พริษฐ์ วัชรสินธุ ขอหารือประเด็นการเลือกตั้ง อบจ. ปี ๒๕๖๘ โดยแสดงความกังวลต่อการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์แทนวันอาทิตย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานในโรงงานและประชาชนที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดในการใช้สิทธิ อภิปรายเหตุผลความคุ้นชินของประชาชนในการเลือกตั้งวันอาทิตย์ ยินดีที่ กกต. ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ และยืนยันว่าประเด็นกฎหมายจัดการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน ได้คลี่คลายไปแล้ว ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงเลยถึงเช้าวันจันทร์ และเสนอให้ กกต. ขยายระยะเวลาจัดการเลือกตั้งตามความจำเป็น แต่เมื่อ กกต. ปฏิเสธข้อเสนอจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่รับฟังแนวทางแก้ไขดังกล่าว ถามถึงสถานะการออกหนังสือประสานงานกับภาคีเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกจ้างเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ และสอบถามแผนรองรับเพิ่มเติม อภิปรายเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเสนอให้ กกต. ร่วมมือกับภาคประชาสังคมสร้างแพลตฟอร์มสังเกตการณ์เลือกตั้ง และร้องขอข้อมูลรายละเอียดหน่วยเลือกตั้งและผู้สมัครผ่านประธานสภา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตหารือกับทางท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. เกี่ยวกับ ประเด็นเรื่องของการเลือกตั้ง อบจ. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี ๒๕๖๘ ตอนแรกก็ลังเลใจ ว่าคาบเกี่ยวกับวาระไหมเพราะว่าวาระในวันนี้เป็นเรื่องของรายงานผลการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๖ แต่นั่งคิดแล้วความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านสามารถวางแผนได้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ อยู่แล้วเพราะว่าเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามวาระ ๔ ปีที่ครบในช่วงปลายปี ๒๕๖๗ ทำให้ ต้องมีการเลือกตั้ง อบจ. ในช่วงต้นปี ๒๕๖๘ ผมเข้าใจว่าประเด็นนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปพอสมควรก็จะขออนุญาตไม่พูดถึงประเด็นที่ซ้ำมากจนเกินไป แต่อยากจะ Update สิ่งที่ทางผมแล้วก็คณะกรรมการพัฒนาการเมืองได้หารือกับทาง กกต. มาอย่าง ต่อเนื่องในประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เพื่อนสมาชิกเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วน รวมไปถึงการถาม คำถามเพิ่มเติมที่ยังค้างคาใจทางผมแล้วก็ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองผ่านท่าน ประธานไปยังทาง กกต. อย่างที่ท่านทราบดีความจริงตั้งแต่ตอนที่ กกต. ประกาศแผนว่าจะมี การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ เมื่อตอนวันที่ ๕ พฤศจิกายน ผมก็ได้ ออกมาแสดงความเห็นถึงความกังวลทันทีด้วย ๒ เหตุผล
เหตุผลที่ ๑ เราเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์แทนที่จะเป็น วันอาทิตย์จะทำให้มีประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะมีความสะดวกน้อยกว่า กลุ่มที่ ๑ ก็คือ กลุ่มพี่น้องที่ทำงานในโรงงานที่อาจจะมีแนวโน้มที่จะต้องทำงานวันเสาร์มากกว่าวันอาทิตย์ กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มประชาชนที่อาจจะทำงานในคนละจังหวัดกับจังหวัดที่ตนเองนั้นมีสิทธิ เลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็จะอาศัยช่วงวันเสาร์ในการเดินทางกลับมาเพื่อใช้สิทธิในวันอาทิตย์ แต่พอวันเลือกตั้งถูกขยับมาเป็นวันเสาร์เวลาในการเดินทางก็ถูกบีบให้แคบลง
ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ นั่นก็คือความคุ้นชินของพี่น้องประชาชน เพราะพอ ผมไปย้อนดูตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ บังคับใช้ทุกการเลือกตั้งที่เป็นการเลือกตั้งครบ ตามวาระ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๖ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ปี ๒๕๖๓ เทศบาล อบต. กทม. พัทยา ทุกครั้งเป็นวันอาทิตย์หมดเลย ดังนั้นอันนี้ก็เป็น เหตุผลว่าทำไมผมถึงแสดงความกังวลถึงการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ก็ต้องขอบคุณทาง กกต. ที่ได้ชี้แจงทันควันในวันที่ ๖ พฤศจิกายนมีการออกแถลงการณ์ มีการเอ่ยถึงชื่อผมด้วยอันนี้ก็ต้องขอบคุณเช่นกันที่ให้เกียรติดังกล่าว แล้วก็ชี้แจงมาว่า ที่ตัดสินใจไม่กำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ เพราะว่าวันอาทิตย์ตรงกับวันที่ ๔๕ หลังจากครบวาระพอดี แล้วกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นไปกำหนดไว้ว่าต้องจัดการเลือกตั้ง ภายใน ๔๕ วัน ผมก็ทำการบ้านครับ เพราะว่ารู้ดีว่าในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนเรามีนัดกัน ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองมีนัดประชุมกับทาง กกต. เราก็พยายามทำการบ้านว่า ข้อกังวลของ กกต. ในการจัดวันเลือกตั้งตรงกับวันที่ ๔๕ มีอะไรบ้าง ในการพูดคุยกันในวันนั้น เราก็ค้นพบถึง ๒ ข้อกังวล ซึ่ง ณ เวลานั้นผมคิดว่าเราได้คลี่คลายไปแล้ว แต่ก็มาทราบทีหลังว่า อาจจะคลี่คลายได้ไม่ดีพอ
ข้อกังวลที่ ๑ คือตอนแรกมีความกังวลว่าเวลาบอกว่าจัดการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน จะถูกตีความว่าจัดในวันที่ ๔๕ ได้หรือไม่ หรือหมายถึงว่าจะต้องจัดในวันที่ ๔๔ หรือก่อนหน้านั้น ข้อกังวลนี้ผมคิดว่าเราคลี่คลายไปพอสมควรแล้ว ผมเองในฐานะประธาน กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ออกหนังสือไปถึงสำนักกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ชี้แจงกลับมาชัดเจนว่าหากตีความทางกฎหมายที่บอกว่าจัดการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน หมายความว่าจัดวันที่ ๔๕ ได้อย่างแน่นอน ผมก็พบคำตอบจากทางสำนักกฎหมายไปหารือ กับทาง กกต. ในวันดังกล่าว ดังนั้นข้อกังวลนี้ผมเข้าใจว่าคลี่คลายไปแล้ว
แต่ข้อกังวลที่ ๒ ที่ทาง กกต. ได้ให้เหตุผลกลับมา ก็คือข้อกังวลที่ว่าถึงแม้จะจัด วันที่ ๔๕ ได้แต่พอปิดหีบเลือกตั้ง ณ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา มีความกังวลใจว่าเกิดมีเหตุการณ์ พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนและรวมคะแนนเสร็จก่อนเที่ยงคืนในวันอาทิตย์หรือว่า ในคืนวันอาทิตย์มันมีความเป็นไปได้ว่าการนับคะแนนจะล่วงเลยไปถึงช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ คือเลยเที่ยงคืนไปแล้วก็อาจจะกังวลใจว่าจะถูกตีความว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งเลยวันที่ ๔๕ ไปนะครับ ตรงนี้ในวันนั้นถ้าท่านเลขาธิการจำได้ผมก็พยายามจะชี้ช่องนะครับว่าความจริง มาตรา ๑๑ วรรคสาม เขียนไว้อยู่แล้วนะครับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถมีคำสั่งให้ ขยายระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งได้ตามความจำเป็นเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษนะครับ ซึ่งผมก็เห็นว่าการที่จะไม่สามารถนับคะแนนในบางจังหวัดได้ทันก่อนเที่ยงคืนก็น่าจะเข้าข่าย เหตุการณ์หรือว่าพฤติการณ์พิเศษ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าทุก ๆ ครั้งนี้การนับคะแนน ก็ไม่ได้ล่วงเลยไปถึงตอนนั้นนะครับ ดังนั้นความจริงแล้วผมคิดว่า กกต. มีทางออกก็คือว่า สามารถจัดการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ได้แล้วเกิดจังหวัดไหนมีสถานการณ์พิเศษ จริง ๆ ที่ทำให้การนับคะแนนมันมีปัญหาก็สามารถให้คณะกรรมการออกมติให้ขยาย ระยะเวลาไปได้ ๑-๒ วัน เป็นต้นนะครับ วันนั้นท่านเลขาก็รับปากว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าว ไปหารือกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็ภายใน ๒ ๓ วันเท่านั้นครับเราประชุมกัน วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน วันที่ ๒ ธันวาคมครับขยับมาประมาณ ๒ ๓ วันเท่านั้นก็ได้คำตอบ กลับมาผ่านแถลงการณ์ของ กกต. ว่าได้มีการพิจารณากันแล้วและคณะกรรมการตัดสินใจ ไม่เปลี่ยนวันนะครับ ดังนั้นคำถามที่ผมมีกับทาง กกต. มีอยู่ ๓ คำถามนะครับเกี่ยวกับ ประเด็นดังกล่าวคำถามข้อที่ ๑ ครับอยากจะทราบว่าทางท่านเลขาได้นำเอาทางออกที่ผม และคณะกรรมาธิการเสนอนี้ไปคุยกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าอย่างไร แล้วหลังจาก มีการพูดคุยกันแล้วนี่เหตุใดหลังจากฟังข้อเสนอนี้แล้วทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตัดสินใจไม่นำข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติแต่ยังคงยืนยันในการจัดการเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ อันนี้คือคำถามข้อที่ ๑
คำถามข้อที่ ๒ ครับคือหากท่านจะยืนยันจัดการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์จริง ผมก็เห็นว่าในแถลงการณ์ของท่านเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมามีการพูดถึงว่า ท่านจะมีหนังสือประสานไปยังสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัดนายจ้าง สถานประกอบกิจการและส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่เพื่ออนุญาตและอำนวยความสะดวกให้ ลูกจ้างไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ โดยไม่ถือเป็นวันลาวันหยุดตามมาตรา ๑๑๗ แห่ง พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น ก็เลยอยากจะหารือว่าหนังสือเหล่านั้นได้ออกไปแล้วหรือยัง ออกไปแล้วกี่ฉบับ ออกไปวันที่เท่าไร แล้วจะมีแผนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อให้ทาง กกต. ในระดับจังหวัดก็ดี ในระดับชาติก็ดีมีการทำงานร่วมกับทางผู้ประกอบการเพื่ออำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการไปใช้สิทธิการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์
ส่วนคำถามสุดท้ายครับคำถามข้อที่ ๓ เมื่อสักครู่ก็เสียดายเพราะว่า ผมเพิ่งลงมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น มีการเชิญ กกต. มาด้วย แต่ว่าทั้ง ๙ ท่านก็ตัดสินใจอยู่ที่นี่ทั้งหมดเลยไม่มีใครขึ้นไป ร่วมประชุมในที่ประชุมดังกล่าวเลยนะครับ แต่เรามีการพูดคุยกันกับทางสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการมาสังเกต การเลือกตั้งเพื่อทำให้การเลือกตั้งของเรานั้นสุจริตแล้วก็โปร่งใสทุกคนก็ตอบรับดี แล้วก็มีความพร้อมที่จะทำแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อรับอาสาสมัครเข้ามาสังเกตการเลือกตั้ง วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่จะมาถึงนะครับ เพียงแต่ว่ามันขาดอย่างเดียวครับที่ต้องขอความร่วมมือ จาก กกต. ก็คือตัวข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิสำหรับ แต่ละหน่วยเลือกตั้งนะครับรวมไปถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งหลังจากที่ เราทราบรายชื่อเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่สำคัญมากในการทำให้ ภาคประชาสังคมสามารถทำงานตรงนี้ต่อได้ก็เลยขออนุญาตในเมื่อท่านไม่ไปที่ประชุม กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ขออนุญาตขอข้อมูลดังกล่าวผ่านท่านประธานในที่ประชุมใหญ่ แห่งนี้เลย ก็เป็น ๓ คำถามที่อยากจะฝากกับทาง กกต. ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน