฎหมายก็ได้ หรือมันอาจจะเกิดจากผู้ปฏิบัติก็ได้ แต่เวลาเลือกตั้งไม่ว่าความยุติธรรมจะเกิดจากกฎหมาย ความไม่ยุติธรรมอาจจะเกิดจากกฎหมาย หรือการกระทำของคนก็ตกมาอยู่ที่คนทำงานนี่ละครับ มีหลายเรื่องที่ผู้วิจารณ์หรือคนแสดงความคิดเห็นไม่ได้ดูกฎหมายเลย การเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ผมว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งที่วิจารณ์ กกต. โดยไม่ได้พิจารณากฎหมายเพียงแต่ว่าอยากได้แบบนั้น อยากได้แบบนี้ แต่ไม่ได้คิดว่าทำไมกฎหมายเขียนไว้แบบนี้ แล้วก็ กกต. ทำไมทำแบบนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่ามันจะง่ายสำหรับเรา ส่วนสิ่งที่เราทำผมยืนยันว่า กกต. และสำนักงาน ทำตามกฎหมาย ให้ยกตัวอย่างมาเป็นเรื่องก็ได้ว่าอะไรที่เราไม่ทำตามกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่ เราอยากจะบอกว่าเราทำอะไรที่ผ่านมาเกี่ยวกับเมื่อมีการแข่งขันหรือมีการเลือกตั้ง นั่นคือหน้าที่ในการทำงานเกี่ยวกับเรื่องเวลาที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น เราไม่ได้ทำกฎเกณฑ์หรือกติกา หรือปฏิบัติเพื่อใครคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อย่างที่ ๒ หน้าที่ของเราก็คือการให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าการเลือกตั้ง เพราะมันเป็นเรื่องคุณค่าซึ่งมันต้อง ใช้เวลา เราก็อยากได้ประชาธิปไตยที่เป็นของชาติ ไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราก็พยายาม แต่ไม่ว่าจะ ๒ หน้าที่ที่ผมได้นำพูดไปเมื่อสักครู่ ลำพังเรา ๒,๕๐๐ คน ทำไม่สำเร็จหรอกครับ เพราะว่าไม่ว่าการเลือกตั้งหรือไม่ว่าการให้ความรู้นี้มันเป็นเรื่องของ คนในชาติทั้งนั้น แต่ว่าเราก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่เรามาอยู่ตรงนี้ นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า กกต. ก็พยายามจะทำให้มันดีที่สุด ที่กฎหมายให้เราทำ เหมือนเรื่องความโปร่งใสนี่ละครับ ในการเลือกตั้งผมว่าเท่าที่ผมศึกษาแล้วก็ไปเห็นมาจาก ต่างประเทศบ้าง ผมก็ยังไม่มีเห็นว่าประเทศไหนทำการเลือกตั้งโปร่งใสเหมือนกับประเทศไทย ไม่ว่าจะการให้ผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง กฎหมายให้ในระดับหนึ่ง เรายังให้มากกว่า กฎหมายด้วยซ้ำไป แต่ผมก็ไม่ทราบว่าแค่ไหนมันถึงจะพอสำหรับการสังเกตการณ์ เราก็คิดว่า เราให้การสังเกตการณ์ที่โปร่งใส ทั้งมีกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสเพราะบ้านเราเวลา แข่งขันจะมีรายละเอียดมาก สำนักงานก็พยายามจะออกขั้นตอนที่มันอธิบายได้ทุกเรื่อง มันอาจจะดูจุกจิกหรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นก็คือสิ่งที่สำนักงานทำ ก็อยากจะขอบคุณ ทุกความเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ในการทำงาน ผมก็จะน้อมรับ ไปปฏิบัติ ส่วนประเด็นคำถามต่าง ๆ ผมจะขอชี้แจงไปทีละประเด็นเป็นสรุปสั้น ๆ นะครับ เรื่องจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็ต้องยอมรับว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมีครั้งที่สูงที่สุดก็คือ การเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๖๖ แต่พอเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางครั้ง มีจำนวนบางที ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางครั้งมีจำนวน ผู้มาใช้สิทธิน้อยก็อาจจะเป็นด้วยวาระที่เหลืออยู่มีจำนวนน้อยเหลือไม่ถึง อยู่ได้แค่ปีหนึ่ง อย่างนี้ครับ หรือความสนใจของประชาชนหรือผู้สมัครบางครั้งก็มีผู้สมัครแค่คนเดียว เขาก็ต้องการนำคนไปใช้สิทธิในที่ไม่มีลักษณะการแข่งขันก็อาจจะทำให้ผู้มาใช้สิทธิน้อย แต่ในระดับท้องถิ่นที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าผู้มาใช้สิทธิการเลือกตั้งยังมีจำนวนน้อยอยู่ เมื่อเลือกตั้ง อบจ. ครั้งที่แล้ว ๖๔ เปอร์เซ็นต์ พอมาเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ๒๗ จังหวัด จริง ๆ มี ๒๙ จังหวัด เหลืออีก ๒ จังหวัดที่จะเลือก ก็ได้ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ยังถือว่าน้อย ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ ด้วยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแบบนี้เราก็ไม่ได้พอใจ แต่ว่า มันก็แยกเลือกตั้งไป มันไม่ได้มีกระแสหรือเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ ๑ นี้นะครับ เราก็พยายามอย่างที่ได้มีสมาชิกแสดงความคิดเห็นเรื่องการเลือกตั้งวันเสาร์ ซึ่งผมก็จะขอชี้แจง ในโอกาสต่อไป จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นสิ่งที่มันแสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งก็เป็น โจทย์หนึ่งในการทำงานของ กกต. ที่สำคัญพอ ๆ กับเรื่องความโปร่งใส เมื่อวันที่ ๑ เลือกตั้ง อบจ. กำหนดเป็นวันที่ ๑ ซึ่งตรงกับวันเสาร์นะครับ ก็จะขอโอกาสชี้แจงอธิบายในส่วนนี้สั้น ๆ ว่า จริง ๆ ก่อนจะกำหนดเป็นวันที่ ๑ ทุกประเด็นที่สังคมได้อภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น เราก็พิจารณามาหมด อย่างที่บอกเราก็ทำงานเพื่อประชาชนโดยผ่านกฎหมายเพื่อให้ การแข่งขันเป็นธรรม แต่ว่าเมื่อเรามาชั่งทุกอย่างแล้ว ถามว่าเราคุ้มครองปกป้องสิทธิของ ทุกคนไหมที่จะให้เขาไปเลือกตั้ง จริง ๆ หน้าที่ของ กกต. ก็คือปกป้องเจตนารมณ์ของ ประชาชนเมื่อเข้าคูหา ๑. ก็คือให้ไปมากที่สุด ๒. ก็คือให้คะแนนที่เขาไปลงสุจริต วันที่ ๑ ก็ยอมรับว่าเรา วันที่ ๒ วันอาทิตย์เลือกตั้งได้ไหม กฎหมายเลือกตั้งได้ เราเข้าใจเลือกตั้งได้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่เราคำนึงก็คือการปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง เราตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินว่าทำไมไม่ใช่วันที่ ๒ เราถามทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัด เช่น ที่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ คะแนนเกิน ๑ ทุ่มหลายหน่วยมาก และยิ่งเป็น เวลากลางคืน อย่างที่จังหวัดตากที่อำเภออุ้มผางคะแนนมาเช้า นั่นคือเราต้องการความ ปลอดภัยว่าการเลือกตั้งต้องเสร็จภายใน ๒๔.๐๐ นาฬิกา ส่วนของการขยายว่าสามารถขยาย ได้เป็นบางพื้นที่ บางอะไรนะครับ อันนี้เป็นความเห็นทางกฎหมายที่อาจจะต้องตีความ ต่างกัน เราปกป้องคนส่วนมากเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนผลกระทบ ที่เกิดจากการเลือกตั้งวันที่ ๑ อาจจะมีผู้คนทำงานในวันเสาร์ เราก็ต้องมีมาตรการที่จะต้อง ไปดูแลแล้วก็จะทำอย่างไรให้เขาได้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานก็ได้ออกจดหมายไปที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกไปเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ทุกหน่วยงานเลยนะครับ ซึ่งได้ออกไปแล้ว แล้วก็จะต้องมีกระบวนการบริหารการจัดการเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของ การเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. ที่จะถึงนี้ แล้วก็ต้องอาศัยผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียงนี่ล่ะครับ ช่วยกันในอีกทางหนึ่งในการที่จะรณรงค์ให้ประชาชนไปออกเสียงมากที่สุด นี่ก็คือสิ่งที่ สำนักงานได้ทำมาแล้ว ในส่วนซึ่งท่านพริษฐ์ได้ขอเรื่องข้อมูล ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่เรียบร้อย คือคำว่ายังไม่เรียบร้อยจริง ๆ มันมีข้อมูลแล้ว แต่ว่ามันจะประกาศตามระยะเวลาที่กฎหมาย กำหนดว่าหน่วยเลือกตั้งที่ไหนใครเป็นผู้มีสิทธิ เราก็จะยินดีให้แล้วก็รวมทั้งการสังเกตการณ์ การเลือกตั้งจริง ๆ เรื่องการสังเกตการณ์เราจะถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลาว่าเหมือน กกต. ปิดบัง ทำงานไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้ง สส. เลือก สว. หรือว่าเลือกท้องถิ่น ประชาชนมีสิทธิ สังเกตการณ์ทุกที่ ไม่ต้องมาขอ กกต. ครับ ถ่ายรูปถ่ายอะไรได้หมดครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่า เหมือนมาขอ เราจัดสถานที่ไว้ให้อยู่แล้ว ไม่ได้มีกฎหมายห้ามประชาชนไม่ให้สังเกตการณ์ เลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิในการที่จะไปสังเกตการณ์เลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งองค์กร เอกชนต่าง ๆ เรายังจัดสถานที่ให้ เฉพาะเลือกตั้ง สส. เราก็มีการจัดสถานที่รวมทั้งตัวแทน ผู้สมัครในการสังเกตการณ์เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส แต่บางอย่างนะครับ ความโปร่งใส บางอย่างก็เห็นได้ด้วยตาเหมือนการไปสังเกตการณ์ที่หน่วย หรือบางอย่างไม่สามารถเข้าไป เห็นได้ แต่ความโปร่งใสพิสูจน์ได้จากขั้นตอนในการทำงาน เหมือนแบบ สส. ๕/๘ ที่ติด หน้าหน่วยนี่ล่ะครับ คนบอกว่าจะมีการแก้คะแนนไหม เราก็พยายามทำให้ประชาชนเห็นว่า มันตรวจสอบได้ ที่ติดหน้าหน่วยเอาไปลงคอมพิวเตอร์ให้ตรวจสอบทุกหน่วย ทั้งแสนหน่วย เขาเอาไปลงคอมพิวเตอร์แล้วก็ไปประกาศผลนะครับ แล้วมีคน กปน. นี่ล่ะครับ ใน กปน. ในการที่จะเซ็นลงลายมือชื่อทุกคนในใบ สส. นี่ล่ะครับ ไม่มีใครสามารถแก้คะแนนได้หรอกครับ แล้วก็มีผู้สังเกตการณ์อย่างที่บอก แต่ว่าถ้าจะเข้าไปสังเกตการณ์ อย่างองค์กรเอกชน จะขอเข้าไปสังเกตการณ์ในที่รวมคะแนนซึ่งเป็นกระบวนการ อย่างนั้นผมว่ามันจะเป็นการ ไปกดดันการทำงานของคณะกรรมการรวมคะแนน นับคะแนนเราทำให้เห็นแล้ว จากนั้น คือกระบวนการที่มันตรวจสอบเองว่าคะแนน ๑๐ ได้คะแนน ๑๐ เมื่อไปที่หน้าหน่วย ไปประกาศก็คือ ๑๐ ที่หน้าหน่วย นั่นก็คือสิ่งที่สำนักงานได้ทำ ผมก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่เราทำ ในเวลาเลือกตั้งก็คือการเน้นถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม และการอำนวยความสะดวก ของประชาชน นั่นก็คือสิ่งที่เราได้ทำ

อีกคำถามหนึ่งที่ผมเห็นว่าต้องชี้แจงก็คือการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง จริง ๆ พรรคการเมืองกับสำนักงานทำงานร่วมกันได้อย่างดีมาก ทุกพรรคการเมืองครับ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ผมคิดว่าเราทำงานร่วมกันได้อย่างดี แล้วก็เงินที่สนับสนุน พรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อวานได้มีการชี้แจงไป ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการ ในการใช้จ่ายเงินเขาเรียกว่ามีรายละเอียดมาก ทางเราก็รับฟังมาแล้วก็จะปรับปรุง ส่วนว่า การใช้จ่ายเงินจะเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เรามีกระบวนการตรวจสอบก่อน การตรวจสอบ ก็คือพรรคเสนอโครงการเข้ามา เราก็จะดูว่าพรรคทำที่ไหน พรรคต้องแจ้งก่อนกี่วันเพื่อให้เราทราบ

