ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ วิพากษ์การบริหารประเทศที่ขาดวุฒิภาวะและวิสัยทัศน์ จนนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของมาตรการรับมือ ทั้งการนำเข้าปลาโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ความบกพร่องในการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ การจัดการซากปลาอย่างลับลับ และการรั่วไหลของพันธุ์ปลาสู่ธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการผลิตและการค้า พร้อมท้าทายรัฐบาลให้รับผิดชอบ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส.
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนจากพี่น้องชาวบางขุนเทียน บางบอนครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติของท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี Gen Y ที่ขึ้นมาบริหารงานกว่า ๑๙๔ วัน ท่านได้รับตำแหน่งต่อจากท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ซึ่ง Clear ทางสะดวกรับมือรับหน้าในช่วงวิกฤติสุด ๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล ไว้ให้แล้วและส่งต่อให้ท่านได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในตระกูลชินวัตรอีก ๑ ท่าน แต่เป็น ๑๙๔ วันที่พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์ทรมาน ต้องลำบากยากเย็น ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ไม่เหมือนคำโฆษณาชวนเชื่อเมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธารเคยโปรยคำโฆษณาชวนเชื่อไว้กับพี่น้องประชาชนอย่างสวยหรู แต่สุดท้าย เมื่อได้ขึ้นบริหารงานก็กลับล้มไม่เป็นท่า ท่านประธานครับ ภายใต้การบริหารงานของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ต้องกล่าวขานว่าข้อกล่าวหา คือการขาดวุฒิภาวะ ขาดความเป็นผู้นำ ขาดความรู้ความสามารถ ขาดเจตจำนง ในการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน ส่งผลให้ ทำลายภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อมั่นของประเทศ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่มีเจตนา ในการบริหารบ้านเมือง ทำบ้านเมืองผิดพลาดทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านคุณภาพชีวิต และด้านสิ่งแวดล้อม มีการจงใจเอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเอง พวกพ้องและกลุ่มทุน ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดไม่ได้มากไปเลยถ้าเปรียบเทียบกับในช่วงเวลา ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีคำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ประเทศไทยเคยมี ความอุดมสมบูรณ์ แต่ในยุคสมัยนี้ที่ผ่านมาแต่ละครั้งแต่ละหนบริหารไปผิดทิศทาง ทำประเทศไทยกลายเป็นในนามีสารเคมี ส่วนในน้ำมีหายนะครั้งยิ่งใหญ่ ที่กำลังถูกทำลาย ถูกกลืนกินทุกสิ่งมีชีวิต ทุกแหล่งน้ำของประเทศไทยด้วยการระบาดของปลาหมอคางดำ ท่านประธานที่เคารพครับ นับเป็นอาชญากรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีประเทศไทยมา ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า ๕๒๐,๐๐๐ ราย กินพื้นที่กว่า ๗๖ อำเภอ อยู่ในพื้นที่ ๑๙ จังหวัดทั่วประเทศกำลังเผชิญวิกฤติอย่างหนัก ท่านประธานที่เคารพครับ มันเลวร้ายถึงขนาดว่าฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทยที่มีกว่า ๑๗,๙๑๕ แห่ง ทั่วประเทศกำลังได้รับผลกระทบโดยตรง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความเสียหาย มันคือ ความสูญเสียอาชีพ สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียความมั่นคงในชีวิต