อิทธิพล ชลธราศิริ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการอนุญาตทำเหมืองทองในพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลปัจจุบันเพิกเฉยต่อการดำเนินคดีกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เคยโจทก์ปัญหานี้มาก่อน พร้อมตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมที่อาจถูกแทรกแซง พร้อมแสดงจุดยืนไม่ไว้วางใจผู้นำรัฐบาลและกล่าวหาถึงความทรยศต่อชาติและประชาชน โดยย้ำถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ต่อคำพูดและสัญญาที่ให้ไว้
ต้องยอมรับครับว่าพรรคเพื่อไทย ของท่านนายกรัฐมนตรีพูดดักคอเอาไว้ตอนนั้นได้แม่นจริง ๆ เพราะในที่สุดของรัฐบาลที่แล้ว ก็ได้อนุญาตให้ไปสำรวจและทำเหมืองที่แหล่งสุวรรณและแหล่งโชคดีที่อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้ง ๒ พื้นที่นั้นอยู่ในเขตป่าสงวนและเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหาเองลอย ๆ นะครับ ท่านจิราพรเคยอภิปรายไว้เองกลางสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับแล้วก็ยังมีการลักไก่ หลังจากยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ เพียง ๖ วันต่อมา วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖ รัฐบาลที่แล้วก็มีคำสั่งอนุญาตให้เหมืองทองอัครา กลับมาเปิดทำการได้เหมือนเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ข้อกล่าวหาของผมตรงไปตรงมาครับ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารก็รู้ว่าการอนุญาตให้เข้าไปสำรวจและไปทำ เหมืองที่แหล่งสุวรรณและแหล่งโชคดีมันทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่ป่าสงวน ซึ่งทำไม่ได้ผิด พ.ร.บ. แร่ ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารก็รู้ว่าการทำเช่นนี้มันผิด กฎหมาย แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเกือบ ๒ ปีแล้วถึงยังไม่ได้เอาผิดกับใครเลย และเมื่อพรรคเพื่อไทยของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารก็รู้ว่ามันผิดกฎหมายมาตั้งแต่ ตอนท่านยังเป็นฝ่ายค้าน ตอนนี้ท่านเป็นรัฐบาลแล้ว ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านได้มี การแก้ไขเพิกถอนใบอนุญาตทำเหมืองในแหล่งสุวรรณและแหล่งโชคดีแล้วหรือยัง ที่พรรคท่านก็พูดเองกับปากว่าอันนี้มันผิดกฎหมาย แต่ก็แน่นอนครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารก็คงไม่เอาผิดกับใคร เหมือนเดิมครับ เพราะมันเป็น Deal จัดตั้งรัฐบาลที่จะไม่ไปสืบสาวราวเรื่อง ถ้าไปเพิกถอน ใบอนุญาตทำเหมืองก็เท่ากับว่ามีคนทำผิดกฎหมาย เดี๋ยว Deal จัดตั้งรัฐบาลจะล่ม ดังนั้น รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธารก็คงปล่อยให้มีการเข้ามาหาผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่ ของเราแบบผิดกฎหมายต่อไป ท่านประธานครับ ข้อเสนอข้อสุดท้าย ข้อ ๔ ที่พรรคเพื่อไทย ของท่านนายกรัฐมนตรีเคยเสนอเอาไว้ตอนเป็นฝ่ายค้าน คือเราต้องยุติการช่วยเหลือ การล้มคดีความต่าง ๆ ที่บริษัท คิงส์เกต เคยทำผิดไว้ในประเทศไทย ผมต้องขอขยายความ แบบนี้ครับว่า นอกจากที่เหมืองทองอัคราจะถูกกล่าวหาเรื่องสารเคมีที่รั่วไหลออกสู่แหล่งน้ำ ธรรมชาติแล้ว บริษัท อัครา ยังมีคดีความกับหน่วยงานของรัฐอยู่อีกนับสิบคดีครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรุกป่า ยึดถือครอบครองที่ป่าไม้ถาวร บุกรุกทำลายทางสาธารณประโยชน์ ขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และอื่น ๆ อีกหลายข้อกล่าวหา ซึ่งเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยโดยท่านรัฐมนตรีน้ำก็เคยอภิปรายเอาไว้แล้ว ไม่ได้เป็นการอภิปรายเพียงลอย ๆ ด้วยนะครับ มีหลักฐานคือเอกสารแถลงต่อสื่อมวลชน ของบริษัท คิงส์เกต ที่เขียนไว้ชัดเจนว่าบริษัท คิงส์เกต ได้มีการขอให้ไทยช่วยล้มคดีให้ คือ ๑. ให้ ป.ป.ช. ยุติการสืบสวน ๒. ให้ยุติคดีของ DSI ๓. ให้ยุติคดีแบบกลุ่มที่ศาลแพ่ง ๔. ให้ยุติคดีใน ปปง. และ ๕. ให้ยุติคดีของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อต่อรองให้ล้มกระบวนการยุติธรรมแบบนี้ ไม่มีใครเขาทำกันครับท่านประธาน ซึ่งแน่นอนว่าการทำเช่นนี้ทำลายหลักนิติรัฐครับ แต่ถ้าจะไปพูดว่าล้มคดีให้เลยก็คงไม่ได้ครับมันผิดกฎหมาย ก็เลยต้องใช้วิธีการดองคดี เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมมันดำเนินต่อไปได้ เรื่องดองคดีก็มีหลักฐานชัดเจนครับ ท่านจิราพรก็เคยพูดเองว่าท่านได้สอบถามเจ้าหน้าที่ DSI ในห้องกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ว่าคดีไปถึงไหนแล้ว เจ้าหน้าที่ DSI ก็ตอบกลับมาว่าเขาทำหนังสือขอข้อมูล ไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่หน่วยงานไม่ส่งข้อมูลกลับมาให้ DSI เลย ตอนนั้น พรรคเพื่อไทยก็ด่ารัฐบาลที่แล้วครับว่าดองคดี แต่พอท่านปรองดองกันร่วมรัฐบาลกันแล้ว ตอนนี้คดีไม่คืบหน้าเหมือนเดิมครับ ท่านประธานครับ ในมือผมคือเอกสารจาก DSI ที่ส่งให้ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเกือบ ๒ ปีแล้วครับ กลับพากันน้ำท่วมปากไปหมด ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอมไอเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ คดีความต่าง ๆ ก็ยังไปไม่ถึงไหน บางเรื่องยังค้างอยู่ในชั้น ป.ป.ช. บางเรื่อง DSI ยังสอบสวนไม่เสร็จเลยครับ ส่วนคดีที่ DSI ทำเสร็จแล้วคือคดีรุกที่หลวงที่ท่านก็ทำให้สำนวนมันอ่อนครับ มีการทักท้วง ไปตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้วว่าต้องตั้งข้อกล่าวหาว่าบริษัท อัครา ทำเหมืองทองโดยไม่ขอ ประทานบัตร แต่ DSI ก็ไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหานี้ส่งให้อัยการครับ ทำให้บริษัทอาจพ้นผิดไปได้ แบบนี้เรียกมวยล้มต้มคนดูหรือเปล่าครับท่านประธาน พออัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง บริษัท อัครา ด้วยสำนวนที่ผมบอกว่ามันอ่อนการดำเนินคดีเป็นอย่างไร ตอนนี้ผ่านมา ปีหนึ่งแล้วยังจับตัวอดีตผู้บริหารของบริษัท อัครา มาส่งฟ้องต่อศาลไม่ได้ สรุปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจจริงแค่ไหนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย สรุปแล้วเรื่องนี้ เป็นการประวิงเวลาเป็นการต่อรองเพื่อช่วยล้มคดี ซึ่งผิดหลักนิติรัฐและรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธารก็ได้ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ สืบต่อจากรัฐบาลที่แล้วที่ท่านด่านักด่าหนาไม่ต่างกันเลย ครับท่านประธาน แล้วเหตุผลอะไรล่ะครับที่แต่ก่อนด่าเขา พอมาเป็นรัฐบาลก็ทำเหมือนเขา ตอนอยู่ข้างล่างชี้ด่าเขาว่าเปื้อนโคลน พอปีนขึ้นไปได้กลับกลิ้งเล่นในเลนเสียอย่างนั้น ถ้าแบบนี้คำตอบก็คงเป็นคำตอบเดิมครับท่านประธาน มันเป็น Deal ในการจัดตั้งรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะไม่เอาผิดใคร อะไรที่รัฐบาลก่อนเคยทำผิดไว้ก็ปล่อยไว้แบบนั้น เพราะถ้าไปขุด ไปคุ้ย ไปเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวจะต้องมีคนกลับมารับผิดทางกฎหมาย มันน่าเศร้าไหมท่านประธาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารพยายามรักษา Deal ที่มี กับพรรคร่วมรัฐบาลไว้ทุกข้อ แต่กับคำพูดที่เคยให้ไว้กับพี่น้องประชาชนท่านกลับไม่ทำ อย่างที่พูดเลย ไม่ตรงปกอย่างแรงครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็น หัวหน้าฝ่ายบริหาร ทั้งในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยท่านจะอ้างว่าไม่รู้ ไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่ได้ เรื่องนี้ผมยืนยันว่าต้องเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ท่านยังคงจำได้ไหมครับ ว่าพรรคเพื่อไทยของท่าน ท่านรัฐมนตรีน้ำที่ตอนนี้น้ำท่วมปากไปหมดแล้วครับ ท่านเคย พูดเองครับว่ารัฐมนตรีทุกคนใน ครม. ต้องรับผิดรับชอบร่วมกัน เมื่อรู้ปัญหาแล้วแต่ไม่แก้ไขก็ถือว่าเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลที่แล้ว เป็นผู้สนับสนุนให้กระทำ ความผิด นี่คือคำพูดของท่านรัฐมนตรีน้ำนะครับ ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าท่านบอกใครกันแน่ ท่านบอกรัฐบาลในสมัยที่แล้ว หรือท่านบอกรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในเมื่อท่านทราบแล้วแต่ยังคงทำแบบเดิมอยู่ก็ต้องถือว่า ท่านกำลังเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลที่แล้ว ท่านยังเอาสมบัติของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ ทางการเมืองของท่านและครอบครัวตนเอง สร้างความเสียหายให้กับประเทศนี้ต่อไป ท่านยังคงดึงเวลาเจรจากับคิงส์เกตเพื่อรักษาหน้าให้กับรัฐบาลที่แล้วทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่า กำลังทำผิด แต่ก็ยังยอมปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเรา อย่างผิดกฎหมาย ยอมให้มีการดองคดี ล้มคดี ซึ่งเป็นการทำลายหลักนิติรัฐอย่างย่อยยับครับ ดังนั้นผมจึงไม่อาจไว้วางใจคุณแพทองธารที่เห็นผลประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าผลประโยชน์ ของชาติให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ เพราะท่านไม่มีความมุ่งมั่นที่จะปิดสวิตช์ ๓ ป ไม่ปิดสวิตช์ สว. คนไทยยังไม่มีกินมีใช้ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธารยังไม่มี เกียรติศักดิ์ศรีพอที่จะให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ สุดท้ายนี้ครับผมต้องขอฝากผ่านท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกทุกท่านในสภาแห่งนี้ ท่านลองฟังสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี จิราพรเคยพูดเอาไว้เมื่อตอนลงมติไม่ไว้วางใจพลเอก ประยุทธ์ แล้วลองตรองดูเถอะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
รอไม่นานจริง ๆ ครับ ที่ความจริง จะไล่ล่าท่าน ท่านประธานฟังชัด ๆ อีกครั้งนะครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ ต่อให้ท่านรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจ ในครั้งนี้ แต่ท่านจะไม่มีวันรอดพ้นจากการกระทำที่ทรยศชาติและทรยศคะแนนเสียง จากพี่น้องประชาชนที่เลือกท่านมา ผู้รักษาสัจจะทำตามคำพูดผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นน้ำดีครับ ผู้ตระบัดสัตย์หลงลืมคำพูดผู้นั้นก็เป็นได้แค่เพียงน้ำลาย ขอบคุณท่านประธาน