ศรีโสภา โกฏคำลือ หารือผลกระทบแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยงานกลางรวบรวมข้อมูลแบบแปลนสิ่งปลูกสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งประเมินความเสียหายหลังภัยพิบัติภายใน ๑-๒ ชั่วโมง พร้อมทั้งขอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างสำคัญได้ทันที
ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย เขตอำเภอฮอด อมก๋อย ดอยเต่าและแม่แจ่มค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม อภิปรายในญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องผลกระทบแผ่นดินไหวในประเทศ เมียนมา ซึ่งผลกระทบมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม รวมถึงมาตรการรับมือต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธานคะ ในส่วนผลกระทบ จากแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนแรกคนส่วนใหญ่คิดว่า ตัวเองป่วยค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองมีอาการเวียนหัว คิดว่าตัวเองรู้สึกไม่สบาย ตกใจกันมาก เพราะไม่เคยเจอแผ่นดินไหวที่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกได้ขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้มี ความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ นี่คือคำบอกเล่าของคนในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่บ้านเกิด ของดิฉันค่ะ โดยหลังจากเหตุการณ์คนส่วนใหญ่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน เพราะถือว่า ต้นเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนั้นอยู่ในบริเวณเมืองมัณฑะเลย์ประเทศเมียนมาซึ่งห่างไป ไม่กี่ร้อยกิโลเมตรจากอำเภอฮอดค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะข้อกังวลของคนในพื้นที่ เมื่อรับรู้ว่าสถานการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น พร้อมกับมีภาพประกอบน่ากลัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาคารสูงในกรุงเทพมหานครได้ถล่มลง หรือแม้แต่ภาพของสระว่ายน้ำบนอาคาร คอนโดมิเนียมสูงอีกหลายแห่งมีน้ำกระเด็นลงมาจากเพดาน ที่มีการเผยแพร่ใน Social Media ระยะเวลาไม่ถึง ๑ ชั่วโมงหลังจากที่มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นจึงทำให้มีความวิตกกังวล ตามมาค่ะท่านประธาน โดยประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เล่าให้ดิฉันฟังว่า ส่วนคนที่มีญาติ หรือมีคนใกล้ชิดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร พอทราบว่ามีข่าวในพื้นที่เสียหายหนักทุกคน ก็ต่างพยายามติดต่อญาติเพราะความเป็นห่วงค่ะ แต่ในขณะนั้นอาจจะติดต่อค่อนข้างลำบาก เพราะเนื่องจากมีไฟดับด้วย และยังมีสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ค่อยเสถียรเท่าไรยิ่งทำให้พวกเรา กังวลเข้าไปใหญ่ค่ะ แต่พอสามารถติดต่อกันได้แล้วเราก็สบายใจกันมากขึ้น นี่คือข้อกังวลหลัก ของพี่น้องในพื้นที่ที่มีญาติและลูกหลานมาทำงานในกรุงเทพมหานครค่ะ โดยสิ่งที่ดิฉันมองจาก เหตุการณ์ครั้งนี้ คือสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ทุกคนสามารถรับรู้ในเวลาอันสั้น แต่จะทำให้เราสบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะใช้เวลานานเป็น ๑๐ เท่าตัวค่ะ ท่านประธาน เพราะผลกระทบทางด้านจิตใจนั้นมีค่ามากพอกับทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนคนไทยเช่นเดียวกันค่ะ ถึงแม้ว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นเองจะมีการรายงาน ความเสียหายไม่มากนักถ้าเทียบกับในกรุงเทพมหานคร แต่ทางด้านจิตใจของเราเองนั้น ก็มีความเป็นห่วงอยู่ค่ะ ท่านประธานคะ ในส่วนของความเสียหายทรัพย์สินในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่นั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการตรวจสอบอาคารสูงเสียหายจำนวน ๔ แห่ง ได้ดำเนินการช่วยเหลือตั้งศูนย์พักพิงแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว ๒ แห่ง คือบริเวณโรงยิมสนามกีฬาเทศบาลเชียงใหม่ และบริเวณชั้นที่ ๒ ของสถานีขนส่งอาเขต เชียงใหม่แห่งที่ ๓ รวมไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฝ้าระวังและรับแจ้งขอความช่วยเหลือ จากประชาชน ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา จึงทำให้ดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องในจังหวัด เชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้จะได้รับการดูแลและเข้าถึงหน่วยภาครัฐ ได้เป็นอย่างดีค่ะ
แต่ก่อนที่ดิฉันจะขอจบอภิปรายนะคะท่านประธาน ดิฉันจะขอไม่พูดถึงเรื่อง ระบบเตือนภัยโทรศัพท์ต่อพี่น้องประชาชนมากนัก เพราะดิฉันเชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านได้พูดถึงแน่นอน แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอให้รัฐบาล คือให้รัฐบาลค่ะ โปรดสั่งการ ตั้งศูนย์หรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในการก่อสร้างและการดูแลงานภัยพิบัติ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลแบบแปลนสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ว่าสิ่งปลูกสร้าง ของภาครัฐหรือเอกชนรวมมาอยู่ในส่วนนี้หรือหน่วยงานนี้ เพราะก่อนที่เราจะมีการก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้างหรือก่อสร้างอาคารใด ๆ ทุกคนต่างทราบดีว่าเราต้องไปขออนุญาตและ มีเอกสารแนบแบบแปลนต่อสำนักงานเขตในจังหวัดหรือในพื้นที่ที่เราจะสร้าง แต่เหตุผลที่ ดิฉันเสนอเพราะมีเหตุการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้นล่าสุด อาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้พังลงมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ดิฉันไม่อยากจะเห็นข่าวที่ต้องมีการ หอบเอกสาร แบบแปลนตึกให้เจ้าหน้าที่ช่วยวิเคราะห์เพื่อประเมินผลการช่วยเหลือผู้ติดค้าง ในซากอาคาร ดิฉันรู้สึกว่าเราอยู่ในยุคที่น่าจะมีหน่วยงานกลางที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลละเอียด ของแบบก่อสร้างได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลพื้นที่ที่ได้รับ ความเสียหายทันทีภายใน ๑-๒ ชั่วโมงหลังจากที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น รวมถึงดิฉันขอเสนอการแก้ไข กฎหมายบางตัวเพื่อให้ผู้รวบรวมสามารถเปิดเผยรายละเอียดแบบแปลนก่อสร้างได้ทันที ดิฉันเข้าใจว่าข้อมูลแบบแปลนจำเป็นที่จะต้องปกปิดส่วนตัวเป็นของแต่ละหน่วยงานค่ะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน อย่างมากมาย แต่กลับต้องมาเห็นการหอบเอกสารกลับไปตรวจอีก ที่สำคัญเมื่อเกิด เหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็ต้องมีหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติต่าง ๆ รวมกัน ก็จะเป็นการดี หากเรามีศูนย์หรือหน่วยข้อมูลที่ได้ใช้เหตุการณ์เฉพาะภัยพิบัติต่าง ๆ แบบนี้ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตึกสูง ๆ เท่านั้นนะคะท่านประธาน แต่ประเทศไทยเรา ยังมีสิ่งปลูกสร้าง Landmark สำคัญ เช่น ทางด้านศาสนา ได้แก่ องค์พระเจดีย์ต่าง ๆ หากเกิดความเสียหายก็จะมีผลกระทบทางจิตใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แม้กระทั่ง สะพานสูงที่สร้างในเขตกรุงเทพมหานครอย่างสะพานพระราม ๑๐ ที่ได้เปิดการใช้งานไป ไม่นาน และมีความสำคัญทางด้านคมนาคมของไทย ดิฉันจึงอยากขอฝากเรื่องนี้ไว้พิจารณา ต่อรัฐบาลด้วยค่ะ โดยอยากให้มีข้อมูลโครงสร้างขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่มารวมกันใน ณ หน่วยงานหนึ่ง เมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้จะได้นำข้อมูลแบบแปลนเข้ามาใช้ทันทีค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