ณัฐวุฒิ ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.กอช. ตั้งข้อสังเกตเกณฑ์อายุ ๑๕ ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ เมษายน ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม แสดงความเห็นร่วมในร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญในการเปลี่ยนวิธีคิดจากคำว่า "หวยเกษียณ" และสนับสนุนหลักการเดิม แต่ขอตั้งข้อสังเกตเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือถึงจำนวนผู้เข้าร่วมกองทุนการออมแห่งชาติที่ต่ำกว่าแรงงานนอกระบบ และสอบถามรายละเอียดเชิงปรัชญาและเป้าหมายในการแบ่งกลุ่มอายุอาชีพเพื่อวางแผนการออมระยะยาวสำหรับผู้ยากไร้ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงข้อกังวลต่อเกณฑ์อายุ ๑๕ ปีในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยตั้งคำถามถึงหลักการทางกฎหมายและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายประเด็นมาตรา 44/10 เกี่ยวกับสิทธิเงินออมคืนสำหรับผู้ทุพพลภาพ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความคลาดเคลื่อนระหว่างการใช้คำว่า "แพทย์ที่ทางราชการรับรอง" กับความเป็นจริงที่ว่าแพทย์ทุกคน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออม แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ มีบางประเด็นที่ต้องขอบพระคุณและผม เห็นพ้องด้วยกับท่านธีระชัย แสนแก้ว ในประเด็นเรื่องของวิธีคิดและมุมมองต่อการออก สลากออมทรัพย์ในครั้งนี้ แน่นอนครับเวลาที่เราพูดถึงหวยเกษียณ เราอาจจะติดใจตั้งแต่ คำว่า หวย เราอาจจะติดใจตั้งแต่คำว่า เกษียณ ว่าตกลงแล้วถึงแม้ในร่างกฎหมายจะบอกว่า ผลตอบแทนสุดท้ายนั้นต้องรอที่อายุ ๖๐ ปี เว้นแต่เข้าเงื่อนไขใด ๆ ที่อาจจะมีการออกจาก การถือครองสลากดังกล่าวก่อน แต่ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องช่วยกันในการเปลี่ยน วิธีคิดหรือมุมมองต่อการออม แล้วผมเองก็สนับสนุนกองทุนการออมมาโดยตลอดแม้ไม่ได้ อภิปราย แต่ติดตามการทำงานและผมคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมมีอยู่หลายประเด็นทีเดียว ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตหรือสอบถามว่าตกลงแล้วในหลักการและแปลงไปเป็นเนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น มีบางประเด็นหรือประเด็นใดบ้างที่จะให้ท่านได้ช่วยกรุณาตอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

ในประการที่ ๑ ครับท่านประธานครับ ก็คือว่าเราทราบกันดีว่าขณะนี้มีผู้ที่ เข้าสู่กองทุนการออมแห่งชาตินั้นนี่ อยู่ที่จำนวนประมาณ ๒ ล้านกว่าคนเศษ ในขณะที่เรามี แรงงานนอกระบบอยู่ถึงประมาณ ๒๐ ล้านคนเศษ คงมีข้อถกเถียงกันในเชิงหลักวิชา ในรายงานที่ท่านส่งมาให้ทางสภานั้นก็พูดถึงว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ย้อนแย้งหรือขัดหรือแย้ง กับพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการประกันสังคมซึ่งผมก็เข้าใจ ผมเห็นด้วย แต่ผมไม่มั่นใจว่า ในเชิงปรัชญาหรือวิธีคิดหรือเป้าหมายนั้นท่านได้มีการแบ่งหรือไม่ว่า ในกรณีของผู้ที่เป็น