กัณวีร์ สืบแสง หารือกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยอุยกูร์ 40 คนกลับจีน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส ความขัดแย้งต่อหลักสิทธิมนุษยชน และการขาดเจตจำนงทางการเมืองที่เหมาะสม โดยอ้างถึงมติลับจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและการประท้วงของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงความคัดค้านจากองค์กรระหว่างประเทศและสหรัฐอเมริกา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงวิจารณญาณและหลักการตัดสินใจที่กระทบต่อภาพลักษณ์และอธิปไตยของประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และคณะ ในการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีรายบุคคลซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ท่านประธานครับ เหตุผลของผมก็คงไม่แตกต่างกับท่านผู้นำฝ่ายค้านและเพื่อนร่วมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่มีคุณสมบัติ ไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ขาดภาวะผู้นำ วุฒิภาวะ ความรู้ความสามารถ และที่เลวร้ายที่สุดขาดเจตจำนงในการบริหารราชการ แผ่นดิน จึงทำตัวลอยอยู่เหนือปัญหา กฎหมายทั้งภายในภายนอกและจารีตประเพณีปฏิบัติ ระหว่างประเทศ ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุหลักในการที่ทำให้เกิดการบิดเบือน ทุจริตนโยบาย ที่ให้คำมั่นแถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ต่อสภาและรัฐสภาตอนที่แถลงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบาย เกี่ยวกับการต่างประเทศ และได้ทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยใน เวทีโลก ผลกระทบใหญ่ครับท่านประธาน ผลกระทบต่อประโยชน์ของชาติ ทั้งความเชื่อมั่น ในการลงทุน การถูกกดดันเรื่องกำแพงภาษีกับต่างชาติต่าง ๆ ท่านประธานครับ วันนี้ผมคง ต้องพูดในเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผลักดันผู้ลี้ภัย ชาวอุยกูร์ ๔๐ ชีวิตกลับไปประเทศจีน เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ขอสไลด์แรกครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ครับท่านประธาน ต้องขอ เรียนตรง ๆ ถ้าจะพูดเรื่องนี้ก็คงจะต้องฉายหนัง ฉายภาพยนตร์ที่รัฐบาลชุดนี้ได้พยายาม ในการที่จะฉายหนัง ฉายภาพยนตร์ และทำให้สิ่งที่เป็นภาพยนตร์กลายเป็นความจริง สิ่งนี้ขอเป็นเรื่องที่ผมจะเสนอว่าเรื่องโลกหลายใบแต่ให้นายคนเดียว นายคนไหนเดี๋ยวผมจะนำท่านประธานไป แต่ตอนนี้จะเป็น Series Series ที่ผมจะเล่า ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้ทราบก็คือตอน ๗๓ วันแห่งการโกหก การเล่นละคร ทำลาย ภาพลักษณ์และผลประโยชน์ชาติในเวทีโลก ท่านประธานครับ มีตัวละครครับ ตัวละคร ที่ผมจะพูดถึงวันนี้มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่าแพทองธาร ชินวัตร มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่าย ความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และมีอีกหลาย ๆ ท่านที่ผมจะพูดถึง ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นที่จะฉายภาพยนตร์ให้ทุกท่านทราบ ผมขอย้ำในเรื่องเกี่ยวกับ นโยบายการต่างประเทศที่รัฐบาลชุดนี้ได้นำแถลงต่อรัฐสภาที่ผ่านมา นโยบายการต่างประเทศ มี ๒ เรื่องเท่านั้นเองครับ จริง ๆ แล้วมันน้อยเกินไป แต่นโยบายการต่างประเทศที่รัฐบาล ชุดนี้ได้แถลงไว้ให้กับสภาและรวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศและทั่วโลก ก็คือการ รักษาจุดยืนของการไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้บอกว่าจะคำนึงถึงกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ จะคำนึงถึงมาตรฐานสากล จะคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงในเวทีโลกสันติภาพต่าง ๆ อันนี้สิ่งที่ยึดมั่นที่แถลงไว้ในรัฐสภา นโยบายต่างประเทศข้อที่ ๒ การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก การสร้าง Soft Power อยากจะเน้น ทูตเชิงเศรษฐกิจที่ท่านพูดถึงก็คือเรื่องเอฟทีเอ Free Trade Area แต่ถามจริง ๆ ท่านได้ทำ หรือไม่ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเห็นที่ท่านทำคือ Free Visa นำเข้าจีนเทา ส่งออกผู้ลี้ภัย แล้วเมื่อไร เราจะเป็นกลาง จะเป็นกลางสักกี่โมง รูป ๓ รูปนี้ครับท่านประธาน รูปขวาสุด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะบอกว่าท่านทำเองคงเป็นไปไม่ได้ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมายให้ท่านไปทำหรือว่าท่านทำเอง หากท่านทำเองแสดงว่า ท่านไม่มีความละเอียดอ่อนในเวทีระหว่างประเทศ นั่นคือ Western War นั่นคือสิ่งที่ทุกคน บอกว่า ณ ปัจจุบันนี้เราต้องไม่เลือกข้าง แต่ท่านรู้หรือไม่ ท่านทราบหรือไม่ถึงความ ละเอียดอ่อน ณ ปัจจุบันนี้ปาเลสไตน์ อิสราเอล หรืออิสราเอล เราเลือกข้างไปอยู่อิสราเอล ตั้งแต่เมื่อไร เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตัดสินใจเองใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธารบอกให้ท่านทำ ที่ท่านไปเคารพอยู่ตรงนั้น จริง ๆ การเคารพเป็นสิ่งที่ดี แต่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านไปทำ อย่างนั้นได้อย่างไร รูปซ้ายสุดวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง ท่านไป Endorse หรือไม่กับการที่สภาทหารพม่าบอกว่าจะมีการ เลือกตั้งใหญ่ในประเทศพม่าในปี ๒๕๖๘ ถ้าเป็นจริงท่านเลือกข้างอีกแล้วหรือ นายกรัฐมนตรี ได้มีกำชับมีบัญชาอะไรหรือไม่ที่ท่านจะไป Endorse ตรงนั้น รูปตรงกลางนั่นไม่พอยังมี รูปผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะและความมั่นคงของประเทศจีนเข้ามาปราบปราม เรื่องเกี่ยวกับ Call Center ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ทำไมเราถึงขาดอะไรไปขนาดนั้น เรื่องการต่างประเทศนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ท่านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านเหมือน เขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้าสกปรกของท่านเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของประเทศ ไทย ท่านทำทุจริตในเรื่องเกี่ยวกับตัวนโยบายใช่หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องอื่นนะครับผมคงไม่มี เวลาที่จะพูดในเรื่องนี้ แต่ผมจะไปพูดเรื่องการผลักดันพี่น้องชาวอุยกูร์ ๔๐ ชีวิตกลับไป ประเทศจีน ขอสไลด์ถัดไปครับ ผู้ลี้ภัยจริง ๆ แล้วผมต้องขอเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน หากท่านเข้าใจจริง ๆ มาตรฐานสากลที่ท่านพยายามจะยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ท่านได้พยายามจะยึดมั่น กฎหมายภายในประเทศที่ท่านจะยึดมั่นท่านจะทราบดีว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัยมีทั้งหมดด้วยกัน ๓ เรื่อง การเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ Voluntary Repatriation การอยู่ที่ประเทศที่ขอลี้ภัย Local integration สุดท้ายการตั้ง ถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม หรือที่เรียกว่า Resettlement แต่ท่านตัดสินใจทำอะไรหรือไม่ ท่านตัดสินใจในการให้ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์เดินทางกลับประเทศ แต่สมัครใจหรือไม่ อย่างไร ขอสไลด์ถัดไปครับ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างสิ่งที่ท่านทำอยู่ครับ ท่านประธาน ผมหมายถึงรัฐบาลชุดนี้ การเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจหรือการบังคับ ผลักดันกลับประเทศต้นทางที่ Force Deportation ท่านทำอะไรอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นหนังที่ผมจะฉายให้ท่านดูในสไลด์ประมาณ ๓๐ กว่า สไลด์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดออกสื่อในเรื่องเกี่ยวกับการผลักดันชาวอุยกูร์กลับ บอกว่าสมัครใจสิคะ ไม่อย่างนั้นต้องลากสิ นี่ไม่มีการลากเดินขึ้นกันปกติ เราได้ทำการ Work หลังบ้านกันแล้วถ้าไม่ Sure เราไม่ทำแน่อยู่แล้วค่ะ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ นายกรัฐมนตรีคุณแพทองธาร ชินวัตร ได้พูดไว้กับสื่อหลังจากสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น นี่คือคำมั่นที่เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ประเทศไทยทำ ที่รัฐบาลไทยตัดสินใจผลักดันชาวอุยกูร์กลับ บอกว่าเขาสมัครใจกลับ มาลองดูว่าเขาจะสมัครใจหรือเขาโดนผลักดันกลับ ขอตัวละคร ถัดไป ตัวละครนี้จะเป็นตัวละครพี่น้องชาวอุยกูร์ทั้งหมดในนั้นประมาณ ๓๐ คน แต่จริง ๆ ผมมี ๔๐ นะครับ แต่ผมใส่ไม่หมดมันเต็ม นี่คือ ๓๐ ชีวิตจาก ๔๐ ชีวิตทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมด จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอสไลด์ถัดไปครับ เอาให้ชัด ๆ ครับ ท่านประธานดูให้ดี สัญชาติคือสัญชาติตุรกี แต่ทำไมมีสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเกี่ยวข้อง คำถามคงต้องมีแล้วครับท่านประธานว่าได้มีการพูดคุยกับสถานเอกอัครราชทูตตุรกีหรือไม่ ในการที่จะตัดสินใจการผลักดันคน ๔๐ ชีวิตที่เรามีหลักฐานที่เป็นทางการบอกว่าเป็นคน สัญชาติตุรกีกลับไป ทำไมท่านตัดสินใจที่จะคุยแต่รัฐบาลจีน เกิดอะไรขึ้น สไลด์ถัดไปเริ่มต้น นะครับท่านประธาน ๗๓ วันแห่งการโกหก การบิดเบือนที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ไทยในเวทีระหว่างประเทศ มันเริ่มต้นเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ วันนั้นครับ เราเพิ่งทราบตอนหลังเท่านั้นเองว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้มี Diplomatic Note ได้มีหนังสือทางด้านการทูตส่งมาให้รัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการ ต่างประเทศพร้อมที่จะรับคนสัญชาติจีน ๔๕ ชีวิตกลับประเทศจีน ทั้ง ๆ ที่ของเรามีหลักฐาน ว่าเขาเป็นคนตุรกี เราบอกว่ามันมีความปลอดภัยทั้งหมดจะไม่มีปัญหาถ้ากลับไปประเทศจีน อันนั้นคืออันแรกครับท่านประธาน ที่เริ่มต้นของการโกหกเกิดขึ้น ท่านประธานดูที่หลักฐาน ด้านซ้ายมือนั่นคือหนังสือของรัฐบาลจีน ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ถ้ามาดูด้านขวามือเป็นแชตใน WhatsApp ซึ่งผมจะรับผิดชอบนะครับ ถ้าทุกคนบอกว่า ผมไปเอาที่ไหนมา ผมมีตัวตนคนที่ได้รับแชตตรงนี้จริง ๆ เราคุยกันได้อย่างไรกับผู้ต้องกัก ชาวอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักของ สตม. แต่นี่คือความเป็นจริงท่านประธาน แชตนี้ชัดเจนครับ ท่านประธาน วันที่ ๗ พอสถานทูตจีนส่งมาถึงกระทรวงการต่างประเทศทำไมสำนักงานตรวจ คนเข้าเมืองที่ขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า แพทองธาร ชินวัตร ถึงไปถ่ายรูปพี่น้องชาวอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ถ่ายรูป ทำอะไร คำยืนยันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบอกว่าถ่ายรูปเพราะว่ามีการปรับระบบ ฐานข้อมูลของ สตม. วันที่ ๗ พี่น้องชาวอุยกูร์ก็ถามผ่านแชตมาบอกว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น