อนุทิน ชี้แจงเยียวยา ๙,๐๐๐ บาท เร่งตรวจสอบข้อมูลผ่านท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗

อนุทิน ชาญวีรกูล ขอขอบคุณ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งกระทู้ถามเรื่องน้ำท่วมภาคใต้ และยืนยันความพร้อมในการดูแลสถานการณ์ โดยชี้แจงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประสบภัยว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ลงทะเบียนแล้ว พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทอย่างรวดเร็ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ภูมิใจไทย ท่านษฐา ขาวขำ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ท่านได้ กรุณาตั้งกระทู้ถามในวันนี้ เป็นการแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการดูแลสถานการณ์น้ำท่วมใน พื้นที่ภาคใต้

คำถามแรกของท่านคือท่านถามในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในรูปแบบของการเยียวยา โดยเป็นงบประมาณในการเยียวยาครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ตั้งกระทู้นะครับว่า นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ ฝนตกชุก น้ำท่วม น้ำหลากในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เริ่มมาตั้งแต่ภาคใต้ตอนล่าง ก็คือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมสงขลาอีกจังหวัดหนึ่งแล้วก็ไล่ขึ้นมาตรงพัทลุง ทางรัฐบาลก็ได้ ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากเราก็มีบทเรียน มีประสบการณ์ ถอดบทเรียนต่าง ๆ จาก สถานการณ์น้ำท่วม น้ำหลาก จากภาคเหนือ แล้วก็ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นจึงได้เตรียมในเรื่องของการเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วม ภาคใต้ล่วงหน้าไว้ในระดับหนึ่ง แล้วก็จากการที่กระผมได้มีโอกาสเดินทางลงไปดูสถานการณ์ ด้วยตัวเองก็ได้เห็นว่าสถานการณ์มีความรุนแรงมากกว่าการรายงานเป็นหลายเท่าตัว ไม่ใช่หมายความว่ารายงานไม่ดีนะครับ แต่ว่าการที่ได้ลงไปในพื้นที่แล้วเห็นสภาพฝนตกหนัก ๓ วัน ๓ คืนไม่หยุดเลย เห็นความแรงของน้ำกับสายตาตัวเอง ถ้าเทียบกับการดูจากหน้าจอ ความรุนแรงมันไม่เท่ากัน ถ้าลงไปในพื้นที่แล้วจะเห็นได้ว่ามีความรุนแรงกว่ากันมาก กระแสน้ำที่ทำลายบ้านเรือนผู้คน ทำลายถนน ตัดขาดถนนบางช่วง แล้วก็เป็นอุปสรรค ในการสัญจรไปมาของผู้คน ก็ทำให้ผมได้รีบนำความมากราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ว่าเหตุการณ์มันค่อนข้างที่จะรุนแรง แล้วเราควรจะเร่งทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยด่วน สิ่งแรกที่ทำได้ก็คือขอให้ใช้รูปแบบของการที่รัฐบาลได้เคยเร่งทำการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในภาคเหนือให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ก็คือขออนุมัติกรอบวงเงินในการ เยียวยาพี่น้องประชาชนซึ่งเราก็ได้ทำทันที ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เร่งพิจารณาแล้วก็ กรุณาอนุมัติงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นจำนวน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งรวมมาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ของท่านผู้ตั้งกระทู้ด้วย สุราษฎร์ธานี ชุมพร ก็คือทั้งหมดนี้เราได้ตั้งเป็นวงเงินเอาไว้ ซึ่ง ณ ขณะนี้เราสามารถที่จะทำการลงทะเบียนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นรายครัวเรือน ตามที่ท่านผู้ตั้งกระทู้ได้ชี้แจงว่ามีผู้ที่เดือดร้อนอยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ตอนนี้ มีผู้มาลงทะเบียนแล้วเกิน ๖๕๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งตรงนี้ถึงแม้ว่ามันจะเกินวงเงิน ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เมื่อคราวประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะว่าเราสามารถที่จะขยายวงเงินได้ เพราะว่า การนำเงิน ๙,๐๐๐ บาทไปช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือนนี้เราให้เป็นรายครัวเรือนจริง ๆ ไม่ใช่ แบบสุ่มให้ไป เราให้ตามจำนวนครัวเรือนที่มาลงทะเบียน อันนี้ท่านถามว่าแล้วชาวบ้านจะมา ลงทะเบียนอย่างไร บางคนรู้เรื่อง บางคนไม่รู้เรื่อง บางคนเข้าไม่ถึงระบบ เข้าไม่ถึงข่าวสาร ตรงนี้ขอกราบเรียนท่านประธานว่าในระบบการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เขาจะมีบัญชี PromptPay ของเขาอยู่แล้วในส่วนที่เข้าไม่ถึงจริง ๆ เรายังมีพี่น้ององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ตั้งแต่นายกเทศบาล นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเข้าไปเร่งทำการสำรวจว่า พ่อแม่พี่น้องในแต่ละหลังคาเรือน แต่ละหมู่บ้านได้มาลงทะเบียนหรือยัง เพราะว่าถ้าจังหวัด ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว แล้วมีน้ำท่วมขังเกิดความเสียหายเป็นระยะเวลา ถ้ามีความเสียหายนี่เราให้เลย