ธัญธร ชี้ขาดแคลนนักกายภาพบำบัด หวั่นกระทบผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗

ธัญธร ธนินวัฒนาธร หารือปัญหาขาดแคลนบุคลากรนักกายภาพบำบัดในระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและศูนย์บริการสาธารณสุข พร้อมเน้นความจำเป็นในการเพิ่มอัตรากำลัง ปรับปรุงกฎหมายและเครื่องมือให้ทันสมัย เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงเรียกร้องให้ปรับค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สอดคล้องกับภาระงาน และสอบถามความคืบหน้าการวิเคราะห์ความต้องการอัตรากำลังตามยุทธศาสตร์ชาติและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการกระจายทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางแค ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร อดีตพรรคก้าวไกลปัจจุบันพรรคประชาชนครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ สัปดาห์ที่แล้ว ท่านก็มาตอบอีกกระทู้ของผมที่ตั้งไว้ครับ เกี่ยวกับวัคซีนไข้เลือดออกก็ขอขอบคุณมากครับ เดิมกระทู้นี้ผมก็ตั้งไว้ตั้งแต่สมัยประชุมป้ที่แล้ว แต่ว่าไม่ทันได้บรรจุวาระนะครับ ก็เลื่อนมา จนถึงตอนนี้จนมีร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการสาธารณสุขเตรียมเข้าสู่การพิจารณา ของสภาเรานะครับ ซึ่งผมขอตั้งกระทู้ในเรื่องอัตรากำลังข้าราชการนักกายภาพบำบัด รวมถึงการกระจายอัตรากำลัง เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย และการเพิ่มขึ้นของผู้ป์วย กลุ่มโรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs โดยผมจะขอใช้เวลาก่อนเข้าคำถามแรกประมาณหนึ่งครับ ท่านประธาน แต่จะพยายามกระชับให้ได้ตามกรอบเวลาที่สภากำหนดไว้ครับ

ก่อนอื่นขอเกริ่นนำก่อนนะครับว่ากายภาพบำบัดคืออะไร ตามพระราชบัญญัติ วิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ระบุในมาตรา ๓ หมายความว่า เปึนวิชาชีพที่กระทำ ต่อมนุษย์เกี่ยวกับการประเมิน การวินิจฉัย และการบำบัดความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดจากภาวะของโรค หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ การปัองกัน การแก้ไข และฟุ๋นฟู ความเสื่อมสภาพความพิการของร่างกาย รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดหรือการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดต่าง ๆ ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์ในปัจจุบันเทคโนโลยีของเราก็ก้าวหน้าขึ้นมากกว่าตอนที่ พ.ร.บ. ออก เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ เสียอีกครับ มีทั้ง Ultrasound ES หรือ Electrical Simulation การ Traction จัด ดัด ดึงกระดูก Shock Wave เลเซอร์ หรือ PMS เปึนการรักษาด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟัา จนปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้ประกาศของกระทรวงก็ยังจะอาจจะตาม ไม่ทันนะครับ

