ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล หารือเรื่องเหตุการณ์สึนามิและแผ่นดินไหวที่จังหวัดภูเก็ต โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบรอยเลื่อนชายฝั่งทะเลอันดามันเพื่อความปลอดภัย และเสนอแนะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์สึนามิ โดยเสนอ 3 ข้อ คือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณหอเตือนภัยเดิม ติดตามความคืบหน้าการติดตั้งทุ่นเตือนภัย และจัดทำแผนบำรุงรักษาระบบเตือนภัยอย่างเป็นระบบ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอไว้อาลัยกับความสูญเสียที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ครั้งเหตุการณ์สึนามิที่จังหวัดภูเก็ต และชายฝั่งทะเลอันดามันกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เหตุการณ์แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้ไม่น้อย ครับสำหรับพี่น้องชายฝั่งทะเลอันดามันนั้นเหตุการณ์สึนามิก็เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาประมาณ ๒๒ ปี ก็เริ่มที่จะชินกับความปกติ ระบบเตือนภัยที่ไม่ได้ บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง บางหอเตือนภัยก็ชำรุด หม้อแบตเตอรี่เสีย หรือสายไฟโดนขโมย รวมไปถึงทุ่นสึนามิที่ยังไม่ได้ติดตั้งในทะเลอันดามัน เวลาก็ล่วงเลยมาหลายปีแล้วครับ หลาย ภาคส่วนทวงถามถึงความคืบหน้าก็ได้รับคำตอบแต่เพียงว่าติดขัดปัญหาด้านเทคนิค ปัญหา ด้านเทคนิคที่ว่าคืออะไรครับ ผมก็รอคำตอบจากทางรัฐบาลเหมือนกันนะครับ และสด ๆ ร้อน ๆ ที่จังหวัดภูเก็ตก็มีการรื้อถอนหอเตือนภัยสึนามิออกไปถึง ๒ หอ ในเขตอำเภอถลาง ก็อยากทราบว่าใครเป็นคนอนุมัติให้รื้อถอนหอเตือนภัยสึนามิ หอสึนามิหายไป ๒ หอ ในชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดภูเก็ต จะมีหอเตือนภัยที่ใช้ได้ในปัจจุบันเพียงหอเดียวก็คือ หอเตือนภัยที่บริเวณหาดในยาง ส่วนหอเตือนภัยที่โดนรื้อถอนไปนั้นคือหอเตือนภัยที่ WH ๐๙ บริเวณหาดไม้ขาว และหอเตือนภัยที่ WH ๑๐ บริเวณหาดบางเทา หาดเลพัง ที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตครับ มันมีประเด็นที่น่าสนใจครับ ในบริเวณ หอเตือนภัยที่ WH ๑๐ ครับปรากฏว่าหอเตือนภัยดังกล่าวได้มีโรงแรมมาล้อมรั้วกั้น จนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ตั้งข้อสงสัยว่าที่ดินที่ติดตั้งหอเตือนภัยในบริเวณนั้นเป็นที่ดิน ของใครกันแน่ระหว่างของรัฐหรือของเอกชน การสร้างหอเตือนภัย WH ๑๐ สร้างด้วย งบประมาณแผ่นดินด้วยกระทรวง ICT ในขณะนั้น การรื้อถอนก็ไม่ได้แจ้ง ไม่ได้ติดตั้งป้าย ประกาศใด ๆ ส่งผลให้เกิดความกังวลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ แม้ว่าทางหัวหน้า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดเพิ่งย้ายมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็แจ้งว่าจะนำหอเตือนภัยในบริเวณดังกล่าวที่ย้ายไปติดตั้งที่อำเภอท้ายเหมือง ที่จังหวัดพังงานั้นกลับมา แต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตครับ บอกว่าการย้ายหอเตือนภัย จากบริเวณหาดบางเทา หาดเลพังไปติดตั้งไว้บริเวณหาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงานั้น จะครอบคลุมได้มากกว่า แต่ทางหัวหน้า ปภ. แจ้งมาว่าหอเตือนภัยมีระยะครอบคลุมเพียง ๒ กิโลเมตร ก็อยากตั้งคำถามว่าระยะทางจากหาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มาถึงหาดบางเทา หาดเลพัง จังหวัดภูเก็ตนั้นมันน้อยกว่า ๒ กิโลเมตรหรือครับท่าน ต่อมาครับบริเวณเดิมนั้น หอเตือนภัยที่สำคัญอย่างไร เพราะมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีโรงแรมจำนวนมากในบริเวณหาดบางเทา หาดสุรินทร์ต่าง ๆ สิ่งที่ควรทำครับ จังหวัดภูเก็ต และชายฝั่งทะเลอันดามันนั้นควรติดตั้งหอเตือนภัยให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ และมีการ บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจสอบการทำงานอย่างปกติ ไม่ใช่ว่าพอเหตุการณ์ผ่านไป ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ไม่มีการซ้อมอพยพ ไม่มีการซ้อมเตือนภัยต่าง ๆ แล้วสิ่งที่รัฐบาลควร จะเร่งไปดำเนินการคือการตรวจสอบรอยเลื่อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ถ้าชายฝั่งทะเลอันดามันนั้นก็จะมีรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย กับรอยเลื่อนระนองด้วยครับ ที่อาจจะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นในอนาคต
ข้อเสนอแนะครับ ควรมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูล กรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณหอเตือนภัยเดิม บริเวณหาดบางเทา หาดเลพังให้ชัดเจน เพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่คลายความสงสัย
๒. เร่งฟื้นฟูระบบเตือนภัยให้พร้อมใช้งาน พร้อมจัดทำแผนบำรุงรักษาอย่าง เป็นระบบและบูรณาการหลายหน่วยงาน
๓. ติดตามความคืบหน้าการติดตั้งทุ่นเตือนภัยในทะเล ซึ่งเป็นด่านหน้า ที่สำคัญในการรับสัญญาณจากเหตุการณ์สึนามิ ก็จะฝากให้ทางรัฐบาลว่าต้องจริงจังจริงใจ กับการแก้ไขปัญหา แต่ถ้าหน่วยงาน ปภ. ไม่สามารถทำงานได้ดีแล้ว องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็ยังมีความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ แต่ที่ผ่านมาขาดเพียง อุปกรณ์ที่สำคัญ ขาดการทำงานร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะฝากให้ทางรัฐบาลนำเรื่องนี้ ไปสู่วาระการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่องด้วยครับ ขอบคุณครับ