สมศักดิ์ ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเพื่อป้องกันโรค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗

สมศักดิ์ เทพสุทิน หารือประเด็นการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศในบริบทของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยชี้แจงว่าบริการดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลแต่ยังไม่ได้รวมอยู่ในประเภทการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จึงเสนอให้กรมวิชาการศึกษาความจำเป็นเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพเพื่อพิจารณาขยายขอบเขตสิทธิประโยชน์ในอนาคต

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตได้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านที่ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คำถามของท่านเป็นแนวทางเชิงสร้างสรรค์มีประโยชน์มาก แล้วก็ สอดคล้องกับแนวทางของนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งแต่เดิม เราดำเนินการในเรื่องของการรักษาพยาบาลเป็นหลักใหญ่ ในปีหนึ่ง ๆ เราใช้เงินค่ายา ค่ารักษามากมาย ในปีงบประมาณล่าสุดก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นลักษณะของการใช้เงินในการรักษา แต่ในเรื่องของการป้องกันมันเป็นปีแรก ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ความสนใจในเรื่องของการป้องกัน ใช้แนวทางของ การป้องกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ใช้เงินในปีล่าสุด ที่ผ่านมาถึง ๗๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีทั้งมะเร็งหลอดเลือด หรือสิ่งต่าง ๆ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อ เรื้อรัง เราก็มาดำเนินการในเรื่องของการใช้แนวทางของหลักประกันสุขภาพ แต่ในประเด็น เรื่องของการขริบ ผมใช้ย่อ ๆ ว่าเป็นเรื่องของการขริบ ตรงนี้เป็นประโยชน์มากนะครับ แล้วเราก็มีแนวทางคล้ายและตรงกันด้วยว่าในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้ผมได้ให้ที่ปรึกษาผมซึ่งเป็น มุสลิมท่านหนึ่งคือคุณเอกฤทธิ์ ศาตะมาน ได้ไปดำเนินการในเรื่องนี้ว่าพี่น้องมุสลิมที่เป็น วัฒนธรรมประเพณีเขาต้องขริบตรงนี้ ถ้าเราจัดบริการให้ในทุกโรงพยาบาลชุมชน หรืออำเภออะไรต่าง ๆ มีการนัดแนะกันไปพร้อม ๆ กันทั้งหมดแล้วไปบริการให้ ในส่วนของ กระทรวงก็สนับสนุน ท่านปลัดกระทรวงต่าง ๆ ก็ได้พูดคุยกันว่าเราก็อยากไปดำเนินการให้ เพราะว่าใช้งบประมาณไม่มาก ดั่งที่ท่านธีรัจชัยได้กรุณาได้บอกได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ในเรื่อง ของการป้องกัน แล้วเราก็จะประหยัดงบในด้านอื่น ๆ ตามที่ท่านได้อภิปรายให้คำแนะนำไป ก็ถูกต้องมากครับ บริการสาธารณสุขในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ควบคุมบริการ ๑๓ ประเภท เราจ่ายเงินให้กับการรักษาและป้องกันไปทั้งหมด ๑๓ ประเภท ประเภทที่ ๑ การสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค Health Promotion And Disease Prevention (P&P) ๒. การตรวจวินิจฉัยโรค Diagnosis ๓. การรักษาพยาบาล Treatment ๔. การฟื้นฟู สมรรถภาพ Rehabilitation การดูแลระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง Long–Term Care and Palliative Care และในส่วนอื่น ๆ อีกรวมทั้งหมด ๑๓ ประเภทที่สามารถดำเนินการได้ ในการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒๕๔๕ มาตรา ๓ วรรคหก ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการ สาธารณสุข บริการนี้ครอบคลุมเพศชายทุกกลุ่มอายุ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถรับบริการได้ ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพที่มีการให้บริการ ดังกล่าว อาทิ โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว บริการ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค P&P ซึ่งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกอบด้วย รายการบริการ หรือกิจกรรมบริการตามแนวทาง หรือแนวทางเวชปฏิบัติ และมาตรฐาน บริการที่กำหนดโดยกรมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุขหรือราชวิทยาลัย หรือสมาคมวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศยังไม่รวมอยู่ในบริการเสริมสร้าง สุขภาพและป้องกัน ตอนนี้ยังไม่รวมตรงนี้แต่ถ้าจะรวมก็สามารถที่จะดำเนินการในส่วนของ งานวิชาการ อย่างเช่น กรมควบคุมโรคหรือราชวิทยาลัยทำเป็นการศึกษา หรือทำ Paper เอกสารเข้ามาด้วยกันมันก็เดินไปได้ครับ ข้อมูลการรับการบริการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ Universal Coverage ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเล็กอายุ ประมาณไม่เกิน ๑๕ ปี ค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบผู้ป่วยนอกเฉลี่ย ๑,๕๐๐-๒,๕๐๐ บาท ต่อครั้ง ค่าใช้จ่ายในการรักษากรณีผู้ป่วยในเฉลี่ย ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ค่าใช้จ่าย เฉลี่ย ๗,๑๐๐ บาทต่อครั้ง โดยค่าใช้จ่ายภาพรวมในปี ๒๕๖๔ และ ๒๕๖๗ อันนี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่ายอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นการ ดำเนินการที่ยังไม่ได้รู้และเข้าใจโดยทั่วไปนะครับ แต่เราก็จะปรับปรุงให้มันเข้าใจได้ง่ายขึ้น ในการดำเนินการ ในส่วนของการดำเนินการตามที่ท่านธีรัจชัยให้คำเสนอแนะ คือการบริการ เก็บหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นสิทธิประโยชน์ในด้านของการป้องกัน สปสช. ก็จะประสาน กรมวิชาการในด้านเกี่ยวกับวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอเหตุผลความจำเป็น ในการกำหนดให้การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นประเภทบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกัน เนื่องจากการขริบเป็นการทำหัตถการทางการแพทย์ มีการผ่าตัดและบางรายต้อง ดมยาสลบ เมื่อได้ความชัดเจนแล้วก็จะเสนอคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาก่อนเสนอ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพพิจารณาต่อไปนะครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมเห็นด้วยแล้วก็ในส่วนของวิชาการนั้นเดี๋ยวเราก็จะไปทำ ดำเนินการ การขริบเพื่อรักษาทำใน ๒ กรณีนะครับ กรณีที่ ๑ หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ที่เขาไม่เปิด เรียกว่าโรค Phimosis ๒. ภาวะหุ้มปลายอวัยวะเพศที่ปิดเรียกว่าโรค Paraphimosis ในส่วนนี้รัฐบาลก็อยากให้มีประชากรหรือมีประชาชนหรือผู้คนในครอบครัว มันเกิดขึ้นเยอะ คนก็ไม่ค่อยจะเกิดอยู่แล้ว ครอบครัวหนึ่งก็มีสัดส่วนของการมีบุตรแค่ ๑.๐๘ คน ซึ่งตามมาตรฐานที่เราคิดคำนวนแล้วเราต้องการให้คนเกิด ๒.๑ คนในการมีบุตร นะครับ ถ้าหากว่าโรคภัยไข้เจ็บที่มันเกิดขึ้นมันก็ทำให้ครอบครัวมีโอกาสที่จะทำให้คนมีบุตร เกิดน้อยนะครับ แล้วไม่ขยันทำการบ้านคนก็จะไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นมาในส่วนต่าง ๆ ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วในส่วนที่พูดคุยกันถึงเรื่องของมะเร็ง มะเร็งที่เป็นพวกหงอนไก่ เป็นมะเร็งปากมดลูกอะไรต่างๆ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็จะเริ่ม Kick Off ในการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ๙ สายพันธุ์ จะเริ่มวันศุกร์นี้จะไปเริ่มที่ปทุมธานีที่บึงยี่โถ จะเริ่มไปดำเนินการ ซึ่งมันก็อาจจะเกี่ยวข้องในส่วนของการขริบ ไม่ขริบนี้ด้วยนะครับ ก็อาจจะเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งก็ขอแจ้งให้ได้รับทราบถึงการดำเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ขอบคุณครับ