บทบาทของกายภาพบำบัดอาจจะแบ่งวงกว้างได้ ๔ ประเภท ก็คือ ส่งเสริม ปัองกัน รักษา และฟุ๋นฟู โดยทั้ง ๔ บทบาทก็มีความสำคัญเท่าเทียมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยของเราไปมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่การรักษาและฟุ๋นฟูมากกว่า การส่งเสริมและปัองกันครับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่ารักษากับฟุ๋นฟูอาจจะต้องใช้งบประมาณ มากกว่าการส่งเสริมและปัองกันสุขภาพด้วยซ้ำครับ จะเห็นว่าขอบเขตของวิชาชีพ ก็จะค่อนข้างครอบคลุม รักษาได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุนะครับ ตั้งแต่เกิด เช่น การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก การรักษากระดูกสันหลังคด จนไปถึงอาการที่พวกเราในวัยทำงาน หรือเริ่มมีอายุขึ้นมาหน่อยก็จะเจอกันบ่อยเรื่อย ๆ อย่างออฟฟ่ศซินโดรมต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการดูแลกลุ่มผู้ป์วย NCDs หรือผู้ป์วยโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง Non Communicable Disease ตัวอย่างเช่น Stroke โรคหลอดเลือดสมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งต่าง ๆ โรคไต อ้วนลงพุง สุขภาพจิต รวมไปถึงโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง หรือ COPD ซึ่งปัจจุบันก็พบได้มากขึ้น จากปัญหาฝุ์น PM2.5 ที่มีขึ้นทุกป้แก้ไขยังไม่ได้สักที แต่จากบทบาททั้งหมดที่ผมได้กล่าวมาครับ ท่านประธาน เราให้ความสำคัญกับวิชาชีพนี้เพียงพอแล้วหรือยัง ผมชวนให้ดูตารางนี้ในข้อที่ ๕ สรุปกรอบอัตรากำลังรายงานสายสุขภาพ เขตสุขภาพที่ ๑-๑๒ ในข้อนักกายภาพบำบัด ซึ่งรวมไปถึงเจ้าพนักงานเวชกรรมฟุ๋นฟูแล้วด้วยนะครับ ร้อยละของกรอบที่ใช้ไปก็เพียง ๗๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากแยกเฉพาะนักกายภาพบำบัดที่ได้รับการบรรจุนั้น อาจมีเพียง ประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่วิชาชีพอื่นในช่องสุดท้ายครับท่านประธาน ใช้กรอบไปถึงแตะ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มาถึงตรงนี้ผมขอเสนอแนะให้กระทรวงสาธารณสุขควรเป่ดตำแหน่งนักกายภาพบำบัด ใน รพ.สต. ด้วย หรือหากมีการถ่ายโอน รพ.สต. ไปอยู่ใต้การบริหารขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้ว กระทรวงมหาดไทยก็ควรมีบทบาทที่ชัดเจนในการเพิ่มนักกายภาพบำบัด ที่ทำงานใน รพ.สต. เพราะเปึนหน่วยบริการที่เข้าถึงประชาชนและผู้สูงอายุมากที่สุดครับ ขอขยายความให้ท่านรัฐมนตรีทราบตัวอย่างสถานการณ์นักกายภาพบำบัดในศูนย์บริการ สาธารณสุข ศบส. ซึ่งเปึนสถานพยาบาลปฐมภูมิของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสัดส่วน และสภาวะการจ้างงานเปึนลูกจ้างรายวัน หรือแม้กระทั่งรายชั่วโมงแทบเกือบทุกแห่ง ทำให้ไม่ค่อยมีผู้ไปสมัครงานหรอกครับ หรือไม่ก็ทำงานแบบที่ไม่ใช่ระยะยาวครับ ไม่สามารถ พัฒนางานได้ ผู้ป์วยสูงอายุก็ไม่มีกำลังจ่าย ทำให้ไม่ได้รับบริการกายภาพบำบัดและไม่มี ไปเยี่ยมบ้าน ส่งผลเสียต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน นี่ยังไม่รวมไปถึงความไม่ชัดเจนในค่า พตส. หรือเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และค่าตอบแทนอื่น ๆ เช่น ค่าไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว ในขณะที่กำลังการผลิต นักกายภาพบำบัดของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยเรา ทั่วประเทศเลยก็มีอยู่ราว ๑,๐๐๐ คนต่อป้ เรามีอัตรากำลังในภาคราชการ ๕,๘๕๒ คน จากทั้งหมดประมาณ ๑๓,๗๓๑ คน ที่เปึน PT Active License หรือที่กำลังมีใบประกอบวิชาชีพอยู่ จำนวนที่เหลือ ก็อาจจะไปทำวิชาชีพอื่น หรืออยู่ในภาคเอกชนแทน ซึ่งค่าตอบแทนต้องบอกว่าดีกว่า ค่อนข้างมากเลยครับ ในปัจจุบันก็อาจจะถึง ๓,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมงเลยด้วยซ้ำครับ อัตรากำลังในภาคราชการทั่วประเทศปัจจุบันบรรจุอยู่ที่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้รับบรรจุ ๓๘ เปอร์เซ็นต์เท่ากับทุกป้ หากทุกคนยังอยู่ในระบบราชการก็ควรมีนักกายภาพบำบัดบรรจุ ป้ละอย่างน้อย ๒๕๐ คน เพื่อรักษาสัดส่วนเดิมไว้ นี่เฉพาะการรักษาสัดส่วนเดิมไว้นะครับ ท่านประธาน ซึ่งสัดส่วนนี้ก็ยังห่างไกลความต้องการจริงของระบบสาธารณสุขค่อนข้างมาก หากเราดูจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการบรรจุเปึนข้าราชการย้อนหลัง ๕ ป้ ในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๖ จะเปึนดังตารางครับ หลังจากป้ ๒๕๖๓ การบรรจุ ในสัดส่วนที่น้อยลงเรื่อย ๆ ด้วยตัวเลขที่แตกต่างจากวิชาชีพอื่น ท่านประธานครับ ผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ของสภาแห่งนี้ ทราบดีถึงข้อจำกัดทางงบประมาณของประเทศเรา แต่อยากให้พิจารณาถึง ความจำเปึนประโยชน์ของประชาชนที่เรากำลังก้าวขึ้นสู่สังคมสูงวัยเต็มขั้น มีผู้ป์วย กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภาครัฐก็จำเปึนต้องวางแผนรองรับ วางนโยบาย ที่สอดคล้องกับสภาพความเปึนจริงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในอาชีพนักกายภาพบำบัด ซึ่งเปึนหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจประเมิน การวินิจฉัย และบำบัดรักษาอาการบกพร่องของร่างกายที่เกิดจากความผิดปกติการเคลื่อนไหวต่าง ๆ รวมไปถึงการแก้ไข ปัองกัน ฟุ๋นฟู ความเสื่อมสภาพความพิการ และส่งเสริมสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ซึ่งมีภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าไม่สอดคล้องกับ ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งถ้าอัตราการบรรจุไม่เพียงพอและไม่มีการกระจายอัตรากำลัง ที่มีประสิทธิภาพ ก็อาจจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนได้ค่อนข้างยากครับ เราควรจะต้องมีระบบสาธารณสุขที่พร้อมรองรับโอบอุ้มประชาชนไปด้วยกันครับ จึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีในคำถามแรกนะครับ

ข้อแรก คณะกรรมการกำหนดเปัาหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. ก็ได้เป่ดช่องไว้ว่า กระทรวงสาธารณสุขอาจเสนอผลการวิเคราะห์ความต้องการ อัตรากำลังที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ เพื่อให้คณะกรรมการกำหนดเปัาหมาย และนโยบายกำลังคนภาครัฐทบทวนและพิจารณาใหม่ได้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์แล้วหรือไม่ ผลการวิเคราะห์เปึนอย่างไร และได้ ประสานงานกลับไปยัง คปร. แล้วหรือไม่ ขอทราบรายละเอียดครับ