ขอสไลด์ถัดไปครับ วันนั้นยังมีความตกใจอยู่ วันที่ ๑๐ เริ่มต้นอีกวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นในห้อง กักของ สตม. เป็นสิ่งที่เราพยายามจะมองว่ามันคงเป็นไม่ได้หรอก ถ่ายรูปอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าครั้งเดิม มีการเอาเอกสารอะไรก็ไม่รู้ อ่านก็ไม่ออกมาให้ผู้ต้องกักผู้ลี้ภัย ชาวอุยกูร์เซ็น เขาก็ไม่เซ็น เขาส่งกลับมาในแชตของเราแล้วบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหนักกว่าเดิม หลังจากที่มีการให้ถ่ายรูปและให้เซ็นหนังสือด้วย หนังสือมันคืออะไร แล้วเขาก็บอกว่าเขาจะ เริ่มต้นในการอดข้าวประท้วงอยู่ในห้องกักเมื่อวันที่ ๑๐ แถมหนังสือ SOS ที่เขาเขียนเข้ามา โดยลายมือของเขาอยู่ในห้องกักของ สตม. ส่งออกไปต่างประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ ก็ได้รับ มีการกระจายว่าหนังสือ SOS จากพี่น้องผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์อยู่ในห้องกัก สตม. ของไทย ส่งมาขอความช่วยเหลือ เอาตายล่ะ คราวนี้เขาก็อดข้าวประท้วงครับท่านประธาน ถัดมาครับ วันนี้วันที่ ๑๒ ครับท่านประธาน วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๘ เกิดอะไรขึ้น สำนักงานตรวจคน เข้าเมืองที่สวนพลูมีการเข้าไปหา เข้าไปคุยกับชาวอุยกูร์ พยายามจะไปบอกว่าหยุดอดข้าว ประท้วงเถอะ ตอนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วไม่เชื่อไปฟังคลิปแรก ขอเปิดคลิปแรกครับ คลิปเสียงนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
อันนั้นเป็นคลิปแรกนะครับ คลิปที่ ๒ ครับเดี๋ยวผมจะสรุปให้ฟัง ที่ผมพยายามบิดเสียงเพราะว่าเกรงกลัวครับ คนที่บอก คนที่พูด มานี้เขากลับไปแล้วที่ประเทศจีน คือ ๑ ใน ๔๐ คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าจะสรุปก็บอกว่า ถ้าคุณทำได้ช่วยบอกชาวไทยมุสลิมว่าช่วยบอกรัฐบาลไม่ให้ส่งเรากลับไปยังจีน แล้วปล่อยเรา ไปประเทศอื่น ช่วยบอกหน่อยให้ชาวไทยมุสลิมไปบอกรัฐบาลไทย อันที่ ๒ บอกว่าเจ้าหน้าที่ ห้องกักบอกว่าตอนนี้คุณกลับจีนไม่ได้แล้ว การบอกว่าจะส่งกลับจีนเป็นเรื่องโกหกคุณจะ ไม่ถูกส่งกลับจีน อันนี้เป็นสิ่งที่ สตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่เข้าไปบอก พวกเขาแล้วเขาก็ออกมาให้พวกเราฟัง ขอสไลด์ถัดไปครับ วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ก่อนที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา รูบิโอ (Rubio) จะขึ้นรับตำแหน่ง ก็ได้ไปยืนต่อหน้าคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบคำถามและหนึ่งในคำถามนั้นก็ถามว่า คุณคิดอย่างไรกับการที่มีข่าวว่าจะมีการ ผลักดันพี่น้องชาวอุยกูร์ ๔๐ กว่าชีวิตในห้องกักในประเทศไทยกลับประเทศจีน รูบิโอ (Rubio) ก็บอกชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่มันขัด เป็นสิ่งที่เขาชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็จะ ไม่เห็นด้วยกับการที่จะทำขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ นานา นอกโลกรู้ครับ ทำไม ประเทศไทยไม่รู้ ถัดไปครับ วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘ นายกัณวีร์ สืบแสง ได้ข่าวว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสภา มช. ที่จริง ๆ แล้วประธานสภา มช. คือนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ว่าแพทองธาร ชินวัตร ต้องนั่งกำกับดูแลเป็นประธาน แต่มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรมนั่งเป็นประธานแทน และมีรัฐมนตรีหลายท่านรวมกันแล้วทั้งมีข้าราชการ ๒ ท่าน ๑๑ คนนั่งอยู่เป็นการประชุม ผมก็ได้ทักเข้าไปในแชตในเฟสของผม แล้วบอกว่า ได้ข่าวว่าจะมีการพูดคุยในเรื่องมติการผลักดันพี่น้องชาวอุยกูร์กลับจริงหรือไม่ครับท่านรอง นายกรัฐมนตรี ตอนเวลา ๐๙.๔๐ นาฬิกา ก่อนที่จะมีการประชุมสภา มช. ๒๐ นาที ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๑๗ มกราคมมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีคำสั่งให้ส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ซึ่งเราได้รับทราบภายหลังจากการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จากผู้แทนของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ ๒๙ มกราคม ขอโทษทีในวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมาว่าในวันที่ ๑๗ มกราคมนั้นมีมติเรียบร้อยแล้ว เห็นชอบมีการยกมือกัน ๑๒.๔๕ นาฬิกา รองนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่าภูมิธรรมออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีการส่งกลับในเร็ว ๆ นี้ และบอกสวนกัณวีร์ว่ารู้ได้อย่างไร นั่นคือวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘ หนังยังไม่จบครับท่านประธาน วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘ ขณะที่ไทยเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น เราปิดหู ปิดตา ปิดทุกอย่าง ปิดประตู ปิดหน้าต่างไม่ยอม ให้ใครต่าง ๆ ในประเทศไทยรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทาง UN ก็มาบอกว่าได้มีข่าวมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไทยจะผลักดันชาวอุยกูร์ ๔๐ กว่าชีวิต กลับประเทศจีน ทางหน่วยงานสิทธิมนุษยชนก็มีข้อความออกมาบอกว่าจะไม่เห็นสมควร ที่จะทำอย่างนั้นเพราะมันขัดกับหลักการขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ เขารู้กันหมดครับ ท่านประธาน เขารู้กันหมดทั่วโลกแล้ว แต่ของเรายังปฏิเสธอยู่ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันยังไม่ได้รับคำสั่งใด ๆ ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน สตม. ที่ดูแลอุยกูร์ ๔๘ ชีวิต ๔๐ กว่าชีวิตในห้องกักบอกว่าไม่มีคำสั่งจากฝ่ายบริหาร จากรัฐบาลไทย ถัดไปครับวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ ชาวอุยกูร์นี่เขาประท้วงอดอาหารตั้งแต่ วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ เขาอดข้าวประท้วง ๑๙ วัน หลังจากที่ถูกถ่ายรูปที่ทำเอกสารต่าง ๆ หลักฐานใหม่ภายใน สตม. ท่านรู้หรือเปล่าว่า เกิดอะไรขึ้น เขาประท้วงอดอาหารครับเขาไม่กลับบ้าน เขาไม่กลับจีน บ้านที่ทุกคนบอกว่า เป็นบ้านของเขานี่เขาไม่กลับ แต่ท่านรู้หรือไม่มีข้อมูลที่แตกต่างกัน บอกว่าที่เขาหยุดการอด อาหารเพราะอะไร หยุดการอดอาหาร สตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคนที่ดูแลชาวอุยกูร์ ๔๐ กว่าชีวิตบอกว่าเพราะได้รับความกรุณาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและ สำนักงานจุฬาราชมนตรี หรือท่านจุฬาราชมนตรีเพื่อสร้างความเข้าใจและให้กลับมาทาน อาหารอีกครั้ง แต่ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าในเรื่องการอด อาหารนั้น ตอนหลังมีการเปลี่ยนใจ คือชาวอุยกูร์เปลี่ยนใจเมื่อได้รับทราบคำมั่นของทาง ราชการจีนที่ ตม. ให้อ่านคือ Diplomatic Note วันที่ ๗ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศไม่มีนายกรัฐมนตรีนะครับ ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศนะครับ มาบอกว่าที่เขาหยุดการอดข้าวประท้วงเพราะว่าหนังสือจีน หนังสือของรัฐบาลของสถาน เอกอัครราชทูตจีนยืนยันว่าเขาจะกลับไป และเขาดีใจในการกลับไป หนังไม่จบครับ ท่านประธาน วันที่ ๒๙ มกราคม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนเรียกเชิญหน่วยงานมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งกลับชาวอุยกูร์ ผู้แทน สมช. ที่อยู่ห้องประชุมของท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นประธาน บอกว่าไม่มีมาตรการในการส่งกลับชาวอุยกูร์ ยังยืนยันให้เราทราบในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ ไม่มีเด็ดขาด ผมยังเอาชวเลขของคณะกรรมาธิการการกฎหมายมาให้ ท่านอ่าน ยังไม่มีการส่งกลับครับ ยังไม่มีส่งไปประเทศที่สามครับ ยังให้การดูแลอยู่ครับ Status quo อยู่ที่เดิม นี่คือคำยืนยันของ สมช. ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ท่านประธานทราบหรือไม่ว่ากฎหมายในการที่กล่าวเท็จ ในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรคืออะไร แต่ท่านบอกไม่มีอะไรทั้งนั้น วันถัดไปครับ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ ผมไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีนะ มีแต่ท่านภูมิธรรม ท่านภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับการผลักดันกลับ สิ่งที่สำคัญต้องทำตามกฎหมาย ระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด และต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและข้อตกลงที่ว่าเราจะ ไม่ส่งใครไปในพื้นที่อันตรายตรงนี้ยังเป็นหลักของรัฐบาลไทยอยู่ขออย่ากังวล ท่านภูมิธรรมลั่น วันที่ ๓๐ มกราคม แต่ผมทราบนะว่าท่านจะตอบผมว่าอย่างไร ท่านบอกว่าท่านคงจะต้อง ตอบว่า เอกอัครราชทูตจีนบอกว่าจะมีความปลอดภัยในชีวิต เพราะฉะนั้นไม่อันตรายแล้ว กลับไปได้ ประเทศไทยเราก็รู้แค่นี้แต่ต่างประเทศเขารู้หมด ต้นเดือนกุมภาพันธ์สำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้สถานทูตจีนเข้าพบเพื่อทำหนังสือสมัครใจกลับประเทศและ C.I. Certificate of Identity หรือ Country of Information คือประเทศต้นกำเนิด ท่านประธาน รู้สึกขัด ๆ ไหม ทุกท่านคงขัดตามผมละผมว่า อุยกูร์อดข้าวประท้วง ๑๘ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ๑๙ วัน จนถึงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ บอกว่าจะเป็นจะตายอย่างไรขอตายอยู่ในห้องกักจะไม่กลับประเทศจีน จะไม่ขอถูก ผลักดันกลับประเทศจีน แต่อยู่ดี ๆ สตม. อนุญาตให้สถานทูตจีนเข้าพบ และการอนุญาต ให้ใครก็ตามเข้าพบผู้ต้องกักในห้องกักของ สตม. นี้ท่านทราบหรือไม่ว่าจะต้องได้รับความ ยินยอมจากผู้ต้องกักก่อน ผมก็ตกใจ สตม. ก็เอามาให้ข้อมูลบอกว่าอย่างไรก็ตามก็ต้อง สมัครใจ ถ้าไม่สมัครใจเราก็ไม่สามารถให้เขาเข้าไปพบได้ แล้วเข้าไปพบได้อย่างไร เป็นท่าน ท่านประธานลองคิดดู ท่านอดข้าวประท้วงไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น ท่านไม่อยากจะเดินซ้าย ท่านอดข้าวประท้วง แล้วอยู่ดี ๆ อีกวันหนึ่งยอมให้คนที่ผลักดันให้ท่านไปด้านซ้ายท่านจะ ทำไหม ผมว่าท่านไม่ทำ นี่ก็ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถัดไปครับ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ วันนั้นกลับมาแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีไปพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแจ้งที่ ประชุม กมธ. ว่าท่านสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นพูดกับนายกรัฐมนตรี ด้วยในวันนั้น ตายแล้วข้อมูลทั้งหมดผมไม่แน่ใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้วบอกให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีมาพูดหรือเปล่า แต่นี่เป็น สิ่งที่ผมยังเชื่อมั่นว่าต้องมาจากนายกรัฐมนตรี ถัดไปครับ ยาวนะ ๑๔ วันให้หลัง มีการตรวจ สุขภาพชาวอุยกูร์ในห้องกัก