ถ้าไม่มีความเสียหายแต่น้ำท่วมเกิน ๗ วันเราก็ให้เลย เหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมามันน้ำท่วมเกิน ๗ วันอยู่แล้วโดยส่วนใหญ่ แล้วก็ ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก็อาจจะบอกได้เลยว่าพี่น้องประชาชน แทบทุกหลังคาเรือนสามารถที่จะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือรายละ ๙,๐๐๐ บาทได้ครบถ้วน ทุกคน เพราะว่าเราประกาศให้จังหวัดนั้น ๆ เป็นจังหวัดที่มีความเสียหาย ตรงนี้ก็ขอเรียน ชี้แจงว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของการเร่งระดมให้การช่วยเหลือแน่นอน และถามว่าอย่างนี้มั่ว หรือเปล่า ไม่มั่วครับเพราะว่าจะมีขั้นตอนการตรวจสอบ ตรวจสอบทางระดับประชาคม ทางหมู่บ้าน ทางตำบล แล้วก็มาที่อำเภอแล้วก็มาถึงจังหวัด จังหวัดก็จะมีคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนของจังหวัด ของอำเภอ ของตำบลต่าง ๆ ร่วมพิจารณาอยู่ด้วย เมื่อเขาได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็จะส่งข้อมูลเหล่านี้มายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยซึ่งตอนนี้ทางสำนักงบประมาณพร้อมที่จะโอนเงินมาไว้ที่กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยหากเราร้องขอไป เพราะฉะนั้นถ้ารายชื่อมาเรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางเพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบภัยทั้งหมดแล้ว การดำเนินการโอนเงินไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ก็จะสามารถ ดำเนินการได้ทันที ในกรณีตอนที่เกิดขึ้นที่ภาคเหนือเราก็สามารถที่จะเร่งจ่ายให้พวกเขาได้ใช้ เวลาน้อยกว่า ๓ เดือนนะครับปกติจะต้องจ่ายภายใน ๓ เดือน แต่ด้วยความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ที่จะดำเนินการโอนจ่ายไปยังพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็วนะครับ ตรงนี้ก็ต้องถือว่าการที่คณะรัฐมนตรีได้ลงไปในพื้นที่ด้วยตัวเองนั้นไม่ว่าจะเป็นกระทรวงใด ๆ ก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ลง กระทรวงพลังงานก็ลง กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ลง กระทรวง พม. ก็ลง กระทรวงกลาโหมก็ลง ยังมีอีกหลายกระทรวงนะครับ กระทรวงมหาดไทยก็ลงไปทันทีที่เกิดสถานการณ์ เรานำข้อมูล นำสิ่งที่จะได้ประสบเห็นมา อธิบายให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบรับฟังนะครับ ปกติจะมีเกณฑ์ ๕,๐๐๐ ๗,๐๐๐ ๙,๐๐๐ แต่จากการสำรวจทั้งหมดแล้วเราเห็นได้เลยว่าความเสียหายมันเกิน ๙,๐๐๐ บาท ทุกราย จ่าย ๙,๐๐๐ บาทก็ยังไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่พี่น้องประชาชนได้รับนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้ตัดสินใจทำการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศเลยที่ประสบอุทกภัยในห้วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนะครับ ด้วยอัตรา ๙,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เป็นอัตราสูงสุด ถึงแม้ว่าจะเยียวยาเขาเท่าไรก็ไม่คุ้ม แต่อย่างน้อย ก็ได้สร้างขวัญกำลังใจให้เขาได้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งนะครับแล้วก็มีความเป็นห่วงใยดูแล ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ อันนี้ยังมีการดูแลในเรื่องของถุงยังชีพ ในเรื่องของข้าวปลาอาหาร ในเรื่องของการจัดช่างฝีมือต่าง ๆ เข้าไปซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ เครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อะไรต่าง ๆ ในบ้านของเขา มอเตอร์ไซค์อย่างนี้เป็นต้น ก็เพื่อให้เขาได้รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ ทอดทิ้ง แล้วก็มีความห่วงใย มีความทุกข์เช่นกันกับพวกเขา ก็จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปว่า ในปัจจุบันนี้เราก็เร่งให้ทุกคนมาทำการลงทะเบียน ถ้าพี่น้องเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยจะกรุณาช่วยเป็นมือเป็นไม้ให้กับรัฐบาล แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อาจจะช่วยกันไปติดตามเพราะว่าเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล อบต. ทั้งหลายก็น่าจะเป็นคนที่พวกเรามีความคุ้นเคยสนิทสนมกัน อยู่แล้ว แล้วเราก็ไล่ลงไปถามดูว่ามีขาดตกบกพร่อง ต่อให้มีการขาดตกบกพร่องรอบแรก ที่ยังไม่ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขายังไม่ได้รับการช่วยเหลือแล้วเขาอยู่ในพื้นที่ประสบภัย มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ ทางกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะเรียกว่า จ่ายตกเบิก จ่ายให้ครบถ้วนตามการรายงานของจังหวัดที่จะนำส่งรายชื่อของพี่น้อง ประชาชนทั้งหลายมายังกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามแรกแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