ชยพล เสนอแผนรับมือแผ่นดินไหว เน้นเตรียมความพร้อมและอพยพประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

ชยพล สท้อนดี เสนอแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ก่อนเกิดเหตุต้องมีการเฝ้าระวังและจัดทำแผนอพยพ ระหว่างเกิดเหตุต้องฝึกฝนการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และหลังเกิดเหตุต้องเร่งเคลียร์พื้นที่และสื่อสารอย่างชัดเจน

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ จตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เดี๋ยวผมขออนุญาตไปไว ๆ เลยแล้วกันนะครับกับเหตุการณ์การเกิด แผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ สิ่งนี้สะท้อนให้เราเห็นถึงสภาพความไม่พร้อม ของประเทศไทยกันในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเดี๋ยวผมจะขอแบ่งให้เป็นช่วงของก่อนการเกิดเหตุ ระหว่างการเกิดเหตุ แล้วก็หลังการเกิดเหตุแล้วกันนะครับ ช่วงก่อนเกิดเหตุคือเรื่องของการ ตรวจพบตัวเหตุซึ่งผมคิดว่าประเทศไทยก็ควรจะต้องมีสิ่งที่คล้าย ๆ หรือใกล้เคียงกันกับสิ่งที่ เป็น Watch List นะครับ ที่จะคอยเฝ้าระวังแล้วก็เฝ้าติดตามจุดที่มันสามารถกำเนิดเป็น ภัยพิบัติได้นะครับ อย่างเช่นเรื่องของรอยแยกอะไรต่าง ๆ นี่นะครับว่ารอยแยกอะไรที่อยู่ บริเวณรอบ ๆ ประเทศไทยบ้าง และต้องขนาดเท่าไร มี Test show limit เท่าไรที่เราจำเป็น จะต้องเกิด Action อะไรสักอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ตามมานะครับ อย่างเช่นตัวเชียงใหม่อย่างนี้ใช่ไหมครับ ทางท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ก็ได้บอกว่าเชียงใหม่ก็เป็นจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวหลายครั้ง ทีนี้คือเราก็ควรจะต้อง มีการศึกษาด้วยเหมือนกันว่าการเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณตรงไหน ขนาดเท่าไร เราถึงจะเริ่ม ต้องมี Action Plan อะไรต่าง ๆ ที่ตามมานะครับ Action Plan ก็อย่างเช่นเรื่องของแผน อพยพหรือแผนการเตรียมรับมือภัยพิบัติต่าง ๆ ถ้าเกิดเราจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ Shelter เลย ก็อาจจะต้องมีการกำหนด Shelter ที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็วิธีการเดินทางไป Shelter ที่ใกล้ ที่สุดกับผู้ที่ประสบเหตุอยู่ในพื้นที่ในบริเวณตรงนั้นนะครับ หรือว่าถ้าเกิดมันเดินทางได้ มีเวลาเดินทางไหวอยู่ก็ควรที่จะต้องมีการดูเรื่องเวลาเข้าพื้นที่ปลอดภัยว่ามีเวลาขนาดไหน ในการที่จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เจอเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา ในเขตของผมเองที่เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มนี่ก็เกิดเหมือนเมืองอัมพาต ที่คนอยากจะเดินทาง เข้าสู่ที่ปลอดภัยแต่ก็เดินทางไปไม่ได้ แต่ถ้าเกิดอยากจะหลบ Shelter ระหว่างทาง ก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องไปหลบที่ไหนเหมือนกันนะครับ ส่วนในเรื่องของระหว่างการเกิดเหตุ เอาจริง ๆ คือประเทศไทยเราก็ยังไม่ได้มีการฝึกฝนหรือสอนการรับมือการเกิดเหตุอย่าง ชัดเจนสักเท่าไรนะครับ ผมถ้าเกิดเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เบื้องต้นก็อาจจะต้องหลบ ใต้โต๊ะหรืออะไรก่อน แต่ถ้าเกิดท่านไปหลบใต้โต๊ะที่มันมีของใหญ่ ๆ โต ๆ ห้อยอยู่ข้างบนโต๊ะ อีกทีหนึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน ก็ต้องมีการฝึกฝนและสอนกันอย่าง ชัดเจนว่ารูปแบบการปฏิบัติแบบไหนถึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับ รวมถึงการแจ้งเตือนทาง ช่องทางกลางเพื่อลดความโกลาหล อย่างช่วงที่ผ่านมาอย่างที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้พูด ไปแล้วเรื่องของ Cell Broadcast System ใช่ไหมครับที่ก็ไม่มี จนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่ได้ เอสเอ็มเอสเลยนะครับ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องรอไปอีกนานขนาดไหน ต้องรอเฟสไหน ถึงจะมาถึงผมสักทีนะครับ ตอนหลังจากนี้ก็จะเป็นหลังการเกิดเหตุ การเคลียร์พื้นที่ให้กับ เจ้าหน้าที่ได้สามารถเข้าไปดูแลจัดการในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ อย่างเช่น เหตุการณ์ตึกถล่ม คือการเคลียร์พื้นที่ ณ ตอนวันแรก