สมาชิกของท่าน ๒ ล้านกว่าคนเศษนั้นแบ่งอายุ กลุ่มเป้าหมายประเภทต่าง ๆ แบบใด และเมื่อมีการดำเนินการเรื่องของสลากออมทรัพย์ครั้งนี้แล้วจะมีจำนวนคนที่เข้ามามากน้อย ขนาดไหน เป็นกลุ่มอายุ ประเภทไหน กลุ่มใด แบบใด อาจจะมีความสำคัญด้วยซ้ำแม้กระทั่ง ในเชิงของอาชีพและในเชิงของพื้นที่เพื่อจะได้เห็นเป้าหมายว่าเป้าหมายที่แท้จริงนั้นเราเน้น ไปที่เรื่องของการออมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการออมที่ส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเงินออมที่ใช้ในยามเกษียณ แน่นอนครับตัวเลขของคนจน ตัวเลข ของคนธรรมดากับตัวเลขของคนรวยในจำนวนของเงินที่ควรมีอยู่ที่ต้องใช้ยามเกษียณ ก็ล้วนไม่เท่ากัน นั่นเป็นประการที่ ๑ ที่อยากจะสอบถามครับ

ประการที่ ๒ ผมพยายามจะตรวจสอบกับ พ.ร.บ. ที่ว่าด้วยเรื่องของสลาก กินแบ่งรัฐบาล ผมเองค่อนข้างสนับสนุนในประเด็นเรื่องของการระบุเรื่องเกณฑ์อายุ ๑๕ ปี แต่ผมไม่มั่นใจว่าตกลงแล้วที่ท่านเลือกเกณฑ์อายุของผู้ที่สามารถซื้อสลากนี้ได้ที่อายุ ๑๕ ปีนั้น ท่านใช้หลังพิงแบบใด ท่านใช้หลังพิงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่พูดถึงการที่คนสามารถ เข้าสู่ระบบคุ้มครองแรงงานในงานบางประเภทที่ไม่ใช่การเสี่ยงมากนักที่ ๑๕ ปีใช่หรือไม่ ท่านใช้หลังพิงกรณีของการถือบัตรประชาชนซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มตั้งแต่ ๗ ขวบ ไม่ใช่ ๑๕ ปี ไม่ได้พูดถึงกรณีคำนำหน้านามว่าเรียกแบบใด อย่างไร ในกรณี ๑๕ ปีใช่หรือไม่ หรือท่านใช้หลัง พิงใด ๆ ในการกำหนดอายุ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องของการที่เป็นไปตามกฎหมายท่าน แต่มันสะท้อนเรื่องของการจัดลำดับเด็ก เยาวชน ผู้บรรลุนิติภาวะ ผู้เยาว์ในประเทศไทย ซึ่งถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่ามันไม่สอดคล้องกับหลักการที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มันสำคัญเพราะว่าหากเขาได้รับรางวัล รางวัลของคนที่เป็น เด็กอายุ ๑๕ ปี ใครล่ะครับที่จะเป็นคนไปรับรางวัลแทนเขา ใครที่จะเปิดบัญชี ใครที่จะเป็น คนบริหารจัดการทรัพย์สินซึ่งเขาได้มา ซึ่งผมคิดว่าต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง แน่นอน เมื่อเทียบกับกรณีของสลากกินแบ่งรัฐบาลถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเรารู้กันดีว่าจะมีการขาย ให้กับบุคคลที่อายุน้อย ๆ ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่กฎหมายฉบับนั้นระบุไว้ที่ ๒๐ ปี ฉะนั้นอันนี้ถึงแม้ไม่อยากเรียกว่าหวยเพื่อเอาไปเปรียบเทียบกัน ถึงแม้จะเป็นสลาก แต่หลังพิงกรณีของอายุ ๑๕ ปีน่าจะเป็นเรื่องที่ท่านต้องชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ทั้งหลักการ และรายละเอียดที่อาจจะนำไปสู่การแก้ไขในวาระที่สองครับ

