ภัทรพงษ์ ชี้แผนน้ำท่วมเชียงใหม่ไม่ตรงจริง ท้วงเตือนการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ท้วงติงการจัดการน้ำท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ โดยชี้ถึงปัญหาการแจ้งเตือนที่ต้องผ่านขั้นตอนกฎหมาย การช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึง และการลงพื้นที่ของผู้นำที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมที่ไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริง ส่งผลให้ขาดแผนรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการจัดการน้ำ การกระจายอำนาจ บุคลากร และการวางแผนผังน้ำ รวมถึงตั้งคำถามต่อเกณฑ์การยกระดับภัยพิบัติและเรียกร้องให้เสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรเพื่อรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุดมากขึ้น

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องของการ แจ้งเตือนภัยที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางกฎหมายนะครับ อย่างไรผมขอฝากทางท่านรัฐมนตรีไปยังกรม ปภ. นะครับ เอาสไลด์เมื่อสักครู่ของผมให้ กรม ปภ. ดูก็ได้นะครับ และให้เขาตัดสินใจ แล้วให้เขาบอกท่านเองเลยว่าการแจ้งเตือน แบบไหนประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดนะครับ

คำถามต่อมานะครับ ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่เราพูดถึงก่อนเกิดเหตุ ทีนี้เรามา พูดกันถึงเรื่องของการเผชิญเหตุ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผม แล้วก็ สส. จังหวัดเชียงใหม่ของ พรรคประชาชน เราลงพื้นที่กันหนักมาก เราประสานกับทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ทำงานกัน อย่างขันแข็ง ทำงานกันหนักมาก ๆ แล้วสิ่งที่เราเห็นกันมาปัญหาเดียวกันพร้อมกันเลย นั่นคือปัญหาของอุทกภัยที่เชียงใหม่ ตอนนี้ความช่วยเหลือมันกระจุกอยู่ที่บางพื้นที่ มันไม่ได้ กระจายให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ที่น้ำท่วม ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นภาพชัด ๆ ๒ กรณีนะครับ

กรณีแรก คือที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เลือกลงเฉพาะ พื้นที่ที่คลี่คลายแล้วที่น้ำแห้งไปแล้ว ไม่มีการสั่งงานหน้างานนะครับ ไม่มีการสั่งการเพื่อที่จะ ไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่กำลังท่วมหนักอยู่ ในพื้นที่ของอำเภอสันกำแพง พื้นที่ของอำเภอสารภี พื้นที่ของอำเภอหางดง และอำเภอสันป์าตอง

กรณีที่ ๒ ในขณะที่ประชาชนชาวเชียงใหม่กำลังเจอน้ำท่วมกันอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ก็บอกว่า คืนนี้ชาวเชียงใหม่นอนหลับสบายไม่ต้องห่วง น้ำไม่ท่วม แต่ในขณะนั้นผมเองก็ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เขาท่วมระดับอก อยู่ที่อำเภอสันป์าตอง และ สส. จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอเชียงดาว ก็กำลังลงพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่เช่นกัน ตรงนี้ชัดเจนว่าเกิดอะไรกันขึ้นบ้าง เชียงใหม่ไม่ได้มีแค่ อำเภอเมือง ผมฝากไปถึงรัฐบาลด้วย

ประเด็นต่อไปครับ เรามายกพื้นที่แผนที่เสี่ยงให้ดูดีกว่าว่าปัจจุบันแผนที่เสี่ยง ของจังหวัดเชียงใหม่มันเปึนอย่างไร แล้วทำไมถึงเกิดปัญหากระจุกแต่ไม่กระจาย เราจะเห็นแผนที่เสี่ยงนะครับ อำเภอสารภี อำเภอสันกำแพง ที่ปัจจุบันน้ำท่วมเดิมสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่คลี่คลายเลย เปึนพื้นที่เสี่ยงน้อยที่สุด พื้นที่สีเขียวเข้ม พื้นที่อำเภอสันป์าตองครับ พื้นที่ที่กำลังเจอกับพื้นปัญหาน้ำป์าไหลหลากท่วมทุกป้ ตำบลบ้านกลาง ตำบลทุ่งสะโตก ตำบลท่าวังพร้าว แล้วก็ยังเปึนพื้นที่รับน้ำของอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ด้วย กลับถูกระบุให้เปึนพื้นที่เสี่ยงน้อยถึงน้อยที่สุดเช่นกัน เห็นชัดเจนนะครับว่า พอแผนที่เสี่ยงมันถูกเขียนมาเปึนแบบนี้แล้ว มันเกิดอะไรขึ้นครับ แผนปฏิบัติงานหน้างานมัน ก็ขาดไปด้วย เราไม่มีแผนการรับมือ ไม่มีแผนลงรายละเอียดเลย ไม่ต้องพูดกันถึงเรื่องอพยพ ตรงนี้ไม่มีเลยผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ ในพื้นที่อำเภอสันกำแพงและอำเภอสารภี ที่เราเจอปัญหากันหนักมาก ๆ ที่มันไม่ควรจะเกิด จากการที่เราไม่มีแผนรับมือตรงนี้ ทำให้เราทำงานช้ากันไป ๑ ขั้น เอาง่าย ๆ คือเรื่องของการตั้งเครื่องสูบ จะสูบจากไหน จะส่งไป ที่ไหน เรื่องแค่นี้เถียงกันเปึนวัน ๆ เพราะเราไม่มีแผนรับมือ นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ประชาชน ควรจะต้องมาเจอเลย การกระจายอำนาจจะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน และการกระจายอำนาจตรงนี้ผมไม่ได้พูดกันถึงเรื่องแค่งบประมาณ แต่บุคลากรสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ สส. เชียงใหม่ทุกคนสะท้อนมาเหมือนกัน นั่นก็คือบุคลากรในการปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยปัจจุบันมีอายุเยอะมาก ๆ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกันหมดแล้ว แล้วก็ไม่มีบุคลากรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนเลย นี่คือชัดเจนมาก ๆ ในปัญหาที่เราเจอปัจจุบัน เราไม่มีบุคลากรเข้ามาทดแทน ไม่เพียงพอในการที่จะรับมือกับปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ ของตัวเอง และไม่เพียงพอที่จะไปช่วยเหลือภัยพิบัติในเขตข้างเคียงด้วย พอไม่มีงบประมาณ ไม่มีบุคลากร ปัญหาใหญ่ที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราไม่มีผังน้ำครับท่านประธาน อันนี้เรื่องใหญ่มาก ๆ ทำให้แผนเผชิญเหตุของเราพลาดไปหมด เราไม่สามารถ Design ได้เลย ไม่สามารถออกแบบในการระบายน้ำได้อย่างคล่องตัว เราใช้แต่คำว่า เขาว่ากันว่าอย่างเดียว ทำให้มันเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ผมพูดไปเมื่อขั้นต้นในเรื่องของเครื่องสูบน้ำด้วยอีก ๑ อย่าง

อีกหนึ่งส่วนครับ นั่นก็คือเรื่องของเงื่อนไขในการยกระดับภัยพิบัติ ปัจจุบัน ครับท่านประธาน เราจะสามารถมีภัยพิบัติได้อยู่ ๔ ระดับ ระดับเล็ก ระดับกลาง ระดับใหญ่ แล้วก็ระดับร้ายแรงที่สุด ๒ ระดับแรก ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือว่าจังหวัดสามารถดูแล บริหารจัดการเองได้ แต่ระดับที่ ๓ ระดับที่ ๔ ต้องยกให้กับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ทีนี้ผมจึงอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีครับว่าเรามีเกณฑ์ อะไรในการที่พิจารณายกระดับจากระดับ ๒ เปึนระดับ ๓ เพราะผมทราบดีว่าปัจจุบัน การที่จะยกระดับได้เราต้องมีกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เปึนส่วนกลางเข้าไป ประเมินสถานการณ์หน้างาน แล้วก็แจ้งให้กับรัฐมนตรีได้รับทราบเพื่อพิจารณาในการ ยกระดับจาก ๒ ขึ้นไปเปึน ๓ เพื่อขอรับความร่วมมือจากกระทรวงอื่น ๆ ได้ ในส่วนนี้ผมจึง อยากจะทราบเกณฑ์ว่าท่านใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณานะครับ เพราะว่าทางเชียงราย ทราบมาว่าที่อำเภอแม่สายก็ยังไม่มีการยกจาก ๒ ขึ้นไป ๓ เลย ตรงนี้อยากจะให้ท่านตอบ ให้ชัดเจนด้วย แล้วก็อยากจะให้ท่านตอบชัดเจนสักเล็กน้อยว่าเรามีแผนงานในการที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะรับมือกับภัยพิบัติอย่างไร ทั้งในด้าน งบประมาณและด้านบุคลากร ขอบคุณท่านประธานครับ