สหัสวัต เปิดปมแรงงานไทยถูกเอารัดถึงฟินแลนด์ วอนรัฐเร่งสอบรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘

สหัสวัต คุ้มคง ตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยอ้างหลักฐานจากฟินแลนด์ พร้อมเปิดโปงปัญหาแรงงานไทยที่ถูกส่งไปเก็บผลไม้ป่าในยุโรปและต้องเผชิญสภาพการทำงานเลวร้ายไร้หลักประกัน ถูกบังคับใช้แรงงานอย่างไร้ศักดิ์ศรี ขาดค่าจ้างขั้นต่ำ ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์เอง และใช้ชีวิตในสภาพแออัด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบบทบาทของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิแรงงานในอนาคต

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

คนของนายกรัฐมนตรีที่รัฐประหารเข้ามาครับ การที่ท่านบอกว่าปิดสวิตซ์ ๓ ป ได้แล้วนะครับ ก็คือเรื่องโกหกหลอกลวงครับ กลายเป็นว่า ป เดียวนี่ครับที่ปิดสวิตซ์ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อจะให้เข้าใจชัด ว่าการที่นายกรัฐมนตรีตั้งคนแบบนี้เข้าไปนี่มันมีความร้ายแรงขนาดไหนแล้วสำนวนคดี จากทางฟินแลนด์มีหลักฐานชัดเจนว่านายคนนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้ามนุษย์ ได้อย่างไร ผมต้องขอเล่าย้อนกลับไปสมัยที่นายคนนี้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในช่วงปี ๒๕๖๕ ได้มีปัญหาร้องเรียนมายังกรรมาธิการการแรงงานของสภาผู้แทนราษฎร ว่าแรงงานที่ไปเก็บผลไม้ที่ยุโรปนี่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ผมขอใช้เวลาอธิบาย ที่มาที่ไปเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นถึงพฤติการณ์ของนายคนนี้สักเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ อาชีพเก็บผลไม้ป่าในทวีปยุโรปเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมในหมู่แรงงานไทยในช่วง ๑๐ ปี ที่ผ่านมา มีการโฆษณากันครับว่าทำงานแค่ระยะเวลาสั้น ๆ แต่รายได้ดีหลายคนสามารถ หาเงินได้หลักแสนในระยะเวลา ๓ เดือน จึงทำให้มีแรงงานไทยนี่เดินทางไปทำอาชีพดังกล่าว เพิ่มขึ้นทุกปีครับ โดยปลายทางที่นิยมไปก็คือสวีเดนและฟินแลนด์ครับ แล้วการไปแต่ละครั้ง ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายครับที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทนายหน้า เป็นแสนครับแต่ก็มีคนยอมจ่ายและกู้หนี้ ยืมสินเขาไปครับไปเสี่ยงโชคเอาข้างหน้าครับ และวิธีการที่นายหน้าเหล่านี้มักจะใช้คือการทำตัว เป็นคนใจดีให้ยืมเงินก่อนแล้วบอกว่าค่อยทำงานใช้หนี้ทีหลัง แต่ไม่บอกรายละเอียดเลยครับว่า จะต้องใช้หนี้อย่างไร หักเดือนเท่าไร แล้วอาชีพนี้จริง ๆ ครับเป็นอาชีพที่ลำบากมากนะครับ เราอย่าเข้าใจผิดนะครับว่านี่คือการเก็บเบอรี่ในฟาร์มที่มีที่หลับที่นอนที่อบอุ่น มีอาหารการกิน ที่เหมาะสม การเก็บเบอรี่ในที่นี้คือการเก็บเบอรี่ป่าครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานดูภาพนี้ วิธีการของกระบวนการ ค้ามนุษย์ที่รัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาคนนี้เข้าไปมีส่วนร่วม