มานพ ชี้แจงระบบกองทุนผู้สูงอายุ เสนอหลักสูตรออมในโรงเรียน และเร่งรัดสัญชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ เมษายน ๒๕๖๘

มานพ คีรีภูวดล หารือความสำคัญของการออมทุกรูปแบบและเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุหลักสูตรการออมในโรงเรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาการขาดแคลนข้อมูลสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดิน เพื่อเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาเชื่อมโยงระบบดังกล่าวเข้ากับการออมตามกฎหมาย มานพ คีรีภูวดล ชี้แจงประเด็นคุณสมบัติผู้รับสิทธิในกองทุนเงินออม และเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาเร่งรัดการอนุมัติสัญชาติ ๔๘๓,๖๒๖ คน ให้เป็นไปตามมติ ครม. เพื่อลดขั้นตอนและแก้ไขปัญหาตามนโยบายรัฐบาล มานพ คีรีภูวดล หารือเรื่องระบบบริหารจัดการกองทุนผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำความโปร่งใสเพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ และเสนอให้มีตัวแทนของผู้ซื้อกองทุนเข้าเป็นกรรมการบริหาร

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วน ชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ การออมไม่ว่าจะเป็นการออมในรูปแบบไหน ในระดับไหน หรือการออมประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะออมแรง ออมเงิน ออมกำลังใจมันดี ไปหมดเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการออมเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ แล้วผมเข้าใจว่า ในระดับของชุมชน ในระดับท้องถิ่นมีรูปแบบการออมเยอะแยะมากมาย ก่อนที่ผมจะลง เนื้อหา ผมอยากจะฝากทาง ครม. โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ผมอยากจะให้เห็น หลักสูตรว่าด้วยเรื่องของหลักสูตรการออมมันอยู่ตั้งแต่ในการปูพื้นฐานให้กับนักเรียน แล้วก็มี กระบวนการทดลองทำตั้งแต่ระดับนักเรียน มีการบริหารจัดการเรื่องการเงินหรือการคิด ในทางเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ปูเป็นพื้นฐานเลยนะครับท่านประธาน ก็จะได้ทราบว่าชีวิต ตั้งแต่เกิดมาไปถึงวาระสุดท้ายว่ามันจะต้องมีเงินกี่ก้อนใหญ่อย่างไร ต้องบริหารจัดการ อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้ฝากก่อนที่จะลงเนื้อหานะครับ ท่านประธานครับ เรื่องการออม อย่างที่ผมนำเรียน ผมเห็นด้วยกับเรื่องหลักการนี้นะครับ ผมเห็นด้วยเรื่องของระบบนี้ ที่จะต้องมี ซึ่งจริง ๆ แล้วมันควรจะมีมานานแล้ว แล้วประชาชนเองก็พยายามทำไม่ว่าจะเป็น เงินสัจจะออมทรัพย์ เงินต่าง ๆ มากมายที่มันมีอยู่ เงินสหกรณ์ต่าง ๆ แต่ผมคิดว่าพอพูดถึง การออมในกองทุนฉบับนี้ พูดถึงเรื่องเหมือนผู้สูงอายุนะครับ ผมอยากจะให้ท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีได้เห็นข้อมูลตรงนี้น่าสนใจแล้วจะมาปรับแก้กันอย่างไร ๑ งวดนี้นะครับ ท่านประธาน ๑ งวดสลากกินแบ่งรัฐบาลก็จะออกประมาณ ๑๐๑ ล้านฉบับ แบ่งเป็น สลากกินแบ่งก็ประมาณ ๘๐ ล้านฉบับ ซึ่งมูลค่าต่องวดก็ประมาณ ๘,๐๘๐ ล้านบาทต่องวด ถ้ารวม ๒๐ งวดก็ประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านต่อปี มีงานศึกษาวิจัยขององค์กรมูลนิธิว่า หวยใต้ดิน หวยใต้ดินมูลค่าไม่น้อยครับท่านหมุนเวียนอยู่ประมาณปีหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่า ล้าน ซึ่งมีคนเล่นอยู่ประมาณ ๑๙ ล้านคน อันนี้คือข้อมูลที่น่าสนใจ ถ้าเราเอาตัวเลขของ สลากกินแบ่งรัฐบาล ๘๐ ล้านเลขหมาย แล้วก็หวยดิจิทัลประมาณ ๒๑ ล้านเลขหมาย รวมก็คือ ๑๐๑ ล้านเลขหมาย รวมกับหวยใต้ดินมูลค่าในการหมุนเวียนต่อปีทั้ง ๒ อย่าง ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ไม่น้อยนะครับ จุดสำคัญก็คือว่ากรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้นท่านลองไปดู กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล ๘๐ ล้านฉบับนี้แล้วก็หวยดิจิทัล สลากดิจิทัลอีกประมาณ ๒๑ ล้านฉบับ การซื้อผู้ที่ซื้อเข้าไปสามารถที่จะปรับเข้าสู่กฎหมาย ฉบับนี้ได้เลยไหม ถือว่าเป็นการออมได้เลยไหม ถือว่าเป็นการออมได้เลยไหม ถือว่าเข้าสู่ กระบวนการกฎหมายฉบับนี้ได้เลยไหม คือไม่ต้องใช้เงินทุนอย่างอื่นหรือว่ามันจะไปประสาน กับ พ.ร.บ. สลากกินแบ่งรัฐบาลได้อย่างไร อันนี้ฝากเป็นประเด็นว่าในตัวเลขตัวนี้แต่ละงวด แต่ละวันนี้มันก็พอสมควรอยู่แล้วนะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ผมไปดูในมาตรา ๔๔/๑ ว่าด้วยเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะ เข้าสู่กองทุนเงินออม ตรงนี้นะครับท่านประธาน กอช. ตัวนี้ครับ ท่านเขียนว่าบุคคล ผู้มีสัญชาติไทยมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๕ ปี ทีนี้ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะให้กรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้นช่วยพิจารณานะครับ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ว่าด้วยเรื่องของ การอนุมัติให้สัญชาติบุคคลที่จะได้รับสัญชาติอยู่แล้วประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๔๘๓,๖๒๖ คน การที่ ครม. มีตัวเลขเป็นหลักหน่วยอย่างนี้ครับท่านประธาน หมายความว่า มันเป็นข้อมูลที่บุคคลที่จะได้รับสัญชาติอยู่แล้วแต่ว่ามันเป็นตัวเลขข้อมูลจำนวนประชากร ที่มันค้างท่ออยู่ตรงที่อำเภอและจังหวัด เพียงแต่ว่ารอกระบวนการอนุมัติ ซึ่งหมายความว่า บุคคล ๔๘๓,๖๒๖ คนเหล่านี้เป็นบุคคลที่จะต้องได้รับสัญชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ารอ กระบวนการขั้นตอนให้มันถูกต้องเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นนี้ผมอยากจะฝาก กรรมาธิการ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาด้วยครับ เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ผมคิดว่า พอกระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระบวนการดำเนินการก็ควรจะเป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรีเศรษฐาได้แถลงไว้ว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติทำแค่ ๕ วัน ๕ วันได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันก็ทำได้อยู่แล้วเพราะเอกสารเหล่านี้ บุคคลเหล่านี้นะครับ ผ่านกระบวนการเห็นชอบของเจ้าพนักงานปกครองคืออำเภอและจังหวัดเรียบร้อยไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๓ ทีนี้พูดถึงเรื่องระบบการบริหารจัดการกองทุนที่จะเกิดขึ้น กองทุนนี้เป็นกองทุนที่เกิดมาจากพี่น้องประชาชนใช้ระบบซื้อเหมือนผู้สูงอายุเข้ามา เข้ามาปุ๊บคือความเป็นเจ้าของกองทุนก็ย่อมเป็นผู้ที่จ่ายเงินใช่ไหมครับ ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นท่านประธานกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองทุนประกันสังคม เป็นปีแรก ๆ ช่วงแรก ๆ ที่มีตัวแทนของผู้ประกันสังคมเข้าไปเป็นผู้บริหารเป็น Board เราก็จะเห็นประเด็นว่ามีการ เอาเงินของผู้ประกันตนไปใช้ไม่เกิดผลประโยชน์เท่าไร และเป็นประเด็นปัญหาในแง่ของ การเอามาบริหารจัดการเป็นงบบริหารเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นก็คือว่าอยากจะฝาก กรรมาธิการ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่จะนั่งเป็นประธานกรรมาธิการ ผมคิดว่ามันจะต้องทำ อย่างไรไม่เกิดกรณีที่การใช้ประโยชน์จากกองทุนในการแสวงหาผลประโยชน์ ผมคิดว่าอันนี้ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากถ้าหากว่ากองทุนที่มันเป็นเจ้าของที่มาจาก ประชาชนทั้งประเทศถ้ามันมีปัญหาผมคิดว่าผลกระทบนี่ไม่ใช่เฉพาะในระบบกองทุนนะครับ ผลกระทบในทางการเมืองนี่มีแน่นอนครับ เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าโครงสร้างของกรรมการบริหาร กองทุนอาจจะต้องไปช่วยกันคิดนิดหนึ่งว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของเงินที่มาซื้อหวยผู้สูงอายุที่จะเป็น กองทุนในอนาคตเขาจะมีสัดส่วนเราจะคิดเป็นอย่างไรเป็นภาคหรือ หรือเป็นตัวแทนอย่างไร ผมยังคิดไม่ออก ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีตัวแทนจากผู้ที่มาซื้อหวยผู้สูงอายุ นี่ครับเข้ามาเป็นคณะกรรมการ Board หรือในกลไกที่จะเกิดขึ้นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน