วรภพ วิริยะโรจน์ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่โกงค่าไฟประชาชน ทุจริต นโยบาย และสานต่อขบวนการค่าไฟแพง โดยอ้างว่า ค่าไฟแพงมาจาก ๒ ส่วน คือ ต้นทุนเชื้อเพลิงที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ และนโยบายของรัฐที่รัฐบาลควบคุมได้ โดยอ้างว่ารัฐบาลควบคุมนโยบายของรัฐให้แพงเพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงานที่สนิทสนมกับนายกรัฐมนตรีและครอบครัว และวิวัฒนาการของขบวนการค่าไฟแพงที่เริ่มมาอ้างถึงพลังงานหมุนเวียน
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขอ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ครับ ที่โกงค่าไฟประชาชน ทุจริต นโยบาย สานต่อขบวนการค่าไฟแพงครับ ปล้นเอาเงินจากกระเป๋าประชาชนคนทั้งประเทศ ไปแลกกับ Deal จัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพลังงานที่สนิทสนมกับ นายกรัฐมนตรีและครอบครัว ผมจะขอปอกเปลือกความผิดครับ ที่มีทั้งเจตนาจะกระทำ ทุจริตและที่ได้กระทำทุจริตสำเร็จไปแล้ว โดยจะลงรายละเอียดให้ท่านประธานได้เข้าใจ และเห็นภาพตามว่าทำไมผมถึงเน้นย้ำว่ามันคือการสานต่อโดยทุจริตนโยบาย และมันทำกัน เป็นขบวนการที่ทำให้ค่าไฟของประชาชนนั้นแพงครับ แต่เพื่อให้ท่านประธานและพี่น้อง ประชาชนได้ตามขบวนการค่าไฟแพงนี้ได้ทันครับ ก็ต้องขอใช้เวลาสักเล็กน้อยในการ ปูพื้นฐานให้ท่านประธานเข้าใจว่าสาเหตุของค่าไฟแพงมันมาจาก ๒ ส่วนใหญ่ ๆ คือส่วนแรก คือต้นทุนเชื้อเพลิงครับ อันนี้นี่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ และส่วนที่ ๒ คือนโยบายของรัฐที่รัฐบาล ตั้งใจทำให้แพงก็ได้ครับ อธิบายส่วนแรกให้ท่านประธานเข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้ ประเทศไทยเรา ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีจาก ต่างประเทศเข้ามาผลิตไฟฟ้าด้วย ดังนั้นถ้ายังจำกันได้ครับ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วมีคราวสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ค่าไฟ ค่าก๊าซธรรมชาตินี้มันแพงขึ้นมา ๓ เท่าครับ ค่าไฟบ้านเรามันก็แพงจาก ๓ บาทกว่า ไป ๕ บาทกว่าต่อหน่วย แล้วพอราคาก๊าซธรรมชาติมันลดลงมา ค่าไฟบ้านเรา มันก็เลยลดลงมาที่ ๔ บาทกว่าต่อหน่วย อันนี้มันลดลงตามราคาต้นทุนตลาดโลก ลดตาม ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง มันไม่ใช่ผลงานรัฐบาลอะไรเลยครับ และที่จริงค่าไฟนี่มันจะลดลง ได้มากกว่านี้ถ้ามันไม่มีส่วนที่ ๒ ที่ทำให้ค่าไฟแพง คือส่วนนโยบายของรัฐที่รัฐบาลควบคุมได้ หรืออธิบายอีกแบบครับ คือเป็นส่วนที่รัฐบาลตั้งใจทำให้แพงก็ได้ ซึ่งวันนี้ก็เลยเป็นที่รู้กัน มากขึ้นครับ ผลลัพธ์ของนโยบายของรัฐที่ไปอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าได้เยอะ ๆ เยอะจนล้นเกินกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ใช้จริง และทุกโรงไฟฟ้าที่รัฐอนุมัติให้ไปสร้าง มันมาพร้อมกับค่าความพร้อมจ่าย คือขอให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จ แม้ไม่ต้องเดิน เครื่องเลยแต่ยังได้เงินจากเราครับ เพราะรัฐจะไปจ่ายตรงนี้ให้แล้วก็มาคิดเงินกับประชาชน ผ่าน Bill ค่าไฟ นี่คือผลลัพธ์ของนโยบายของรัฐครับ จนทุกวันนี้ประเทศไทยเรามีโรงไฟฟ้า ล้นและเยอะเกินแค่ไหน ท่านประธานทราบไหมครับ ประเทศไทยเรานี้มีโรงไฟฟ้าเอกชน ขนาดใหญ่ IPP ๑๓ โรงครับ ผมเอาตัวอย่างของเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๗ นี่ครับ มีถึง ๗ โรงนะครับ ไม่ได้เดินเครื่องเลยแม้แต่วันเดียวครับ แต่ยังได้เงินจากเรา ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อเดือน คือเกินครึ่งนะครับ โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องเลยครับ และมันก็มีการ คำนวณมาครับ ถ้าเอาค่าความเสียหายของโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องเลยครับ ทั้งโรงเล็ก โรงใหญ่ ทั้งปีมันอยู่ที่ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าเอาค่าความเสียหาย ๕๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มาหารกับ ๒๒.๖ ล้านครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศที่ใช้ไฟฟ้าเป็นสัดส่วน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าความเสียหายมันอยู่ที่ ๗๓๐ บาทต่อปีต่อครัวเรือน ถ้ามาหารเป็นตาม Bill ค่าไฟเป็น รายเดือนครับ มันคือ ๖๑ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือนครับ ที่คนไทยเราทุกคน ผมย้ำนะครับว่า ทุกคน เหมือนถูกปล้นครับ ปล้นจากกระเป๋าเงินของเราไปยังให้เจ้าของโรงไฟฟ้าเอกชน โดยนโยบายของรัฐครับ นี่คือผลลัพธ์ของส่วนที่ ๒ ครับส่วนของนโยบายของรัฐ และใน ขณะเดียวกันค่าไฟประชาชนที่แพงขึ้น มันมีกลุ่มทุนพลังงานที่มั่งคั่งขึ้นทุกวันในขณะเดียวกัน มันจึงเรียกว่านี่คือการทุจริตเชิงนโยบาย คือไส้ในเหมือนมีนโยบายของรัฐเป็นเหตุผล แต่จริง ๆ แล้วมันคือข้ออ้างครับ มันคือการโกง ยักยอกเงินจากกระเป๋าของเราไปยังกลุ่มทุน พลังงานผ่าน Bill ค่าไฟโดยนโยบายของรัฐบาลเองครับ และวันนี้ครับประชาชนเขาเริ่มรู้ทัน เขาเริ่มจับตาการอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเยอะ ๆ มันก็เลยมีวิวัฒนาการของการโกง วิวัฒนาการของขบวนการค่าไฟแพงที่เริ่มมาอ้างถึงพลังงานหมุนเวียนครับท่านประธาน ซึ่งผมจะเริ่มลงรายละเอียดของขบวนการค่าไฟแพงต่อจากนี้ไปครับ และจะขอเริ่มจาก ความผิดทุจริตนโยบายที่ ๑ ครับ ของการสานต่อขบวนการค่าไฟแพง เมื่อนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินหน้าสานต่อการรับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน เฟส ๒ รอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ไปแล้วครับ แม้ว่าสถานะวันนี้จะเป็นการชะลอโครงการมา ๓ เดือนแล้วก็ตามครับ แต่ก็ต้อง ย้ำครับว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ตั้งใจที่จะโกงค่าไฟประชาชน ขนาด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเรียบร้อยครับ