สุภกร เสนอแก้ พ.ร.บ. กอช. เพิ่มอำนาจจัดสรรดอกผล-วิจารณ์ผลตอบแทนต่ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ เมษายน ๒๕๖๘

สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ โดยเห็นด้วยกับหลักการแต่เสนอให้แก้ไขมาตรา ๑๒ และ ๑๓ เพื่อเพิ่มอำนาจกองทุนในการจัดสรรดอกผลและแจ้งยอดเงินออมแก่สมาชิก พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารเงินทุนและการลงทุนที่มีความเสี่ยง สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ วิจารณ์ผลการดำเนินงานกองทุนการออมแห่งชาติในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา โดยชี้ว่าผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำมากเมื่อเทียบกับพันธบัตรสหรัฐและกองทุนหุ้น พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาเพื่อพิสูจน์ว่าการบริหารเงินของ กอช. ไม่มีประสิทธิภาพ สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เสนอแนวทางแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมวินัยการออมที่ถูกต้องแทนการใช้หวยเกษียณ และเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ทางภาษี</final

นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ผู้แทนราษฎรชาวสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี โดยหลักการและ เหตุผลของร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งในการที่กองทุนการออมแห่งชาติจะเป็นกลไกของรัฐในการส่งเสริมเรื่องการออม เพื่อดำรงชีพเมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย แม้ว่าระบบการออมในปัจจุบันจะยังไม่ครอบคลุมประชากร ทุกกลุ่ม และประชาชนยังเข้าสู่ระบบการออมไม่มากนัก อีกทั้ง กอช. เป็นผู้ที่จะขายสลาก ออมทรัพย์เพื่อส่งเสริมการออมให้กับประชาชนเมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกันนี้ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ปี ๒๕๕๔ ครับท่านประธาน ผมอยาก ให้มีการพิจารณาร่างมาตรา ๑๒ ระบุถึงการให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๕๐ พ.ร.บ. ฉบับเดิม และเปลี่ยนเป็น ดอกผลของการนำเงินในบัญชีเงินฝากที่ได้จากการออมนั้นไป ลงทุนให้จัดสรรเป็นผลประโยชน์ของเงินสะสม สมทบ หรือเงินออมทรัพย์ที่มีอยู่ในบัญชีของ ผู้ออมทรัพย์แต่ละคน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเพิ่มบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการจัดสรรดอกผล ของการนำเงินของบัญชีรายบุคคลผู้ออมนั้นไปแสวงหาผลประโยชน์ และพิจารณาร่างมาตรา ๑๓ ระบุว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๑ จาก พ.ร.บ. ฉบับเดิมนะครับ เปลี่ยนเป็น ให้กองทุน เป็นผู้แจ้งยอดเงินสะสมเงินสมทบของสมาชิก หรือเงินออมทรัพย์ของผู้ออมทรัพย์ รวมทั้ง ผลตอบแทนให้กับสมาชิกผู้ออมเงินปีละ ๑ ครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มหน้าที่ของกองทุนการออมแห่งชาตินี้ในการแจ้งให้ผู้ออมรับทราบ ยอดเงินออมครับ ที่หยิบยกร่างมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ให้พิจารณานี้มาจากความคิดเห็น ของประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กอช. ในการนำเงิน ที่ได้จากการออมทรัพย์ของประชาชนไปลงทุนเพื่อให้ได้ดอกผลของการตอบแทนและนำเงิน มาคืนให้กับประชาชน ซึ่งสร้างความน่ากังวลอย่างมากก็คือการบริหารเงินทุนควรเป็นหน้าที่ ของผู้เชี่ยวชาญและการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงต้องจัดสรรให้เป็นประโยชน์และต้องมี ข้อระมัดระวัง ยิ่งไปกว่านั้นครับไหน ๆ เราพูดถึง กอช. แล้วผมอยากให้ลองนึกถึงร่างมาตรา ที่ผมยกตัวอย่างกับการดำเนินงานของกองทุนการออมแห่งชาติว่ามันสมเหตุสมผลขนาดไหน ครับท่านประธาน

เรื่องแรกครับ ผลการดำเนินงานของ กอช. ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา บริหารเงิน หมื่นกว่าล้านบาท แต่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ๑.๕-๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี นับว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก ที่สุดเลยครับท่านประธาน เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนพันธบัตรของสหรัฐในระยะยาว ๑๐ ปีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งปลอดภัยสูงและแน่นอนกว่า หรือจะเปรียบเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในดัชนีหุ้น เช่น เอส แอนด์ พี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง ๗-๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปีในระยะยาว

เรื่องต่อมาก็คือประสิทธิภาพในการบริหารเงินของกองทุน กอช. ที่ปัญหา ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนที่ต่ำเท่านั้นครับ แต่รวมถึงการบริหารเงินทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพด้วย เช่นกัน ผมอยากให้ท่านประธานลองเปรียบเทียบของผู้ออมเงินท่านหนึ่ง ผู้ออมท่านนี้ ออมตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี และวางแผนเกษียณที่อายุ ๖๐ ปี ถ้าหากเขาหรือเธอลงทุนกับ กองทุนการออมแห่งชาติด้วยผลตอบแทนราว ๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็คือค่าเฉลี่ยนะครับ กับการออมเงินเดือนละ ๑๑,๐๐๐ บาท จะได้เงินเกษียณประมาณ ๙๘๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าลงในกองทุนที่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและให้ผลตอบแทนได้เฉลี่ย ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เงินเกษียณของเขาและเธอคนนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น ๓.๒ ล้านบาท ต่างกันกว่า ๓ เท่าเลยนะครับท่านประธาน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า กอช. แทบไม่มีประสิทธิภาพในการ บริหารจัดการเงินเลย เพราะถ้าเทียบกับไปซื้อพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาไม่ต้องใช้ความรู้ อะไรเลยนะครับ ยังมากกว่าสิ่งที่ท่านทำได้อยู่ในปัจจุบันเลยนะครับ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของหวยเกษียณ รัฐบาลและ กอช.ต้องการส่งเสริม ให้ประชาชนมีวินัยในการออมตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณมีอนาคต แต่การส่งเสริม ให้เด็กออมเงินลงทุนเพื่อหวยเกษียณนั้นดูจะอาศัยการเสี่ยงโชคมากกว่า มากกว่าที่จะ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจการออมเงินที่ต้องมีวินัยมีความจำเป็นและอาศัยความอดทน มากกว่าครับท่านประธาน และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่การนำเงินออมจากหวยเกษียณนี้ เพิ่มแรงจูงใจเชิงโครงสร้างและเพิ่มผลตอบแทนและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และสนับสนุน ทางด้านการศึกษาด้วยครับท่านประธาน สิ่งที่ผมยกตัวอย่างการดำเนินงานของ กอช. ที่ผ่านมาจะทำให้เห็นว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ของ คณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นนี้จะถูกบังคับใช้เพื่อดำเนินการให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ยืนยันอีกครั้งนะครับว่าผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของร่างคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ แต่อยากให้ท่านพิจารณาในส่วนของมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ดังที่ยกตัวอย่างด้วยครับ

สุดท้ายนี้ผมขอให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินอย่างมีวินัย อย่าปล่อยให้หวยเกษียณมาเป็นตัวทำลายวินัยการออมเงินของประชาชน แต่ให้เป็นอีก เครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมวินัยการออมของประชาชนด้วยครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