ท่านประธาน เขาอยู่มานาน การตรวจสุขภาพมันคือการเตรียม ความพร้อม คนที่อยู่ในห้องกักเป็นเวลา ๑๐ ปี เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขา นั่นคือ แชตที่เขาออกมาให้เราเห็นตลอดเวลาว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดสิ่งที่ว่ามันเกิดสิ่งผิดปกติ ในห้องกักของ สตม. เขาบอกว่าโดนแล้วต้องโดนกลับแน่นอน อันนั้นคือสิ่งที่เราได้รับข้อมูลมา ทุกคนได้รับข้อมูลหมด ทั่วโลกได้รับข้อมูลหมด แต่รัฐบาลชุดนี้ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีชื่อว่า แพทองธาร ชินวัตร ไม่รู้ ถัดไปครับ อีก ๖ วันให้หลัง เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นท่านประธาน เที่ยวบินลึกลับ CSN5245มาถึงดอนเมืองตอน ๕ ทุ่ม ๔๐ กว่านาที มีคนเตือนมากมาย หนังยาวที่บอกว่ามันน่าจะเป็นเครื่องบินอาจจะมารับชาวอุยกูร์ เพราะช่วงนั้นรัฐบาลจีนก็รับ พวกแก๊ง Call Center พวก Boss จีนต่าง ๆ ออกมาจากแม่สอดบินกลับประเทศจีน เราก็บอกแล้วมันจะมีแน่นอน ไม่เชื่อสวนตลอด ว่าเราเอาข้อมูลอะไรมาผิด ๆ ชอบทำข่าว เท็จ ชอบโน่นชอบนี่ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เครื่องบินมันลงตอน ๕ ทุ่ม ถัดไปครับ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ท่านประธาน ภาพนี้มันน่ากลัวจริง ๆ ตีสองสิบสี่นาที ท่านประธานดูภาพ แรกด้านซ้ายมือได้เห็นรถใช่ไหมครับ เขาอยู่ในห้องกัก สตม. ครับ ท่านเห็นไหมว่ารถคือรถตู้ อะไร รถที่ขนคนตอนตีสอง ๑๔ นาทีเป็นรถของใคร ผมว่าไม่ใช่รถของ ตม. เป็นรถของกรม ราชทัณฑ์ ปิดป้ายดำมืด ปิดทั้งโลโกของกรมราชทัณฑ์ เป็นไปได้หรือการขนย้ายผู้ต้องกักเป็น ความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และรวมถึง กระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ใช่หรือไม่ การขนย้ายถ้าท่านจะขนย้ายท่านก็ต้องใช้ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิ ท่านไปใช้ของกรมราชทัณฑ์ได้อย่างไร ท่านมีระเบียบปฏิบัตินะ ครับ รปจ. ของท่าน SOP ของท่าน ท่านก็ต้องใช้รถของ สตม. ท่านไปใช้กรมราชทัณฑ์เป็น ความร่วมมืออะไรกัน มันปิดลับซับซ้อนขนาดนั้น ตีสอง ๑๔ นาที ขบวนรถออกจาก สตม. ขึ้นทางด่วนมีการปิดหน้าปิดหลังไม่ให้ใครตาม นักข่าวตามก็ปิดหมดเลย Flight Schedule ตีสี่ ๔๘ นาที เครื่องบินลึกลับนั้นท่านประธาน CSN5246 ออกจากดอนเมืองไปถึงคัชการ์ ซิ นเจียง ประเทศจีน ๑๐ โมง ๔๕ นาที ตอนเช้าวันที่ ๒๗ ก่อนวันนั้นที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้น บัลลังก์ตรงนั้นผมจำได้ นักข่าวถาม เอ๊ะ มีการผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนจริงหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกชัดเจนครับ ยังไม่รู้รายละเอียดส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศหรือไม่ ย้ำต้องยึดกฎหมายสิทธิมนุษยชน ต้องยึดหลักการทั้งหมด นี่คือวันที่เขาผลักดันกลับ เรียบร้อยแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีที่นำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บอกว่าไม่รู้ ถ้าจะผลักดัน ต้องกลับโดยใช้กฎหมายไทยและรวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศคือสิทธิมนุษยชน วันที่ ๒๗ ถัดไปครับ หลังจากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังไม่ขอให้รายละเอียดปมส่ง ชาวอุยกูร์ชี้เป็นเรื่องของความมั่นคง ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน เรามีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เกี่ยวกับการผลักดันชาวอุยกูร์กลับ เรามีการ พูดคุยกันอย่างใหญ่หลวง กว้างขวาง นายกรัฐมนตรีไม่ทราบตอน ๑๐ โมง ๔๕ นาที สำนัก ข่าวจีนซัดเต็มที่บอกว่า มีชาวจีน ๔๐ ชีวิตเดินทางกลับไปประเทศจีน เพราะว่าพวกเขา ถูกลักลอบเข้ามาโดยขบวนการบางอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกันหมด
ถัดมาแผนปฏิบัติการนี้ก็อยู่ที่ สมช. เป็นผู้ลงมติโดยใช้เวลาพิจารณามาระยะ หนึ่งแล้ว คือจริง ๆ แล้วมันเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ผมจะนำเรียนท่านประธานจริง ๆ ว่ามันมีการโกหก บิดเบือน ที่ผมบอกว่า ๗๓ วันของการ บิดเบือนการโกหกมันมีอะไรบ้าง การปฏิเสธทั้งหมด ๖ ครั้ง วันที่ ๑๗ มกราคม ปฏิเสธ ครั้งที่ ๑ โดยรองนายกรัฐมนตรีชื่อว่า ภูมิธรรม วันที่ ๒๒ มกราคม ปฏิเสธครั้งที่ ๒ โดยโฆษก ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันที่ ๒๙ มกราคม ปฏิเสธครั้งที่ ๓ โดย สมช. ในกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน วันที่ ๓๐ มกราคม โกหกครั้งที่ ๔ ปฏิเสธ ครั้งที่ ๔ โดยรองนายกรัฐมนตรีชื่อว่า ภูมิธรรม วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ปฏิเสธครั้งแรก โดย ผบ.