มนพร เจริญศรี อภิปรายสาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเสนอให้แก้ไขนิยามความผิดมูลฐาน เพิ่มหลักเกณฑ์รายงานธุรกรรม ปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการ และกำหนดบทลงโทษใหม่ เพื่อแก้ปัญหาความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มนพร เจริญศรี อภิปรายหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดฐานความผิดมูลฐานตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่น โดยเสนอให้ยกเลิกมาตรา ๓๗ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และมาตราในกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวน ๔ ฉบับ เพื่อนำไปกำหนดเป็นความผิดมูลฐานไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแทน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. .... รวม ๒ ฉบับ ต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และการเสนอกฎหมายยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนด ความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งบัญญัติไว้ ในกฎหมายอื่นนั้น เพื่อให้มาตรการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้าน สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อให้เกิดความเป็นธรรม และการบังคับใช้ กฎหมายที่มีความชัดเจน มีระบบ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายและการขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ตามข้อแนะนำของ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการตามมาตรฐานทางการเงินและการฟอกเงิน หรือกำหนด ซึ่งการที่ประเทศไทยจะยกระดับความสอดคล้องด้านกรอบของกฎหมายและด้านประสิทธิผล จำเป็นจะต้องมีการเสนอกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนที่จะเข้ารับการประเมินการปฏิบัติ ตามมาตรฐานสากล AML และ CFT ในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทย เข้าเป็นสมาชิกของ FATF ต่อไป โดยร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับดังกล่าว ได้มีหลักการ และเหตุผลดังนี้
ท่านประธานที่เคารพคะ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้มีหลักการ นั่นก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
สาระสำคัญในเรื่องที่ ๑ คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ความผิดมูลฐาน และสถาบันการเงิน และเพิ่มบทนิยามคำว่า เครือข่ายอาชญากรรม ในข้อที่ ๒ ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การรายงานการทำธุรกรรมของสถาบันการเงิน แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพ ข้อที่ ๓ เป็นการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการและการแต่งตั้งคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อที่ ๔ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงิน ข้อที่ ๕ แก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ข้อที่ ๖ เป็นการแก้ไข เพิ่มเติมการกำหนดบทลงโทษ
ส่วนเหตุผลนั้นนะคะ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับ การกำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีไว้ในกฎหมายอื่น ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความชัดเจนแล้วก็ไม่เป็นระบบ ประกอบกับ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการ ฟอกเงิน มีความซับซ้อนมากขึ้นค่ะท่านประธาน รวมทั้งมีความเหมาะสมและสมควรให้มีการ แก้ไขบทบัญญัติบางประการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ในด้านการต่อต้านการฟอกเงิน และสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลาย ล้างสูง จึงสมควรให้แก้ไขให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นจะต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้
ในประเด็นที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนด มูลฐานความผิดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการ นั้นก็คือเป็นการยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อนำไปบัญญัติเป็น ความผิดมูลฐานไว้ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้มีการยกเลิกมาตราหรือวรรคของมาตราแห่งพระราชบัญญัติ จำนวน ๔ ฉบับดังต่อไปนี้ นั่นก็คือยกเลิกมาตรา ๓๗ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๕) พ.ศ. ๒๕๖๐ ค่ะ ต่อไปก็คือ มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ ค่ะ ต่อไปคือมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ปี ๒๕๕๖ ค่ะ และต่อไป มาตราสุดท้ายค่ะ คือมาตรา ๒๕ วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการ สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ปี ๒๕๕๙ ค่ะ เหตุผลนั่นก็คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ว่า กำหนดให้มีความผิดเกี่ยวกับ ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรเป็นความผิดมูลฐานขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย เนื่องจากมาตรการตามประมวลรัษฎากรมีประสิทธิภาพและมีความ เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระทำความผิดเกี่ยวกับภาษีอากรแต่ละกรณีไว้แล้ว การกำหนดให้ใช้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้อีก จึงเป็นการเพิ่มภาระและจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุนะคะ ไม่เป็นไปตาม หลักการของสัดส่วนและขัดต่อหลักนิติธรรม แต่อย่างไรก็ตามหากรัฐมีความจำเป็นจะต้อง ผูกพัน ปฏิบัติตามข้อแนะนำขององค์กรระหว่างประเทศในการกำหนดความผิดเกี่ยวกับ ภาษีอากรที่มีลักษณะร้ายแรง เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ควรบัญญัติให้เป็นความผิดมูลฐานไว้ในกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงินเป็นกฎหมายหลัก จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงสมควรยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าวในประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่น ๆ ที่มีลักษณะ ทำนองเดียวกัน และนำไปบัญญัติเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน จึงจำเป็นจะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ค่ะท่านประธานคะ คณะรัฐมนตรีจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้มาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับพิจารณาและนำไปซึ่งการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