ประการที่ ๓ ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีมาตรา ๔๔/๑๐ ดูดี ๆ นะครับ ก็คือกรณีของผู้ที่ออมทรัพย์และทุพพลภาพนั้น พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าสามารถที่ได้รับเงินออม ทรัพย์คืนได้หากพิสูจน์ได้ว่าทุพพลภาพ ในแง่ดีก็คือนี่คือเงินของเขาครับ แต่ในแง่ภาษา ในทางกฎหมายหรือความเข้าใจที่จำเป็นต้องจารึกหรือบันทึกไว้ว่าอะไรกันแน่ที่ท่านใช้เป็น คำที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี่น่าสนใจ ท่านใช้คำว่า และแพทย์ที่ทางราชการรับรอง แพทย์ใน ประเทศไทยมีด้วยหรือครับที่ทางราชการไม่ได้รับรอง แพทย์ในประเทศไทยไม่ว่าจะจบจาก ในประเทศหรือต่างประเทศนั้นต้องล้วนขึ้นใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์กับแพทยสภา แน่นอนอาจจะมีการแบ่งประเภทราชวิทยาลัยต่าง ๆ แยกประเภทออกไป นั่นก็คือ ความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญเฉพาะทาง แต่ผมไม่มั่นใจที่ท่านใช้คำว่า ต้องให้แพทย์ที่ ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นนั้น ตกลงท่านตีความแค่ไหน หมายถึงว่า เขาต้องเป็นแพทย์ที่สังกัดโรงพยาบาลรัฐ หรือหมายถึงว่าเขาคือแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งราชการก็รับรองอยู่แล้ว หรือหมายถึงว่าเขาต้องเป็นแพทย์ที่ผ่านการรับรองของราชการ อีกชั้นหนึ่งว่าเขาสามารถให้ความเห็นถึงความทุพพลภาพตามกฎหมายฉบับนี้ได้ ซึ่งไม่ได้ หมายไปไกลถึงขนาดการขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและฟื้นฟู คนพิการ ซึ่งอันนั้นไปไกลมากครับ แต่ผมคิดว่าอยากได้ยินรายละเอียดจากท่านเพื่อบันทึกไว้ ในทางปฏิบัติที่แท้จริงว่าความทุพพลภาพจนเขาอยากได้รับเงินคืนนั้นมันควรจะเป็นแพทย์ บวกตัวเขาที่ยืนยัน และสามารถได้รับเงินคืนครับ

ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายก็คือกรณีเรื่องของการใช้งบประมาณ ท่านประธานครับ นี่คือการถือครองสลากออมทรัพย์ ซึ่งหนีไม่พ้นการถูกตีความว่าเป็น ตราสารอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดถึง ผมคิดว่าหนีไม่พ้นเรื่องของสิทธิประโยชน์ หรือผลประโยชน์ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าหลักประกันจะเป็นอย่างไร ผมดูเอกสารที่ท่านส่งให้สภา ท่านบอกว่าจำเป็นต้องมีการขยายอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของ กอช. ซึ่งผมไม่ได้แย้ง แต่ท่านบอกว่าใน ๓ ปีแรกต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ๑๙๑ ล้านบาทเศษ แล้วท่านก็บอก ต่อไปว่าในกรณีนั้นไม่มีภาระต่อประชาชน แต่เป็นภาระในการจัดสรรงบประมาณ เป็นเงินรางวัลให้ผู้ซื้อสลากงวดละ ๑๕ ล้านบาท หรือ ๗๘๐ ล้านบาทต่อปี ผมอยากได้ยิน ในเชิงหลักการว่าตกลงแล้วสลากออมทรัพย์อันนี้ของ กอช. นั้นรัฐมีหน้าที่หรือพันธะที่ต้องใช้ งบประมาณแผ่นดินทั้งหมดเท่าไรต่อปีกันแน่ และอยู่จุดไหนที่เรียกว่าความคุ้มทุน ย้ำว่านี่คือ Prize-linked Savings Product ไม่ใช่ Lotto-linked Savings อย่างเดียว ถึงแม้ว่าท่านพยายามจะบอกว่ามันเป็นหวยเกษียณ แต่ผมอยากเน้นย้ำว่าความสำคัญที่สุด คือการให้พี่น้องมีทางเลือกในการออมและเป็นหลักประกันเรื่องของการใช้ชีวิตในระยะยาว ก็ขออนุญาตเห็นด้วยกับการรับหลักการ แต่อยากได้ยินคำตอบในเชิงรายละเอียด บางประการที่สำคัญเพื่อบันทึกไว้จากท่านผู้ชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