ตร. และรวมถึงนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๖ ก็คือนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายตอนเย็น ปิดไม่ไหวแล้วครับ ออกมาแถลง ๓ ท่าน รองนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ภูมิธรรม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ชื่อว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ชื่อว่าท่านมาริษ ท่านออกมาแถลงตอนเย็น ความแตกโกหกไม่ได้อีกต่อไป ต้องบอกว่าการ เดินทางกลับนั้น ขอหน้าถัดไปครับ การอธิบายเหตุผลต่าง ๆ ท่านประธาน นายกรัฐมนตรี บอกอีกครั้งหนึ่งยืนยันว่าไม่มีประเทศที่สามเสนอตัวขอรับชาวอุยกูร์กลับ ทางการจีน ยังยืนยันครับว่าการกลับไปครั้งนี้คือหลักการที่ปฏิบัติปกติ นายภูมิธรรม แม้จะมีการเสนอให้ ประเทศตะวันตกรับตัวไปแล้วแต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเอง ของชาติของเรา ไม่เหมือนกันสักครั้ง วันที่ ๒ มีนาคม อีกครั้งหนึ่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันไม่มีประเทศที่สาม แจ้งขอรับตัวอุยกูร์ บอกตลอดไม่มี ไม่มี เป็นทางเดียวที่จะทำได้ก็คือการส่งกลับ หน้าถัดไปเลยครับ คนที่หายไป หลังจากวันที่ ๒ มีนาคม ผมไม่เห็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่าแพทองธาร ชินวัตร ออกมาพูดเรื่องนี้อีกต่อไปนี้ เงียบ คนที่หายถัดไป คุณมาริษ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านก็หายไป คนที่ออกมาตอบโต้คือคนถัดไป คือคุณกัณวีร์ มีการเสนอเรื่องจดหมายต่าง ๆ ผมก็เสนอ ออกมาบอกว่าเขาไม่อยากกลับ ท่านก็มาบอกจดหมายผมปลอม ปลอมตลอดเวลา จนเป็น เรื่องเป็นราวใหญ่โต ต้องมาดูว่าจดหมายมันจริงหรือไม่จริง ทั้ง ๆ ที่เขาถามท่านว่าเขา สมัครใจหรือไม่ ท่านก็ไม่ตอบเรื่องความสมัครใจ ก็จะไปข้าง ๆ คู ๆ จะเอาให้ได้ว่าจดหมาย ของผมมันปลอมหรือไม่ปลอม ผมว่าท่านผิดประเด็นไปเยอะแยะมากมาย ถัดไปครับ วันที่ ๖ มีนาคม ผู้ช่วยรัฐมนตรีอีกแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ หายไปอีกแล้ว ขอบคุณประเทศที่มีคำขอมาแต่ไทยต้องชั่งน้ำหนักว่าจะทำให้คำมั่นของจีน ในแง่ของความสัมพันธ์และผลกระทบรวมถึงอนาคตชาวอุยกูร์จะเป็นเช่นไร ยอมรับว่ามี ประเทศที่แสดงความจำนง แต่หากจะช่วยประเทศไทยต้องเป็นหน้าที่ของประเทศเหล่านั้น ไปเจรจากับจีนว่าจะไม่มีผลกระทบกับไทย และรับรองว่าหากมีผลกระทบกับไทยประเทศ เหล่านั้นต้องยืนยันที่จะช่วยเหลือไทย ท่านประธาน ท่านทำงานกันเป็นหรือไม่ ท่านจะให้ ประเทศอื่นมาแก้ไขปัญหาในประเทศไทยหรือ นี่คืออธิปไตยของประเทศไทย ชาวอุยกูร์ อยู่ในประเทศไทยไม่ได้อยู่ในประเทศอื่น ท่านบอกให้ประเทศอื่นอยากจะแก้ไขปัญหาไปคุย กันเอง ได้ที่ไหน ความรับผิดชอบของท่านอยู่ที่ไหน ท่านเอาตัวอยู่เหนือปัญหาได้อย่างไร ถัดไปครับ วันนี้เป็นวันที่โป๊ะแตก วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๘ ประชุม กมธ. กฎหมายอีก ครั้งหนึ่ง เราก็ขอว่าไหน ๆ ผลักดันแล้วเราอยากจะช่วยเหลือรัฐบาลนะ เอาเอกสาร เอาหลักฐานมาว่าการสมัครใจ ความสมัครใจพวกเขาคืออะไร ซีซีทีวีในช่วงการขนย้าย ท่านเอามาได้หรือไม่ ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบอกว่าอะไรไหมครับ ซีซีทีวีที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ของ สตม. นั้นเป็นแค่ Real Time ไม่สามารถ Record ได้ ไม่สามารถบันทึกได้ ผมนี้แทบตกเก้าอี้เลยท่านประธาน ห้องกัก สตม. ภายใต้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขึ้นตรง ต่อนายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่สามารถบันทึกภาพได้ ไม่มีหลักฐาน อ้าวพูดตรง ๆ นะ ทำอย่างไรทั้งโลกจับตามอง ผมก็พยายามจะช่วยรัฐบาลชุดนี้ จะให้รอดพ้นจากข้อครหาว่า ท่านผลักดันกลับท่านก็ไม่มีหลักฐาน แล้วท่านก็มาบอกพูดเองว่าเขาสมัครใจกลับ จีนก็มา บอกว่าเขาสมัครใจกลับ เขาอยากจะกลับไปรวมครอบครัว ผมก็จะหาหลักฐานให้ท่าน แล้วท่านก็ไม่มีข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ มาให้ผม ถัดไปครับ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๘ อันนี้เป็นสิ่งที่ ผมว่ามันร้ายนะ มันรุนแรงนะ ผมไม่แน่ใจว่าได้รับคำสั่งจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ หรือท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่โพสต์ข้อความออกมาส่วนตัวเลยนะครับ ประเทศที่สามครับ ตอนชาวอุยกูร์ ๔๐ คนอยู่ที่จีนแล้ว ถ้าจริงใจอยากได้จริงรีบไปติดต่อจีน เลยครับ อย่าเก่งแต่ขอกับประเทศไทย ท่านประธาน ท่านคิดดูวุฒิภาวะ ท่านคิดดูว่า ความสามารถของคนที่เป็นคนทำงานในระดับบริหารในกระทรวงการต่างประเทศคิดได้ แค่นี้เองหรือ เสียดสี โชคดีนะ ถ้าอยู่ในสภาก็โดนประท้วงกันละ ถัดไปครับ อันนี้จริง ๆ แล้ว ท่านประธานเคยดูละครคุณธรรมไหมครับ ๑๘-๒๐ มีนาคม การเดินทางไปเยี่ยมพี่น้อง ชาวอุยกูร์ที่กลับไปแล้ว ๔๐ ชีวิต จับไม้จับมือเดินทางไปเยี่ยม ๕ คน ที่ไปเจอตัวเป็น ๆ ๕ คน คัชการ์ แล้วก็ทำออกมาว่าทุกคนมีดี อยู่ดีมีสุข มีคำพูดเดียวกันบอกว่าพวกเขาถูก พวกกลุ่มหัวรุนแรงชักชวนให้เดินทางเมื่อปี ๒๕๕๗ เลยต้องมา จริง ๆ แล้วเขาก็รู้สึกว่า เขาอยากจะกลับบ้านเพื่อไปเจอครอบครัวของเขาต่าง ๆ นานา เป็นละครคุณธรรม ท่านประธาน ละครคุณธรรมถ้าผมพูดตรง ๆ มันเป็นละครปลายปิด เป็นละครที่ท่านรู้อยู่แล้ว ว่าคำตอบมันจะเป็นอย่างไร นั่นละ เขาเรียกว่าละครคุณธรรม เป็นสิ่งที่จะไป Whitewashing ที่ฟอกขาวให้กับการกระทำของท่านที่มองว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านทำนี้ทุกคน สมัครใจ ถ้าจะเอาจริง ๆ ท่านประธาน เรียนตรง ๆ ๕ คน ผมสามารถพูดได้เลย ๒ คน คนหนึ่งแต่ผมไม่บอกชื่อนะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมไปพบ ท่านไปพบที่คัชการ์ อายุ ๓๗ ปี ท่านรู้หรือเปล่า ท่านมีข้อมูลหรือไม่ แล้วลูกเมียเขาอยู่ไหน ลูกเมียเขาถูก ตั้งถิ่นฐานใหม่ประเทศที่สามไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๘ แล้วท่านคิดว่าเขาจะกลับไปรวมครอบครัว กับใคร ถ้าท่านบอกเขาจะกลับเข้ารวมครอบครัวนะเขาจะไปรวมประเทศที่สาม อีกคนหนึ่งที่ ท่านทวีไปพบ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านทราบหรือไม่ว่าเขาเป็นผู้ป่วยจิตเวช มีเวช