สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ เมษายน ๒๕๖๘

ณรงเดช อุฬารกุล หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อให้เกษตรกรได้มีหลักประกันในชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีการพิจารณาถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถออมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเรียกร้องการสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงการออมเพื่อการเกษียณ

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายพระราชบัญญัติ กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กองทุนการออมแห่งชาติหรือ กอช. เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณ เป็นกลไก ที่ส่งเสริมการออมภาคสมัครใจให้กับประชาชนกลุ่มที่ยังไม่มีสวัสดิการใด ๆ จากรัฐ ท่านประธานครับ แรงงานนอกระบบ ๒๙.๕ ล้านคน มีการออมเพื่อการเกษียณ ๑๓.๔ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๕ ของแรงงานนอกระบบทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ แห่งกฎหมายประกันสังคม จำนวน ๑๐.๙ ล้านคน และสมาชิก กอช. จำนวน ๒.๕ ล้านคน จึงทำให้แรงงานนอกระบบที่ยังไม่มีการออมเพื่อการเกษียณมีถึง ๑๖.๑ ล้านคน หรือร้อยละ ๕๕ ของแรงงานนอกระบบทั้งหมด ผู้ประกอบอาชีพในภาคการเกษตรที่มีอยู่ ๑๒ ล้านคน จึงเป็นเป้าหมายหลักของกองทุนการออมแห่งชาติ แต่การออมในภาคการเกษตรกลับน้อยกว่า การออมนอกภาคการเกษตรเป็นเท่าตัว ในขณะที่แรงงานในระบบมีรายได้ที่สม่ำเสมอ จากการจ้างงาน แต่ในภาคการเกษตรรายได้เปลี่ยนแปลงตามฟ้าฝนและราคาสินค้าเกษตร ที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลาการออมจึงเป็นเรื่องยาก ท่านประธานครับ ปัจจัยที่สนับสนุน การออมในภาคการเกษตรคือรายได้ กล่าวคือหากราคาสินค้าเกษตรดี ผลผลิตดี การออม ก็จะมาก หากรายได้เกษตรกรในปีนั้นตกต่ำการออมก็จะน้อยหรือไม่มีเลย และปัจจัยที่เป็น อุปสรรคในการออมในภาคการเกษตรก็คือค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถ รักษาราคาสินค้าเกษตรให้สูงและควบคุมค่าครองชีพให้ต่ำได้เกษตรกรก็จะมีเงินออม หวยเกษียณก็จะไม่จำเป็น แต่ในสภาวะปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเกษตรกรประสบปัญหา ทั้งรายได้ในภาคการเกษตรที่ตกต่ำและค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่สูง ราคาสินค้าเกษตร ในปัจจุบันวันนี้ชาวนาขายข้าวเปลือกความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ได้ตันละ ๖,๕๐๐ บาท ในขณะที่ปีที่แล้วขายได้ตันละ ๑๐,๒๐๐ บาท ราคามันสำปะหลังวันนี้กิโลกรัมละไม่ถึง ๑ บาท ราคาโคเนื้อลูกผสมจากกิโลกรัมละ ๗๘ บาท ในปีที่ผ่านมา เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๗๐ บาท ในขณะที่โคพื้นบ้านราคาเหลือเพียงตัวละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท จากวัวที่เคยเป็น กระปุกออมสินของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้ขายยามที่ต้องใช้เงิน วันนี้กลับกลายเป็นภาระที่ต้อง มาเลี้ยงดูจากที่เคยขายวัวเพียงตัวเดียวเพื่อชำระหนี้ ธ.ก.ส. เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมาปีนี้กลับต้อง ขาย ๔-๕ ตัว ขาดทุนก็ต้องขายไปใช้หนี้ จากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำทำให้ เกษตรกรรายย่อยที่ถือครองที่ดินทำกินซึ่งเป็นการออมของเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ กลับมีแนวโน้มที่ดินทำกินลดลง ท่านประธานครับ การออมในภาคการเกษตรไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จะออมอย่างไรให้เกษตรกรได้ประโยชน์ วันนี้ปัญหาแรงงานสูงวัยในภาคการเกษตร เป็นปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญ ตอนนี้เกษตรกรทั่วประเทศมีอายุเฉลี่ย ๖๒ ปี หัวหน้า ครัวเรือนเกษตรมากกว่าร้อยละ ๔๘ อายุมากกว่า ๖๐ ปี ร้อยละ ๑๓ ของครัวเรือนภาค การเกษตร แรงงานสูงอายุอยู่เพียงลำพัง แต่พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้กลับไม่ได้อยู่ในระบบ กองทุนการออมเพื่อการเกษียณใด ๆ เพราะถึงแม้เราจะมีกองทุนการออมแห่งชาติ แต่ดู เหมือนเงื่อนไขของกองทุนจะไม่ตอบโจทย์ของพี่น้องเกษตรกรืการที่รัฐบาลใช้วิธีดำเนินโครงการ สลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพหรือหวยเกษียณเพื่อเข้ามาช่วยให้ประชาชน มีการออมที่มากขึ้นผมจึงอยากให้รัฐบาลตระหนักให้มากว่า เกษตรกรจะสามารถเข้าถึง การออมได้เต็มที่ได้หรือไม่ เพราะถือเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุน ผมขอยกตัวอย่าง ข้อจำกัดที่พบเห็นอยู่ ๓ ประการ

แบบที่ ๑ มาตรา ๔๔/๘ หากผู้ซื้อสลากมีอายุมากกว่า ๖๐ ปี ต้องถือสลากไว้ อย่างน้อย ๕ ปี อายุ ๖๕ ปีถึงจะได้เงินคืน เมื่อเทียบกับสลาก ธ.ก.ส. ซึ่งสามารถเบิกมาใช้ เมื่อไรก็ได้ทำให้เกษตรกรที่สูงอายุที่ต้องการสภาพคล่องอาจจะไม่มาซื้อ ซึ่งอาจจะมีมากถึง ๖ ล้านคน

แบบที่ ๒ หากผู้ซื้อสลากอายุ ๓๐-๔๐ ปี ซึ่งอยู่ในวัยแรงงานที่สามารถ หารายได้สูงสุดในภาคการเกษตรที่มีความประสงค์ที่จะออมก็ถูกกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ที่ถึงจะไม่เสี่ยงแต่ออมได้น้อย ผลการออมก็ไม่จูงใจ

แบบที่ ๓ เกษตรกรที่อาจจะเริ่มต้นทำเกษตรตั้งแต่อายุยังน้อยก็ต้องถือสลาก เป็นเวลานานมาก เช่นถ้าซื้อตอนอายุ ๒๐ ปีก็ต้องรออีก ๔๐ ปีถึงจะได้เงินมาใช้ และ ในช่วงแรกก็อาจจะไม่สามารถซื้อสลากได้ถึงเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทด้วยซ้ำ

ดังนั้นในชั้นกรรมาธิการผมจึงอยากขอให้มีการพิจารณาถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติครั้งนี้ เกษตรกรจะได้มี หลักประกันในชีวิตที่ดีขึ้น เพราะอย่างไรก็ตามการมีเงินออมก็ดีกว่าไม่มีไม่ว่าจะมาก หรือจะน้อย การมีทางเลือกในการออมผู้ออมจะได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง ขอบคุณครับ