ชัชวาล แพทยาไทย ระบุปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ที่ยาวนาน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนน้อยและแหล่งน้ำบาดาลคุณภาพต่ำ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ชัชวาล แพทยาไทย ชี้แจงว่าพื้นที่ชลประทานไม่ครอบคลุมและแหล่งน้ำไม่เพียงพอ โดยยกตัวอย่างกรณีลำเสียวใหญ่ที่กักเก็บน้ำได้จำกัด และชี้ให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่เหมาะสมส่งผลให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการผันน้ำจากแม่น้ำชีเพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการศึกษาโครงการดังกล่าว ชัชวาล แพทยาไทย ระบุว่าการผันน้ำจากแม่น้ำชีสู่ลำเสียวใหญ่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของประชาชน และเสนอให้รัฐใช้งบประมาณในการเยียวยาแทนโครงการขนาดใหญ่ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและการแก้ปัญหาพื้นที่น้ำท่วม-น้ำแล้งที่รอการดำเนินการมานาน ชัชวาล แพทยาไทย ถามประธานสภาเพื่อส่งต่อคำถามถึงรัฐมนตรี เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำในลุ่มน้ำเสียวใหญ่ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการผันน้ำชีและเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ พร้อมสอบถามความเป็นไปได้ในการนำผลการศึกษาไปดำเนินการ
ได้ครับ ท่านประธานครับ ผม กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณคำตอบจากท่านรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความกรุณาตอบคำถามถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ แต่อยู่คู่กับพี่น้องชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ มายาวนาน ผมหวังว่าท่านจะดำเนินการตามที่ท่านได้ชี้แจง แต่ยังมีบางคำถามที่ท่าน รัฐมนตรียังไม่ได้ตอบ อย่างเช่นประเด็นเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ถ้าท่านตอบได้ ก็รบกวนเป็นการตอบเสริมในคำถามที่ ๒ หน่อยก็ได้ครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้นี้นอกจากจะประสบปัญหาน้ำท่วม ในฤดูน้ำหลากแล้ว พวกเรายังขาดแคลนน้ำในฤดูน้ำแล้ง ในบางปีปัญหานี้สร้างความเสียหาย ในการอุปโภคบริโภค กระทบการเกษตรเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีปัจจัยดังนี้ครับ
๑. พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อยมากครับ ปีไหนที่ไม่มี พายุเข้าอยู่ที่ ๑,๒๐๐ มิลลิเมตรแค่นั้นเอง น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนของประเทศไทย ที่อยู่ที่ประมาณ ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ มิลลิเมตร ต่ำกว่าเกือบครึ่ง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นที่ ๒ แหล่งน้ำบาดาลใต้ดิน ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างในพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัด ร้อยเอ็ด ที่เห็นในสไลด์ครับ ที่วงกลมแดง ๆ นะครับเป็นพื้นที่น้ำเค็มที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคและใช้ในกิจกรรมการเกษตรได้
๓. พื้นที่ชลประทานไม่ครอบคลุม แหล่งน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ พื้นที่ต้นน้ำของ ลำเสียวใหญ่ อย่างอ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีปริมาณการ กักเก็บแค่ ๓.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่กักเก็บในลำเสียว ๒๔๕ กิโลเมตรก็มีปริมาณกักเก็บ แค่ ๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ในบางปีไม่สามารถกักเก็บได้เต็มศักยภาพ นี่จึงเป็นสาเหตุของ ปัญหาการขาดแคลนน้ำของพี่น้องชาวทุ่งกุลาร้องไห้มาโดยตลอด หากลำเสียวใหญ่มีน้ำ ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่เส้นนี้มีเลือดมาหล่อเลี้ยง สามารถกระจายเลือดไปยังเส้นเลือด ฝอยต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งทั่วทุ่งกุลาร้องไห้มีคลองจัดรูปที่ดินที่เรียกว่า คลอง Remodeling ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดฝอยของกรมพัฒนาที่ดินอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดครับ พัฒนาไว้ ตั้งแต่ ๔๐ ปีที่แล้วครับ สามารถกระจายน้ำต่อจากแหล่งน้ำลำเสียวใหญ่ไปได้ทั่วทุ่งกุลา ร้องไห้ ปีนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้บ้านผมพอยิ้มได้บ้างครับ ท่านประธาน สาเหตุแรกก็เกิดจากรัฐบาลยอมถอยนโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง คืนโครงการเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทให้ชาวนา พรุ่งนี้ก็คงจะเข้ากระเป๋า ชาวนาทั่วประเทศ และสาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ชาวนายิ้มได้นั่นก็คือผลผลิต ปีนี้ครับ นาปีเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก จากเดิมนาข้าวนาปีนาหอมมะลิ ๑ ไร่ ได้ข้าวเพียงแค่ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลกรัม ปีนี้ครับพี่น้องชาวนาบ้านผม นา ๑ ไร่ทำข้าวได้ ๕๐๐-๘๐๐ กิโลกรัม เกิดจากอะไรครับ เกิดจากปริมาณน้ำที่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เรียนท่านประธาน เพิ่มเติมว่าถ้าเรามีน้ำที่เพียงพอ ข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ สามารถขับศักยภาพข้าวออกมาได้ ไร่หนึ่ง ๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ยังได้เลยครับ นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น การจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนจึงเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ หากต้องการ แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อย่างยั่งยืน ในปี ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ มีความพยายามจากกรมชลประทานที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับพี่น้อง ลุ่มเสียวใหญ่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีการศึกษาโครงการผันน้ำจากแม่น้ำชีสู่อ่างเก็บน้ำห้วยแล้ง อ่างเก็บน้ำห้วยกุดแดง อ่างเก็บน้ำห้วยกุดแคน ในอำเภอจตุรพักตรพิมาน แล้วปล่อยลงสู่ ลำเสียวใหญ่ตอนกลาง เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ผ่านมาแล้ว ๒๐ ปี ผลการสำรวจโครงการดังกล่าวก็ยังไม่เป็นรูปธรรม ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องใน พื้นที่ พี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้ สอบถามครับ ผู้แทนน้ำซีไหลถิ่มจ้น ๆ อยู่ฮั่นเป็นหยังคือบ่เอามาใส่น้ำเสียวบ้านเฮาแหน่ วันนี้ผมต้องการคำตอบครับ จากการศึกษาข้อมูลผลการทำวิจัยของโครงการดังกล่าว ผมมองประเด็นชวนตั้งข้อสังเกต ๔ หลักคิดดังนี้ครับ เพื่อให้ท่านประธานเห็นว่าการผันน้ำ มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด
หลักคิดแรก ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบน้อยมาก เนื่องจาก ในพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทุ่งกว้าง เปรียบเทียบกับความเดือดร้อนประชาชน แทบไม่ได้รับผลกระทบเลยครับ
หลักคิดที่ ๒ หากมีการผันน้ำจากแม่น้ำชีสู่ลำเสียวใหญ่จะสามารถเพิ่มน้ำ ให้กับอ่างกักเก็บต่าง ๆ ๑-๒ เท่านะครับ
หลักคิดที่ ๓ ก็คือปริมาณแม่น้ำชีในปีที่มีปริมาณน้ำมาก จากผลการศึกษา เฉลี่ยอยู่ที่ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หากจะต้องสูบเข้าลำเสียวใหญ่ซึ่งใช้น้ำแค่ ๒๕ ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นอัตราส่วน ๑.๔ เองครับ ถือว่าใช้น้ำน้อยมาก
หลักคิดที่ ๔ คือความคุ้มค่าของโครงการ โครงการผันน้ำจากแม่น้ำชี สู่ห้วยแล้ง ห้วยกุดแดง ห้วยกุดแคน ลำเสียวใหญ่ตอนกลาง งบประมาณเมื่อ ๒๐ ปีก่อน อยู่ที่ ๑,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ถ้าถามผมครับ ผมมองว่าเงินแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐจะต้อง มาชดเชย มาดูแล มาเยียวยาคุ้มกว่ากันเยอะท่านประธานครับ
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งนอกจากโครงการขนาดใหญ่แล้ว การเพิ่ม ประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนเป็นเรื่องสำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็น การขุดลอก สร้างพื้นที่แก้มลิง สร้างฝายกักเก็บ หรือสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ที่จำเป็น เหมาะสม ซึ่งลำเสียวใหญ่มีฝายและประตูระบายน้ำอยู่ ๒๔ แห่ง แต่ยังมีพื้นที่ที่ยังมีปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งเพื่อรอการดำเนินการอีกมากมายเช่นพื้นที่ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยที่ผ่านมากรมชลประทานได้ศึกษา ออกแบบ สำรวจสร้างประตูระบายน้ำ เมืองเกษตรบ้านเมืองบัวเพื่อแก้ปัญหาท่วมแล้ง แต่หลายปีแล้วก็ยังไม่เคยได้รับงบประมาณ ในการดำเนินการ เหล่านี้คือปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ภาครัฐมีการ ออกแบบ สำรวจ ศึกษาโครงการต่าง ๆ มากมาย ใช้งบประมาณในการศึกษาของแผ่นดิน ไปไม่น้อยครับ แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการให้ความหวังแบบเลื่อนลอย
ดังนั้นคำถามสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากคำถามผ่านท่าน ประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางในการแก้ไขน้ำแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน ในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่อย่างไร อีกทั้งโครงการผันน้ำชีสู่ลำน้ำเสียวใหญ่ตอนกลาง และโครงการก่อสร้างเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำในลำเสียวใหญ่มีความคืบหน้าอย่างไร มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำผลการศึกษาต่าง ๆ มาพิจารณาดำเนินการศึกษา และหากเป็นไปได้จะดำเนินการเมื่อไร เป็นคำถามสุดท้าย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