ก็คือเอาแรงงานมาส่ง กับ Camp ใกล้กับป่าที่มีเบอรี่ครับ แล้วปล่อยให้พี่น้องคนไทยออกเดินเผชิญโชคตามหา เบอรี่กันเอาเอง ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ เงินจะได้เท่าไรขึ้นอยู่กับจำนวนเบอรี่ที่เก็บได้ พอเก็บได้เสร็จ พี่น้องเหล่านี้ก็จะต้องเอามาชั่งกิโลขาย เก็บได้มาก ๆ ครับ เก็บไม่ได้เลยโชคไม่ดีก็ไม่ได้เงินเลยครับ ท่านประธานครับ แล้วนี่มันในป่าแถวสแกนดิเนเวียนะครับ เข้าป่าไปเผชิญโชคในที่ที่ไม่คุ้นชิน ตัวเปล่า ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว ไม่มีหลักประกัน ไม่มีอะไรเลย ถ้าจะพูดให้มันเหมือนกับ การขุดทองไปเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคขุดทองเมื่อร้อยปีที่แล้วเลยครับ แล้วไปอยู่ในที่ไกลผู้ไกลคน เสี่ยงอันตราย เสี่ยงทุกอย่าง การทำงานแบบนี้ควรต้องถูกจัดเป็นอาชีพเสี่ยงด้วยซ้ำครับ แล้วกระบวนการนี้มันก็มักง่ายครับ เอาคนไปปล่อยป่าแบบนี้อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ครับ ไม่มี เงินเดือนขั้นต่ำ ไม่มีหลักประกันอะไรเลย นี่มันอะไรครับท่าน นี่เราไม่นับว่าในปี ๒๕๕๓ มีแรงงานไทยเคยเสียชีวิต ๒ รายจากการไปเก็บเบอรี่ในสภาพเสียชีวิตแบบนี้นะครับ แล้วซ้ำร้าย ในสภาพการทำงานที่ต้องไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงตายไกลผู้ไกลคนแบบนี้ มันก็เป็นช่องทางให้คนที่ ไม่มีมนุษยธรรมเอาเปรียบพี่น้องแรงงานของเราครับ การไปใช้ชีวิตในป่าครับ ก็ต้องมีทั้ง อุปกรณ์เพื่อการเอาตัวรอดครับ ยังชีพ แล้วไม่พอครับ ต้องมีอุปกรณ์ในการเก็บเบอรี่ด้วย ท่านประธานครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เห็นในภาพ ถัง กระป๋อง แล้วเครื่องมือกันหนาวทั้งหมด แรงงานจ่ายเองครับ บริษัทที่พาไปไม่มีให้เลยครับ ไม่มีเงินจ่ายก็ต้องเป็นหนี้ไปก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้มันเลวร้ายมาก ๆ ท่านประธานครับ ใครที่เคยทำงานในโรงงานนี่สมมุติว่าทำงาน โรงงานเย็บผ้าแล้วกันครับ ถ้าไปทำงานโรงงานเย็บผ้าโรงงานก็ต้องเตรียมผ้า เตรียมเข็ม เตรียมเครื่องจักรให้ เราออกแรงอย่างเดียว แล้วพี่น้องคนไทยเหล่านี้ที่ไปเก็บเบอรี่ป่านี่ นอกจากต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อนเดินทางแล้ว พอมาถึงต้องมีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ดูครับท่านประธาน นอนอัดกันในที่แคบ ๆ แบบนี้ ท่านดูครับนอนใต้โต๊ะ บางคนไม่มี ผ้าห่มด้วยซ้ำ เอาแผนที่มากันลม ห้องน้ำนี่เป็นไม้อัดแผ่นเดียว แล้วท่ามกลางอากาศ แปรปรวนที่ฟินแลนด์นะครับ สภาพไม่ต่างจากนรกเลยตรงนี้ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีดี ๆ ที่ไหนจะปล่อยให้คนไทยต้องไปเจออะไรแบบนี้ครับ ปล่อยไปเจอว่าหนักแล้วนี่ดันเป็นคนรับ ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ แล้วแทนที่คนแบบนี้จะติดคุกติดตารางไปตั้งแต่สมัยที่แล้ว สมัยนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับตั้งมาเป็นรัฐมนตรีอีก