ๆ ที่เกิดเหตุการณ์ก็ยังมีการเคลียร์ที่ไม่ค่อยชัดเจน แล้วก็ยังไม่ค่อยลงตัวสักเท่าไร ก็มีการปิดถนนนั่นละครับ แต่ก็ยังมีรถหลายคันที่ยังหลง เข้ามาอยู่ในเส้นทางที่ปิดถนนอยู่ ทำให้ต้อง U-Turn ตีออกไปทางอื่นต่ออีกทีหนึ่ง อาจจะ ด้วยความที่ว่า Design ของเมืองเรานี่มันไม่ได้พร้อมที่จะรับด้วย มันทำให้เมื่อเราขาดถนน เส้นหนึ่งไปก็ทำให้เมืองนั้นอัมพาต แล้วจะเลี่ยงไปใช้ทางอื่นก็ต้องอ้อมไกลแสนไกลเหลือเกิน ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องนำมาคิดด้วยเหมือนกันนะครับว่าเกิดเหตุการณ์ตรงไหน แล้วมันจะเกิดผลกระทบต่อมาอย่างไรบ้างนะครับ และในระหว่างที่เกิดเหตุการสนับสนุน อุปกรณ์ป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ก็ยังมีความไม่ต่อเนื่องในระดับหนึ่ง จากที่ผมได้ลงพื้นที่คุยกับ ทางเจ้าหน้าที่ เรื่องอาหาร เครื่องดื่ม ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ นะครับกับประชาชนทุกคน ที่เข้ามาช่วยกันบริจาคน้ำและเครื่องดื่มให้ แต่ก็สิ่งที่ขาดไปก็จะเป็นเรื่องของอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ในการใช้งานระหว่าง ที่กู้ซากตึกถล่มอยู่นะครับ ทีนี้คือหลังจากการเกิดเหตุทั้งหมดรัฐบาลก็ควรจะต้องมีการ สื่อสารแนวทางในการดำเนินการต่อด้วยนะครับ ว่าเราควรจะต้อง Work From Home หรือไม่ แล้วควรจะต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์ Aftershock ขนาดไหน ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์ราชการที่ทุกวันนี้ก็ยังเกิดความโกลาหลอยู่ พอเห็นรอยร้าว พอเกิด Aftershock กัน ก็ยังมีความโกลาหลแล้วก็ยังวิ่งลงมาจากหน้าตึกกันอยู่เลยนะครับ แล้วหลังจากเหตุการณ์ ทั้งหมดเกิดขึ้นผมก็คิดว่าเราควรจะต้องมีคิดเรื่องของกระบวนการเยียวยาด้วยเหมือนกัน นะครับ ตอบแทนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงเพื่อนซี้ ๔ ขา K9 ของเราด้วยนะครับที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็ง ตรงนี้ก็ยังไม่ค่อยเห็นใคร พูดถึงสักเท่าไรนะครับ เราต้องมีการดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหมดนะครับ แล้วก็ตามหาญาติของ ผู้เสียชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนของชาติใดก็ตาม ต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน นะครับ ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในที่สูงนะครับ ที่ได้รับความเสียหาย ผู้ประกอบการในพื้นที่ อย่างเช่น ตึกแดงที่อยู่ตรงโซนจตุจักรนั้นละครับ ข้าง ๆ กับจุดที่ตึกถล่มเลย ตรงนั้นก็ด้วยความที่เรา จะต้องปิดถนนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานนะครับ ตึกแดงก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดได้ ทำให้ ผู้ประกอบการแถวนั้นก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเหมือนกันก็ต้องมีการเยียวยานะครับ รวมถึง การดูแลคนเกิด PTSD จากเหตุการณ์ บางคน ณ ตอนนี้ก็ยังไม่กล้ากลับขึ้นไปบนตึก คอนโดมิเนียมของตัวเองต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านเพราะว่าไม่กล้าที่จะไปอยู่ที่สูงแล้ว ตรงนี้ ก็จะต้องมีการเยียวยาด้วยเหมือนกันนะครับ ทีนี้ผมก็เป็นห่วงเรื่องของโครงการที่ผ่านมา โดยที่มีผู้รับเหมาบริษัท Supplier ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตึกที่เป็นปัญหาของ สตง. ด้วย นะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นอาคารหน่วยราชการทั้งนั้น มันก็เลยจำเป็นต้องมีการรื้อแล้ว ก็ตรวจสอบมาตรฐานกันใหม่นะครับ เริ่มคิดเรื่องของความร่วมมือการเตือนภัยพิบัติระดับ ภูมิภาคด้วยเหมือนกันนะครับ นี่คือสิ่งที่เราควรจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว สึนามิ ไฟป่า ฝุ่น พายุไต้ฝุ่นอะไรต่าง ๆ ก็ถ้าเกิดมีใคร เพราะหลาย ๆ เหตุการณ์ตรงนี้ จุดกำเนิดมันมักจะไม่ได้อยู่ที่ประเทศเราหรอกครับ บางทีมันก็จะเกิดที่ประเทศอื่น แต่ทีนี้ มันเกิดผลกระทบตามมาถึงประเทศเราด้วย เราก็ควรจะต้องคิดถึงเรื่องของความร่วมมือ ระหว่างประเทศแล้วเหมือนกันว่าใครตัวเจออะไรควรจะต้องเตือนกันในช่องทางไหน อย่างไรบ้าง รวมถึงเราถ้าเกิดเราเจออะไรเราก็ควรจะต้องเตือนเพื่อนบ้านเราด้วยเหมือนกัน เพื่อจะช่วยกันเตรียมรับมือนะครับ ก็ขอฝากไว้เท่านี้ ขอบคุณครับ