นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องยาสูบ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการควบคุมการนำเข้าบุหรี่เถื่อน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ และเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอมีส่วนร่วม ในรายงานการพิจารณาศึกษา ญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบ และก็ยาเส้นราคาตกต่ำ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ท่านได้ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ที่เกิดกับพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกใบยา จริง ๆ แล้วปัญหานี้ในความรู้สึกผม ผมปักใจโทษรัฐเปึนสำคัญนะครับ ในปัจจัยอื่นผมถือว่าเปึนประเด็นรอง แต่ว่าสิ่งที่เกิดจากรัฐ ผมว่าเปึนสิ่งที่สำคัญมาก ที่ทำให้มีผลกระทบต่อพี่น้องที่ปลูกยาสูบนะครับ ตั้งแต่รถโรงงานยาสูบได้กำเนิดจาก มติ ครม. ๑๙ เมษายน ๒๔๘๒ แล้วนะครับ ตลอดเวลาที่ยาวนานมา ๗๘ ป้ที่โรงงานยาสูบ นำส่งรายได้ให้กับรัฐเรียกได้ว่าติด ๑ ใน ๕ มาตลอดทุกป้งบประมาณนะครับ แล้วก็ป้หนึ่ง เปึนเงินไม่น้อย แต่ว่าหลังจากนั้นเริ่มมาที่จะมีการได้ปรับตัว แต่ก็ดีนะครับพูดถึงการมีอะไร ที่เสรี ในป้ ๒๕๓๔ มีการเป่ดในเรื่องของการนำเข้าบุหรี่เสรีนะครับ ทำให้โรงงานยาสูบต้องมี การปรับตัว หลังจากที่เปึนเสือนอนกินมายาวนานมากนะครับแต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เกิดวิกฤติอะไร กำไรของโรงงานยาสูบก็ยังดีอยู่นะครับ แต่สิ่งที่กระทบมากที่สุดก็คือในป้ ๒๕๖๐ ที่มีการ ปรับอัตราโครงสร้างภาษีของยาสูบใหม่ ผมเองก็ไต่ถามว่าถ้าบุหรี่ไทยกับบุหรี่นอกราคา มันใกล้เคียงกันแล้วจะสูบของใคร ร้อยละ ๙๐ บอกว่าสูบของนอก เพราะฉะนั้นพอโครงสร้าง อัตราภาษีใหม่ ทำให้บุหรี่ไทยมันไปราคาที่ใกล้เคียงกับบุหรี่นอกแล้ว มันก็เปึนธรรมดานะครับ บุหรี่ไทยขายไม่ออก เพราะฉะนั้นยอดนำส่งรายได้ หรือกำไรของโรงงานยาสูบที่เกิดขึ้นจาก สมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบันถือว่าน้อยลง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือแม้แต่อัตราการจำหน่าย ก็น้อยลงมา ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ทำให้คนที่ได้รับผลกระทบ คือผู้ปลูกใบยา ต้นทุนอย่างที่ท่าน สส. หลายท่านได้พูดว่าต้นทุนการการผลิตก็แพงขึ้น แต่ว่าในการขายขายได้น้อยลง แล้วก็มีอีกหลายปัจจัยหลายอย่าง ผมเองก็ไม่ขอที่จะพูดซ้ำ แต่ทีนี้ผมเองก็อยากจะบอกภาครัฐว่า ในรายงานฉบับนี้ของท่านกรรมาธิการที่ได้ทำการ เสนอมา ผมว่ามีประโยชน์มากหลายอย่าง ผมอยากให้ทางผู้มีอำนาจทั้งหลายได้เอารายงาน ฉบับนี้ไปใช้อย่างจริงจัง และผมบอกท่านเลยนะครับ บอกทางรัฐบาลไว้เลยว่าถ้าตราบใดที่ รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะควบคุมในปัจจัยต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุหรี่ นั่นก็คือว่า ถ้าท่านยังไม่สามารถที่จะควบคุมพวกบุหรี่เถื่อนได้ อย่าลืมนะครับว่าบุหรี่เถื่อนทำให้รัฐ เสียรายได้ที่เปึนภาษีป้หนึ่งเกือบ ๆ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีบางคนบอกว่าจะให้เอาบุหรี่ไฟฟัา ขึ้นมาถูกกฎหมาย ขึ้นมาบนดินเสียเพื่อที่จะได้เม็ดเงินจากภาษีไปพัฒนาตรงโน้นตรงนี้ ของประเทศ ผมว่าอย่าไปส่งเสริมเลย เพียงแต่รัฐทำการควบคุมให้ดีอย่าให้มีบุหรี่เถื่อน รายได้ที่ได้จากการควบคุมบุหรี่เถื่อนที่มันทะลักเข้ามา มันจะได้มากกว่าภาษีที่จะได้จาก บุหรี่ไฟฟัาด้วยซ้ำ ผมไม่อยากเห็นผู้สูบรายใหม่ในเมืองไทยโดยเฉพาะน้อง ๆ เด็กเยาวชน ท่านครับ ผมเองก็จะขอเพียงเท่านี้ แต่อยากจะขอส่งท้ายไว้ว่าอย่างที่บอก ถ้าตราบใดที่รัฐ ยังไม่สามารถดูแลเรื่องการควบคุมบุหรี่เถื่อนได้ ยังปล่อยให้มีการทะลักเข้ามาแบบนี้ ในปัจจัยการผลิตของราษฎรเองยังไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ปุิยเอย ยาเอย ให้กับพี่น้อง ยาสูบได้ ท่านครับ อย่าให้พี่น้องเขามาเรียกร้องทุกป้ เปึนหน้าที่ของท่านที่ท่านสมควรจะต้อง อุดหนุน ดูแล สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ เพราะว่าเปึนอาชีพดั้งเดิมเหมือนอย่างที่ ท่านรองพิเชษฐ์ได้บอก เปึนอาชีพดั้งเดิมที่อยู่คู่กับสังคมไทยมา และเช่นเดียวกัน อย่างเรื่อง ยาสูบเปรียบเปรยได้อย่างเดียวกันกับเรื่องของข้าว เพราะฉะนั้นโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ ที่เปึนค่าเก็บเกี่ยว ผมเองก็อยากจะให้รัฐได้เข้ามาดูแลโดยที่ไม่ต้องให้เกษตรกรนั้นต้อง มาร้องแรกแหกกระเชอว่าเมื่อไรจะจ่าย เมื่อไรจะจ่าย เพราะตอนนี้หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าตราบใดรัฐยังไม่สามารถที่จะดูแลเรื่องราคาข้าวให้มันมีเสถียรภาพได้ แล้วปัจจุบันจากตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้เหลือแค่ ๗,๐๐๐ กว่าบาท ในเขตชลประทาน ท่านไม่สามารถ จะส่งน้ำให้เขาได้ตามที่ได้เคยบอกกันไว้ นั่นก็เปึนหน้าที่ของทางรัฐบาลที่จะต้องช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นผมเองขอเรียกร้องทั้งในส่วนของยาสูบที่ให้รัฐบาลได้ดูแลพี่น้องยาสูบโดยที่ ไม่ต้องให้เขาร้องขอ แล้วก็พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวเช่นเดียวกันในโครงการค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ขอให้ท่านรีบดำเนินการก่อนที่ราษฎรจะมาเรียกร้อง กราบขอบพระคุณ มากครับ