แล้วท่านดูครับ อาหารที่พี่น้องของเราได้กิน อดมื้อกินมื้อนะครับ ภาพแรกครับ คือข้าวคลุกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กินแค่ให้มีแรงพอออกไปทำงาน อีกภาพคู่กันครับ คือเห็ดรวมลดราคาที่ใกล้หมดอายุ ง่าย ๆ เหมือนอาหารป้ายเหลืองบ้านเราครับ เขาต้องเอาวัตถุดิบเหล่านี้มานึ่งกินเพื่อประทังชีวิต นาน ๆ ทีจะได้เข้าเมืองไป Super ครับ ไปก็ซื้อได้แค่ผักแค่ไข่ลดราคา ท่านประธานครับ พวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้หรือแม้แต่นอกสภา พี่น้องที่ดูอยู่มีใครต้องทนลำบากขนาดนี้บ้างไหมครับ คุณภาพชีวิตติดลบจนไม่รู้จะลบ อย่างไรครับ นอกจากคุณภาพชีวิตจะลบแล้วนี่ ยังต้องมาเสียค่าใช้จ่ายยิบย่อยทุกสิ่งทุกอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อะไรก็ขนไปจากที่นี่นะครับ หรือไม่ก็ต้องไปซื้อจากบริษัท ที่พาไปหักเงินอีก ชีวิตติดลบทุกอย่าง นี่สภาพอาหารการกินเหมือนคนจะได้เงินแสน กลับบ้านไหมครับ แล้วภาพนี้เราเอามาจากสารคดีที่ได้รางวัลจาก กสม. กสม. เองรู้เรื่องนี้ คนที่สนใจสิทธิมนุษยชนทุกคนรู้เรื่องนี้ แต่รัฐบาลเองโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีนอกจาก จะไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้วนี่ ยังปล่อยให้หนึ่งในตัวการมาเป็นรัฐมนตรีอีก เหยียบหัว เหยียบหน้าเหยื่อค้ามนุษย์ถึงไหนครับ ต่อครับ แล้วยิ่งช่วงเบอรี่เริ่มจะหมดนะครับก็ยิ่งต้อง ขึ้นเขาลงห้วยเดินเข้าไปลึกขึ้น ๆ เวลาทำงานก็นานขึ้นครับ จากต้องเดิน ๓ ๔ กิโลเมตรต่อวัน อาจจะเพิ่มเป็น ๗ ๘ กิโลเมตร แล้วถ้าอยากไปให้ลึกขึ้นนี่บางกลุ่มครับ ก็ต้องตั้ง Camp กันในป่า ในอุณหภูมิหนาวจัดแล้วท่านดูครับ พี่น้องของเราที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์เหล่านี้ต้องมานอน แออัดกันในรถแบบนี้ อุณหภูมิเลขตัวเดียว เรื่องโหดร้ายแบบนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรครับ ท่านประธานท่านดูความเป็นอยู่พี่น้องคนไทยกลุ่มนี้ครับ ถูกหลอกให้ไปเป็นแรงงานทาส ต้องลำบากเสียชีวิตในต่างประเทศ แล้วหนึ่งในคนที่สมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้คือรัฐมนตรีที่ท่าน นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมากับมือ หนักไปกว่านั้นอีกครับ ยังมีการบีบบังคับให้คนไทยของเรา ต้องทำงาน ไม่ว่าจะเป็นข่มขู่ให้ทำงาน โดยอ้างหนี้สินซึ่งก็ไม่ได้ตกลงกันไว้แต่แรกมาผูกมัดไปหมด เอาค่ากิน ค่าอยู่ ค่าน้ำมัน ค่ารถ ทุกอย่างมาเป็นหนี้ที่ต้องทำงานใช้เพิ่ม สุดท้ายพี่น้องของเรา ต้องอดหลับอดนอนเก็บเบอรี่หลังขดหลังแข็ง บนสภาพอากาศที่หนาวเย็น แล้วก็ไม่ได้รับเงินตามที่เขาบอกไว้ ทำไปก็ถูกหักเงิน ไม่ต่างกับ ทำอะไรฟรี ทำงานฟรีครับ บางคนไปมีหนี้กลับมามีหนี้เพิ่มถูกหลอกทั้งขึ้นทั้งล่อง แล้วหลายคน ยังถูกยึด Passport เอกสารสำคัญเอาไว้ครับ อ้างว่าดูแลไม่ให้เอกสารเสียหายจะกลับบ้าน ก็ไม่ได้ เลิกทำก็ไม่ได้ เหมือนถูกจับด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นเป็นทาสสมัยใหม่ทนอากาศ แปรปรวน ทนหิวเสี่ยงตายอยู่กลางป่า ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานครับ สภาพความเป็นอยู่ แบบนี้สำหรับคนไทยเรา ๆ ถ้าไปอยู่คงไม่พ้นต้องเจ็บป่วยกันบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับคือใครเจ็บ ใครป่วยไม่ยอมให้ไปหาหมอ ขอร้องแล้วก็ไม่ให้ไปหาหมอ ขอร้องไม่เป็นผลกักขังให้ทำงาน ที่นี่ทำงานต่อ ป่วยก็กินแค่พาราเซตามอลไป ท่านประธานดูภาพนี้ครับ ปรสิตพวกนี้ไม่มี แม้แต่ยารักษาโรคพื้นฐานให้ครับ ยาเหล่านี้ดูครับนี่ยี่ห้อไทยทั้งนั้น ยาสามัญประจำบ้าน แก้ปวด แก้หวัด ยาธาตุน้ำแดง น้ำขาวเอาไปจากบ้านเราทั้งนั้น เหยื่อคนไทยต้องไปซื้อเองขนไปเอง ที่นั่นไม่มีอะไรให้เลยครับ จะเจ็บป่วยก็ไม่ให้ไปหาหมอ แล้วในป่าที่ฟินแลนด์ครับก็มีสัตว์ รังควาน เช่น แมลงต่าง ๆ ที่คนไทยอย่างเราไม่คุ้นชิน โดนกัด โดนต่อยมาก็แทบจะขยับไม่ได้ แล้วบางรายทนอากาศหนาวไม่ได้ก็มือบวม เท้าบวมทำงานต่อไม่ได้ก็มี คนไทยที่ป่วย ๆ ไป รอดมาก็จากยาที่ตัวเองเอาไปทั้งนั้นเลยครับ พวกปรสิตพวกนี้ไม่มีอะไรให้เลย นี่มันค่ายนรกชัด ๆ งานบ้าอะไรครับ คนป่วยไม่ให้ไปหาหมอ ไม่มีวันหยุด พอจะไปก็ไม่ให้ไป นี่มันค้ามนุษย์ชัด ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดมาทั้งหมดนี้เพื่อที่จะเห็นภาพครับว่าสุดท้ายเรื่องนี้คนที่ นายกรัฐมนตรีแพทองธารตั้งขึ้นมาคนนี้ แต่ก่อนตัวเองก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กลับไปเกี่ยวพันกับขบวนการค้าทาสสมัยใหม่ คนที่มีหน้าที่ปกป้องแรงงานกลับไปมีส่วนสำคัญ ในการทำให้เกิดเรื่องราวที่ทำร้ายแรงงานไทยอย่างถึงที่สุด คราวนี้นะครับ ผมจะชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่ามันเกี่ยวกับคนที่นายกรัฐมนตรีตั้งมาเป็นรัฐมนตรีอีกรอบได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นคดีความ ขึ้นมาในช่วงปี ๒๕๖๕ ที่แรงงานไทยกว่า ๓๓ คน ร้องเรียนเรื่องการค้ามนุษย์ไปที่ประเทศ ฟินแลนด์จนมีการดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์กับบริษัทที่ขนแรงงานไทยไปทำงานครับ เพื่อน สส. พรรคประชาชนของผมครับ ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ เคยอภิปรายเรื่องนี้ในญัตติ ๑๕๒ เมื่อปี ๒๕๖๖ เพื่อเตือนคนที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาคนนี้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในตอนนั้น ให้เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ พฤติการณ์ของนายคนนี้ครับคือถึงขนาดออกทัวร์ Promote ทหาร ออกทัวร์ Promote การเก็บเบอรี่ไปถึงฟินแลนด์ โฆษณาว่าเป็นอาชีพที่ดี รายได้เป็นแสน ใช้อำนาจหน้าที่ความเป็นรัฐมนตรี Promote ตัวเองดิบดี ออกข่าวเต็มไปหมด ท่านดูภาพนี้ครับ ท่านจะเห็นเลยครับว่านายคนนี้ไปเยี่ยม Camp คนงานถึงที่นั่น แล้วดูสภาพ Camp ครับ สวยงาม ดูดี มีที่หลับที่นอนมาตรฐาน ช่างต่างเหลือเกินกับหลักฐานที่ตำรวจฟินแลนด์ให้มา