ระเบียนหรือเปล่าตอนที่ท่านไปพบ ท่านได้คุยถามเขาหรือไม่ มียาไปให้เขาหรือเปล่า นี่แค่ ๒ คนจาก ๕ คน ท่านมีข้อมูลเหล่านี้หรือเปล่าก่อนที่ท่านจะไปทำละครคุณธรรม ที่เอามาทำ ให้ทั่วโลกเห็น ทำให้คนไทยเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านทำนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เอาสไลด์ลง ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ๗๓ วันแห่งการโกหก หลอกลวง ปู้ยี่ปู้ยำนโยบายการ ต่างประเทศของประเทศไทย สิ่งที่ท่านมาแถลงให้กับพี่น้องคนไทยทราบ สิ่งที่ท่านมาแถลง ให้เวทีระหว่างประเทศทราบว่าท่านจะไม่เลือกข้าง ท่านรู้ไหมว่าท่านเลือกข้างไปหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ท่านเลือกข้างผิด ท่านไม่เลือกข้างสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากผลกระทบ ต่าง ๆ ในเวทีระหว่างประเทศ ท่านโดนอะไรบ้าง ตั้งแต่มีการผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ การประณามในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโดยรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโดยองค์การสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสหภาพยุโรป การพยายามตอนนี้ เราพยายามที่จะมีความสัมพันธ์ในเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงเอฟทีเอ วันนั้นผมจำได้วันที่ มารัฐสภาแห่งนี้ วันที่เราพยายามจะผลักดันข้อตกลงของไทยกับอียู ผมได้ยืนตรงข้างหลัง ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านก็นั่งอยู่ ผมอภิปรายชัดเจนนะ การตระบัดสัตย์ในประเทศนี้มันเลวร้ายแล้ว หากท่านไปตระบัดสัตย์ในเวทีระหว่างประเทศ มันเลวร้ายยิ่งกว่า ข้อตกลงระหว่างไทยกับอียูนั้นมันมี Backbone คือมีกระดูกสันหลังที่บอก ว่าห้ามขัดหลักการสิทธิมนุษยชน สิ่งนี้ละเป็นสิ่งที่มันเป็นการประณามเรา เราถูกประณาม เป็นการตอบโต้ในเวทีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยทั้งภาพลักษณ์ทั้งผลประโยชน์ ของประเทศไทยเราวางอยู่ตรงกลางระหว่างเขาควาย ทำไมเราต้องเอาตัวเราไปอยู่กลาง ระหว่างการเมืองระหว่างประเทศ ผมไม่สนใจหรอกจะเป็นจีน จะเป็นสหรัฐ หรือจะเป็นอียู จะเป็นใครก็ตาม เราต้องมีจุดยืนที่มั่นคง ผมไม่เห็นประเทศไทย รัฐบาลไทยชุดนี้มีจุดยืน ที่มั่นคงในเวทีระหว่างประเทศ ไม่มีนโยบายการต่างประเทศใด ๆ ที่จะทำให้ประเทศไทย หลุดพ้นจากการเมืองระหว่างประเทศในศตวรรษที่ ๒๑ ชีวิตพี่น้องชาวอุยกูร์ ๔๐ ชีวิตนี้ อาจจะดูเล็กน้อยสำหรับพวกท่าน แต่ครอบครัวพวกเขาที่โดนแยกออกไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ยังรอคอยอยู่ ดีนะวันนี้ผมไม่มีคลิปออกมา คลิปเสียงของครอบครัวที่เขาบอกขอโทษรัฐบาลไทย ขอโทษคนไทยด้วยใจบริสุทธิ์ ที่เขาต้องหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ที่เขาต้องลี้ภัยเข้ามา ผ่านประเทศไทยเขาไม่ได้อยากมาหรอกแต่เขาอยู่ไม่ได้ เขาหนีการประหัตประหาร ทำไม ไม่ฟังเขา หลักฐานสำคัญที่ท่านจะต้องมาแสดงให้ได้คือหลักฐานของความสมัครใจของคน ๔๐ ชีวิต ต้องเอาเสียงของเขามาพูด อย่าทำละครคุณธรรมที่เอาเขากลับไปแล้ว ๆ ไม่ให้ เขาพูด ท่านต้องให้เขาพูดก่อน ผมพูดครั้งที่แล้วถ้าท่านไม่รู้ท่านถามผู้รู้ และท่านรู้หรือไม่ หลักฐานของผมมีอีกอันหนึ่งที่อยากจะโชว์จริง ๆ แต่ขอโชว์ท่านประธาน หลักฐานที่เขา ไม่มีความสมัครใจกับประเทศต้นกำเนิดของเขา ผมมี ๒ แผน ที่เรียกอย่างเดียวกันว่า ใบมรณบัตรของชาวอุยกูร์ ๒ ชีวิต ผมไม่บอกชื่อ เป็นชายอายุ ๓๘ ปี สัญชาติตุรกี สถานภาพ สมรส เสียชีวิต ตาย เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา อีกคนหนึ่ง ชาย ๔๐ ปี ชาติตุรกี สถานภาพไม่ระบุ ตายเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๖ สันนิษฐานว่า ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและปอดอักเสบ ติดเชื้อ พี่น้อง สส. ที่เป็นมุสลิม ผมไม่ใช่มุสลิมครับท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งแต่ผมมีหัวใจมนุษยธรรม ผมทราบดีความรู้สึก ของพวกเขาเป็นอย่างไร ท่านประธานทราบหรือไม่ว่า ๒ ชีวิตนี้ที่สูญหายไปในห้องกัก ของ สตม. ท่านรู้ไหมว่าร่างเขาต้องถูกฝังอยู่ในกุโบร์ที่มัสยิดในประเทศไทย ในจังหวัด กรุงเทพมหานคร ท่านรู้ไหมความยากเย็นของพี่น้องมุสลิมที่สูญเสียชีวิตที่ต้องฝังในกุโบร์ หากเขาไม่มีที่แสดงว่าเขาอยู่ที่ไหน ต้องขอเป็นกรณีพิเศษในการฝังศพของเขาอยู่ในกุโบร์ มันยากเย็นแค่ไหน พี่น้อง สส. มุสลิมท่านต้องทราบดี อันนี้เป็นหลักฐานไม่เพียงพอหรือครับ ท่านประธาน ที่เขาไม่อยากกลับประเทศต้นกำเนิดของเขา การที่ท่านไปทำละครคุณธรรมต่าง ๆ นานาออกมา ที่เขามีความประสงค์อยากจะกลับบ้าน ของเขามันไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้นในเวทีระหว่างประเทศ วันนี้เป็นสิ่งที่ท่านจะต้องโชว์ หลักฐานว่าเขาสมัครใจกลับประเทศของเขา นั่นคือสิ่งที่ผมกลับไปอันแรก การแก้ไขปัญหา แบบยั่งยืนในเรื่องผู้ลี้ภัย ๑ ใน ๓ คือการเดินทางกลับประเทศมาตุภูมิโดยสมัครใจ Voluntary Repatriation ที่จะต้องให้เขาเป็นคนพูดเอง เขาต้องสมัครใจต้องเป็นมี Inform Decision การตัดสินใจที่มีหลักฐานเพียงพอ เขาต้องมี Individual Choice การตัดสินใจ ด้วยตัวเขาเองรายกรณี ไม่ใช่เอากลุ่มเดินทางผลักดันเขากลับไป ท่านจะตอบโจทย์ในเวที ระหว่างประเทศได้อย่างไร ผมเชื่อมั่นว่าเอฟทีเอกับอียูของเราอย่างไรก็โดน สหรัฐเราก็โดน อีกหลาย ๆ ประเทศเราก็ต้องโดน ท่านจะทำอย่างไรในการที่จะตอบโจทย์ตรงนี้ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีและคณะในเรื่องนี้เกี่ยวกับการผลักดัน ๔๐ ชีวิตชาวอุยกูร์กลับไปประเทศ ต้นกำเนิดของเขาทำผิดมหันต์ พาประเทศชาติไปอยู่หน้าผาของเวทีระหว่างประเทศที่พร้อม จะถูกลมพัดตกเหวได้ตลอดเวลา ท่านเย้ยหยันกฎหมายหลักนิติธรรมจนทั่วโลกได้ร่วม ประณาม ขนาดประเทศที่ท่าน Deal ไว้ ที่โลกหลายใบแต่ให้นายคนเดียวเขายังลดความ น่าเชื่อถือของท่านกับ Credit Bureau ของเขาในการลงทุนในประเทศไทย ๔๐ คนเป็นเรื่อง เล็กจริง ๆ ท่านประธาน ขอย้ำนะครับ นโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้เขียนด้วยมือ แต่ลบโดยเท้าสกปรกของพวกท่าน ท่านไม่ดำเนินการตามคำมั่นที่ท่านแถลงไว้เกี่ยวกับ นโยบายการต่างประเทศ ท่านไม่รักษาแม้แต่คำพูดของท่าน จุดยืนในการที่จะไม่เป็นส่วน หนึ่งในความขัดแย้งต่าง ๆ นานา และความพยายามที่ล้มเหลวทำให้ถูกประณาม ผลกระทบ ต่าง ๆ เอฟทีเอต่าง ๆ ผมไม่อยากจะพูด แต่นี่ผมขอพูดท่านประธาน การกระทำที่ท่านทำมี การเตรียมการไว้อย่างเลือดเย็น เปรียบเสมือนที่เราเรียกว่าอาชญากรรมข้ามชาติ Transnational crime เป็นสิ่งที่เรียกว่า Organized Crime อาชญากรรมที่มีการเตรียม ความพร้อมมาอย่างยาวนานเสมือนกระบวนการนำพาที่อยู่ดี ๆ ก็เอารถของกรมราชทัณฑ์ นำตัวพี่น้องชาวอุยกูร์กลับ ผลักดันกลับไปประเทศจีน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเรียกว่า อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ Crime Against Humanity โลกเห็นแต่ไทยไม่เห็น ท่านทำผิด ทั้งกฎหมายต่าง ๆ ผมไม่มีเวลาที่จะพูดเรื่องกฎหมายต่าง ๆ ที่ผมเตรียมไว้นะครับท่าน ประธาน ทางกฎหมายต้องขอประทานโทษท่านใช้เวลาสักนิดหนึ่งจะไม่เยอะ ขออนุญาต ที่จะใช้โควตาของพรรคฝ่ายค้านสั้น ๆ ท่านประธานครับ เรามีกฎหมายภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อันนี้เป็น พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย ๒๕๖๕ มาตรา ๕ การทรมาน ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการให้บุคคลเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรง เพื่อบังคับ ข่มขู่ หรือเลือกปฏิบัติ มาตรา ๖ โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกระทำ การที่ย่ำยีศักดิ์ศรี แม้ไม่ถึงขั้นทรมาน มาตรา ๗ การกระทำให้บุคคลสูญหาย ห้ามควบคุมตัว แล้วไม่เปิดเผยชะตากรรมหรือสถานที่อยู่ มาตรา ๘ ความผิดนอกราชอาณาจักร ความผิดตาม มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ ต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติแห่งนี้ แม้กระทำนอกราชอาณาจักรก็ตาม มาตรา ๑๓ ห้ามส่งกลับ ห้ามส่ง บุคคลไปยังประเทศที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะถูกทรมาน โหดร้าย หรือสูญหายและรวมถึง เกี่ยวกับการกดขี่ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานการเป็นมนุษย์ แล้วยังมีพระราชบัญญัติ อีกอันหนึ่งก็คือ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละ เว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ยังมี NRM คือ National Referral Mechanism กลไกในการส่งต่อ ระดับชาติที่จำเป็น กลุ่มคนพวกนี้ถูกขบวนการนำพาและการค้ามนุษย์เข้ามาในประเทศไทย ๒๕๕๑ ยังไม่ผ่านกลไกตรงนี้ แล้วยังมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคน ต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ ๒๕๖๒ สุดท้ายมีอีกอันหนึ่งคือหลักการไม่ส่งกลับ ท่านครับอันสุดท้ายน่าสนใจ อันนี้จะเป็นที่เป็นอาเซียน Human Rights Declaration การประกาศของอาเซียนที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ ณ ปัจจุบันนี้มีครอบครัวของท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียน ณ ปัจจุบัน ไม่ยึดติดอะไรเลย มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ ของอาเซียน Human Rights Declaration ท่านประธาน จริง ๆ แล้วมันมีหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมอยากจะนำเรียนว่ายังมีอีก ๕ ชีวิต ยังอยู่ ในกรมราชทัณฑ์ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านก็ได้บอกชัดเจนบอกว่า ถ้าหาก มีการอภัยโทษออกมาแล้วก็ต้องเดินทางกลับประเทศจีนทันทีทันใดตามคำขอ หลักฐาน เหล่านี้จริง ๆ มันมีหลักฐานของพวกเขาอีก ๕ ชีวิต อย่างไรมาว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่ครั้งนี้ครับ ท่านประธาน จากภาพยนตร์เรื่องนี้โลกหลายใบแต่ให้นายใหญ่ ๆ อยู่แค่ประเทศเดียว ตอนหลอกลวง ๗๓ วันแห่งการหลอกลวงมันทำให้เห็นชัดเจนครับท่านประธาน ถึงความ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ไร้วุฒิภาวะ ไร้ความเป็นผู้นำ ทำตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ไม่ยึดมั่นอยู่ในนโยบายที่ตัวเองมี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เรียกว่าการทุจริต เชิงนโยบายการต่างประเทศ ซึ่งท่านอาจจะไม่เคยได้ยินแต่ท่านได้กระทำไปแล้ว พี่น้อง ๔๐ ชีวิตที่ท่านบอกว่ากลับไปดี อยู่ดีมีสุข มีข้อครหาและข้อกังขาของคนทั่วโลก หากท่านยัง ไม่สามารถที่จะเอาหลักฐานมายืนยันว่า ๔๐ ชีวิตนี้สมัครใจกลับไปหรือไม่ ท่านไม่ต้องไป ทำหรอกละครคุณธรรมของพวกท่านใช้ไม่ได้ ละครคุณธรรมพวกท่านใช้ได้แต่พวกท่านเอง เท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจึงขอสนับสนุนญัตติ การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล สำหรับนายกรัฐมนตรีชื่อว่า แพทองธาร ชินวัตร ขอบคุณครับท่านประธาน