๒. ระหว่างการดำเนินการเราก็จะส่งคนเข้าไปดู ส่งตัวแทน ถ้าตามต่างจังหวัด ก็มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หลังการดำเนินการก็จะมีการ ตรวจสอบว่าจะให้พรรคส่งเอกสารหลักฐานมา ทำถูกต้องไหม ทำถูกตามอัตราการจ่ายเงิน ไหม หรือทำเอกสารเท็จไหมอย่างนี้ครับ มีการตรวจสอบ เราก็ได้ร่วมกันทำงานกับพรรค การเมือง ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีนะครับ ทุกพรรคการเมืองก็ได้ทำตามขั้นตอนที่กฎหมาย แล้วก็ระเบียบกำหนด แล้วเราก็พยายามผ่อนปรนให้คำปรึกษา นี่ก็คือการใช้จ่ายเงินของ พรรคการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาก็นับวันจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในประเด็นของการใช้จ่ายเงิน ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียง สำหรับผมในช่วงตั้งแต่การเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ มา พิจารณาจากเรื่อง ร้องเรียนน้อยมาก จะไม่ค่อยมีเรื่องร้องเรียน อาจจะมีเรื่องเสียงจากชาวบ้านว่ามีการซื้อสิทธิ ขายเสียง แล้วเมื่อพิจารณาจากการร้องเรียนหรือมาตรการที่เราทำ ไม่ได้บอกว่ามันจะไม่มี แต่เรามีมาตรการในการที่จะป้องกันป้องปรามอยู่เหมือนกันว่าในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เราจะทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ว่าเมื่อการหาเสียงของการเลือกนายก อบจ. ที่ผ่านมา ที่ผ่านมา ๒๗ จังหวัด โดยภาพรวม ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะมีการร้องเรียนบางแห่งบ้าง ผมก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ ทั้งพรรคการเมืองและผู้สมัคร ซึ่งการหาเสียงเริ่มจะอยู่ในสิ่งที่ผมว่าทุกคนก็คาดหวังไว้ว่า การหาเสียงจะอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็แล้วแต่ถ้ามันจะมีหรือมีแล้วเรายัง ไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ มันก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานการเลือกตั้ง ซึ่งเราก็ต้องมีมาตรการรวมทั้งเราก็มีเครื่องมืออยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะวันที่ ๑ ที่จะมีการเลือกตั้งซึ่งก็เป็นข่าวว่าอาจจะมีการเลือกตั้งที่เข้มข้น เราก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ แต่สุดท้ายถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือเลยมันก็จะเป็นงานยากอยู่เหมือนเดิม ล่ะครับ แต่ถ้าได้รับความร่วมมืออย่างที่ผมได้นำกราบเรียนว่าไม่ว่าการเลือกตั้งหรือการให้ ความรู้เกี่ยวกับประชาชน เราก็ต้องการรับความร่วมมือเหมือนกัน งานมันจะง่ายขึ้น นั่นคือ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนกับที่ประชุมแห่งนี้ ส่วนเรื่องข้อสังเกตและคำถามหรือประเด็นอื่น ๆ ผมก็จะนำกลับไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วก็นำไปปรับปรุงการทำงานสำหรับ สำนักงานและ กกต. คิดว่าไม่ว่าจะเป็นความเห็นทั้ง ๑๕ ท่าน สำหรับเรามีประโยชน์ เรารับฟัง ทุกคำถาม ถ้าเห็นว่ามันเป็นข้อเสนอแนะที่ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องกฎหมาย เรายินดีทำทุกเรื่อง ครับ เพราะเราก็รับใช้ประชาชน รับใช้ตัวแทนของประชาชนคือท่านสมาชิกนี่ล่ะครับ เราไม่ได้ คิดมากกว่านั้น คิดว่าคนอาจจะสงสัยการทำงาน แต่ผมว่าเราอธิบายได้ ในชั้นนี้ก็ขอกราบ ขอบพระคุณทางท่านสมาชิก แล้วก็ท่านประธานที่ให้โอกาสสำนักงานมารายงานผลการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ครับ