ในภาพที่ผมแสดงให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกดูเมื่อสักครู่นี้ นายคนนี้ทำตัวเหมือนกับ PR ทำตัวเหมือนกับบริษัทนายหน้าพาแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างไรอย่างนั้นเลย ท่านนายกรัฐมนตรีดูภาพถัดไปเลยครับ ภาพที่นายคนนี้ไปทัวร์บริษัทที่เป็นปัญหาค้ามนุษย์ ที่ฟินแลนด์ในตอนนั้นคือบริษัท โพลาริก้า และภาพนี้คือนายจุกกา คริสโต ซีอีโอของบริษัท ที่เป็นตัวการในการค้ามนุษย์ และถูกตำรวจฟินแลนด์ดำเนินจับกุมคุมขังไปแล้ว อีกภาพ คือภาพนายหน้าคนไทยชื่อทุเรียน ผมอยากให้จำชื่อและหน้าของคน ๆ นี้ไว้ให้ดี นางทุเรียน คนนี้มาให้การต้อนรับรัฐมนตรีคนนี้ ซึ่งหลังจากไปเยี่ยมไม่ถึง ๒ สัปดาห์ บริษัทดังกล่าวนี้ ก็โดนฟ้องคดีค้ามนุษย์ในฟินแลนด์ขึ้นครับ อย่างที่บอกครับ ท่านจรัสเคยเตือนให้จัดการ ปัญหาเรื่องนี้ แต่นายคนนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งมากลับบิดเบือนว่าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น กำลังจะขัดขวางไม่ให้แรงงานไทยไปเก็บเบอรี่ โกหกหน้าตายกลางสภาแห่งนี้ว่าเอกชนที่ไป เป็นบริษัทใหญ่โต ติดถนนใหญ่ไม่เป็นผู้ต้องหาทั้งที่ตอนนั้น ซีอีโอโดนบุกจับกุมและเป็น ผู้ต้องหาไปแล้ว ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจครับท่านประธาน ว่าทำไมแทนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานในตอนนั้นไม่ยอมเอ่ยปากปกป้องสิทธิของพี่น้องแรงงานแต่กลับปกป้องเอกชน ถึงขนาดยอมบิดเบือนข้อเท็จจริงกลางสภาแห่งนี้ จนสุดท้ายก็ได้รู้ครับมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เมื่อ DSI เจอเส้นทางการเงินของการค้ามนุษย์ในฟินแลนด์ครับ จนปัจจุบันส่งคดีอยู่ใน ป.ป.ช. โดยพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในตอนนั้นเรียกรับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ผมจึงเข้าใจเลยครับที่นายคนนี้ต้องออกมาโกหกหน้าตาย ก็แค่เพื่อปกป้องชามข้าวตัวเอง นี่ละครับ ว่าทำไมพี่น้องแรงงานต้องไปทำงานในสภาพที่เลวร้าย ต้องเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ก็เพราะรัฐมนตรี ที่ท่านตั้งนี่ ไปหักหัวคิวเขามา เขาจากบ้านมาแสวงโชคก็หนักอยู่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานมาทำตัวเป็นมาเฟียเก็บค่าหัวคิวบริษัทก็ยิ่งบีบพวกเขาให้สภาพการทำงานเลวร้ายขึ้น แล้วมาวันนี้ผมไม่อยากจะนึกเลยครับว่าพี่น้องพ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจจะซวยขนาดไหน เมื่อได้คนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์อีก ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีแพทองธารต้องทราบนะครับ เพราะเมื่อท่านเห็น แล้วว่านายคนนี้มีคดีใหญ่โตขนาดนี้อยู่ใน ป.ป.ช. ท่านต้องหาทางสืบสวนต่อหรือสอบถามต่อบ้าง ท่านหนีความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ แล้วทั้ง ๆ ที่ท่านรู้แบบนี้ก็ยังกล้าตั้งคนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรี จากนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหารให้พี่น้องแรงงานรับกรรมมาแล้ว คราวนี้นายกรัฐมนตรี แพทองธารก็ให้ผู้ประกอบการมารับกรรมต่อ มันมี Deal สำคัญอะไรหนักหนาครับ ทำให้ท่าน ต้องตัดสินใจตั้งคนแบบนี้กลับมาครับ อย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นว่ามันไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาลอย ๆ แต่เป็นการสืบสวนที่ทำกันมานานผ่านทางกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างทางการไทย และทางการฟินแลนด์ คดีระดับนี้เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องรู้ ต้องทราบ แต่ท่านก็กลับตั้ง คนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรีอีกนะครับ ท่านจะตอบรัฐบาลฟินแลนด์ว่าอะไรครับ ให้คนที่มีคดี เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในบ้านเขามาเป็นรัฐมนตรี และมนุษย์ที่ถูกเอาไปค้าเป็นแรงงานทาส คือประชาชนคนไทยของเรา ค้ามนุษย์คือคดีที่เลวร้ายมาก เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ ไม่มีที่ไหนในโลกเขารับได้มันคือพฤติกรรมฆ่าคนทางอ้อม แบบที่ผมเพิ่งให้ดูไปว่าได้มีแรงงาน ทาสคนไทยเสียชีวิตแล้วจริง ๆ นะครับ แล้วคนที่มีพฤติกรรมชั่วช้าเป็นที่ประจักษ์แบบนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตั้งมาเป็นรัฐมนตรีอีกหรือครับ ท่านประธานครับ ผมขอเล่าให้ฟัง ในสำนวนคดีที่ทางการไทยทำร่วมกับทางการฟินแลนด์ มันเขียนชัดแค่ไหนว่าคนที่ท่าน นายกรัฐมนตรีตั้งมาเป็นรัฐมนตรีเรียกรับประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ดูได้จากบันทึกคำให้การ กรมสอบสวนคดีพิเศษนี้ครับ ที่นำมาจากคำให้การในศาลที่ฟินแลนด์ จากเอกสารคำให้การ ในศาลฟินแลนด์ของทุเรียนผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์ครับ เล่าชัดเจนว่าในปี ๒๐๒๒ หรือปี ๒๕๖๕ นางทุเรียนได้เข้าไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อสวัสดีปีใหม่รัฐมนตรี แล้วรัฐมนตรี คนนี้ก็ควักมือเรียกบอกว่าน้องทุเรียนมาคุยตรงนี้หน่อย แล้วถามว่ามีแรงงานเก็บเบอรี่ ที่ฟินแลนด์กี่คนให้จ่ายมาคนละ ๓,๐๐๐ บาทนะ เพราะว่าเป็นการเพิ่มงานให้กับพวกเรา ดูครับท่านประธานครับ คนนี้มันชั่วขนาดไหน จากนั้นครับ ทุเรียนก็พยายามบ่ายเบี่ยงไป เพราะไม่อยากจ่ายครับ แต่รัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหารในตอนนั้น และเป็นรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรีในตอนนี้ กลับย้ำว่าอย่างไรก็ต้องจ่าย ท่านประธาน คิดดูครับถ้าคนระดับรัฐมนตรีขู่ขนาดนี้ ทุเรียนจะกล้าหือหรือครับ แล้วพอเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้ ผมเข้าใจเลยครับว่าจริง ๆ แล้วที่นายคนนี้ต้องบินไปฟินแลนด์ทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนตัวเอง เป็นบริษัทนายหน้าชวนคนงานไทยไปทำงานเก็บเบอรี่ จริง ๆ ก็เพื่ออยากให้ตัวเองได้ค่าหัวคิวเพิ่ม โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าแรงงานไทยต้องเจออะไรบ้าง มาดูอีกแผ่นหนึ่งครับท่านประธานครับ จากคำให้การนี้ข้าราชการระดับสูงของกรมการจัดหางานบอกว่าให้คน ๆ หนึ่งไปรับเงิน โดยกำชับว่าห้ามให้ใครเอาเงินไปให้ที่ห้องเขาโดยตรง แล้วสุดท้ายก็มีการต่อรองกัน นางทุเรียน ก็ต่อรองราคาไปเหลือ ๑,๕๐๐ บาท ข้าราชการคนนี้ที่มาเก็บเงินให้รัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกอีกว่าลดราคาค่าหัวคิวเหลือ ๒,๐๐๐ บาทจากที่ตอนแรกจะเอา ๓,๐๐๐ บาท ลดได้แค่นี้ แล้วออกใบเสร็จให้ไม่ได้ ต่อราคากันไปมาจนคิดจากคนงานที่จำนวน ๑,๖๗๐ คน จบที่เลข กลม ๆ ๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมไม่โมโหได้อย่างไรครับ พี่น้องในสภาแห่งนี้ พี่น้อง ที่ชมอยู่ทางบ้านจะไม่โมโหได้อย่างไร นี่ชีวิตคนนะครับ ต่อรองราคาเป็นกางเกงยีนส์มือสอง แล้วคนหนึ่งก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนะครับ อีกคนเป็นข้าราชการระดับสูง ในกระทรวงแรงงาน ไม่มีจิตสำนึกด้านแรงงานสักนิดเดียว เห็นพี่น้องแรงงานเป็นวัตถุ เป็นสินค้า ที่จะต่อรองเอาตามใจอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือครับ เลวจริง ๆ ท่านประธานครับ แล้วเลวขนาดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับตั้งมาเป็นรัฐมนตรีอีก ไปกันใหญ่แล้วครับประเทศนี้ หลังจากนัดแนะกัน ท่านประธานครับ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงกลางปีเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ ก็มีการนัดแนะส่งเงินกัน ซึ่งใช้วิธีส่งเงินผ่านทางกรมการจัดหางาน โดยนางทุเรียนได้ฝากเงินให้เลขาคือนางบีนำเงิน ไปให้ข้าราชการระดับสูงของกรมการจัดหางานในขณะนั้น โดยนางทุเรียนย้ำให้นางบีฟัง อันนี้เขียนในสำนวนนะครับว่า หากไม่จ่ายเงินก็จะไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน เป็นแบบนี้ปีที่แล้ว จากคำนี้เราเห็นชัดว่าพฤติกรรมข่มขู่แบบกุ๊ยเพื่อเรียกเงินรีดไถแบบนี้ไม่ได้ทำเช่นนี้เป็นครั้งแรก แปลว่านายคนนี้เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาแล้ว ผมเล่ามาถึงแค่ตรงนี้ผมก็คับแค้นใจสุด ๆ แล้ว มันชัดขนาดนี้ในคำให้การ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องผ่านตาแน่ ๆ แต่ท่านก็ยังตั้งขึ้นมาอีก หัวใจของท่านนายกรัฐมนตรีทำด้วยอะไร ไหนใครบอกว่าหัวใจคือประชาชน ผมหมดคำ จะพูดจริง ๆ ต่อครับ ผมมีหลักฐานในสำนวนเป็นแชตให้ทุกคนได้อ่านกันครับ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ นางทุเรียนได้จัดการให้นางบีเลขาไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อมอบของขวัญ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนางบีได้พิมพ์มาหานางทุเรียนว่า บีอยู่หน้าลิฟต์ ชั้น ๙ แล้วค่ะ ตึกกรุงไทยใช่ไหมคะ ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับกระทรวงแรงงานก็คงจะพอจะทราบ ว่าตึกกรุงไทยที่ว่านี้ก็คือตึกหลักของกระทรวงแรงงาน จากนั้นอีกแชตหนึ่งข้างกันครับ ทุเรียนก็ตอบกลับมาว่ารอแป๊บ นางบีก็ตอบว่าค่ะ นางทุเรียนตอบไปอีกว่าทางนั้นยังไม่ได้รับสาย