มองไม่เห็นอนาคตของ พี่น้องประชาชนและเกษตรกรคนไทยว่าจะประทังชีวิตต่ออย่างไร จะใช้อาชีพใดในการเลี้ยงดู ปากท้องของพี่น้องประชาชน คนที่มีบ่อส่วนตัว มีที่ดินส่วนตน ก็ต่างขายเป็นสมบัติ ชิ้นสุดท้ายเพื่อประทังชีวิต ส่วนใครที่เช่าเขารายปี รายเดือนก็หมดสิ้นซึ่งหนทางครับ ว่าจะเลี้ยงสัตว์น้ำอะไร เพราะฟังคำโปรยของฝ่ายภาครัฐไม่รู้จะเลี้ยงอะไรแล้วท่านประธาน เหลือแต่บ่อที่เต็มไปด้วยผักบุ้ง มันไปต่อไม่ได้ มันถึงทางตัน มันไม่รู้จะไปทางไหน เพราะรัฐนี้ บ้านนี้เมืองนี้ไม่ช่วยอะไรเขาเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมถามว่าแล้วจะให้ช่วยอย่างไร จะให้รัฐบาลช่วยอย่างไร ผมขอบอกครับท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้มันล้วนแล้วเกิดขึ้น จากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น ตัวเลขความเสียหายที่มันสูงขึ้น ณ ขณะนี้ประเมินมูลค่า ความเสียหายกว่า ๒๖,๔๓๒ ล้านบาทต่อปี ท่านยังจะบอกไม่เยอะอีกหรือครับ นี่ต่อปีนะ คูณกับจำนวนของพี่น้องเกษตรกรที่ต้องเผชิญอยู่ มันคือความเจ็บปวด มันคือตัวเลข ทางเศรษฐกิจ นี่ยังไม่นับว่าต้องขาดดุลทางการค้าในการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ ทุก ๆ ปีและต่อไปคงไม่มีอีกต่อไปแล้วท่านประธาน ไม่แน่ใจท่านประธานชอบหรือเปล่า ปลาสลิดบางบ่อ ต่อไปไม่มีนะท่านประธาน ปลาทูแม่กลอง สส. แม่กลองนั่งอยู่แถวนี้ ต่อไปก็ไม่ได้ลองลิ้มชิมรส จะเป็นปลาจากต่างประเทศเสียทั้งหมด หรือไม่ก็ปลาในห้าง ที่เขาเจาะคางบอกยี่ห้อเอาไว้ว่าเลี้ยงในบ่อปูนฟาร์มใหญ่ จะกินกันเหลืออยู่แค่นั้น ท่านประธานถ้าปล่อยไว้แบบนี้ นี่คือสัญญาณหายนะที่มันกำลังจะเกิดขึ้น และพวกผม ยอมไม่ได้ ยอมไม่ได้ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ถามว่าหน่วยงาน ภาครัฐ ปล่อยให้แหล่งน้ำธรรมชาติทุกสายมีแต่ปลาหมอคางดำ แล้วบอกเขาให้เขาปกป้อง ป้องกันให้รัดกุม ถามว่าบ่อชาวบ้าน ๑๐๐ ไร่ ๒๐๐ ไร่ เปิดก๊อกน้ำใส่บ่อไหวหรือ ถ้าเปิดก๊อกน้ำ ใส่บ่อไหวท่านจ่ายค่าน้ำให้เขาหรือเปล่า แต่มันเปิดไม่ไหวก็ต้องเอาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกหยดมันมีพันธุ์ของปลาหมอคางดำทั้งนั้น เขาลงทุนหลักหมื่น หลักแสนปล่อยน้ำจากธรรมชาติเข้าไปแป๊บเดียวปลาหมอคางดำหลุดไป ๕-๖ ตัวไปหมดครับ ลงทุนไป ๕-๖ แสนบาท ไม่เหลือครับท่านประธาน และปัญหามันคาราคาซัง และซ้ำเติมด้วย ความเจ็บปวดรวดร้าว ความเงียบของรัฐบาลที่นิ่งนอนใจปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องสู้กับทุกวิกฤติแต่เพียงลำพัง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมาในสังคมได้เริ่มรับรู้แล้ว เพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อต่าง ๆ ก็ได้ถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนรับรู้แล้ว แต่ก็มีการตั้งคำถามว่า ที่หน่วยงานภาครัฐนั่งทำกันไปมันถูกทิศถูกทางหรือยัง ที่ออกมาตรการนั้นอนุมัติเงินนี้ มันถูกทิศถูกทางหรือยัง ผมบอกว่ามันจะไม่ถูกทิศถูกทางเลยถ้าไม่ติดกระดุมให้ถูกตั้งแต่เม็ดแรก ผมขอยกตัวอย่างในอดีตท่านประธาน เหตุการณ์ในอดีตเคยมี ยกตัวอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล เมื่อปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ในปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ เคยมีเหตุเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรือน้ำตาลล่ม ถามว่าเรือน้ำตาลล่มเกี่ยวอะไรกับ ปลาหมอคางดำ ผมจะยกตัวอย่างกรณีเทียบเคียงท่านประธาน คำพิพากษาอยู่ในมือของผม เรือน้ำตาลล่มมันทำน้ำตาลลงไปในแม่น้ำลำคลองในจังหวัดอ่างทองเป็นระยะทาง ๑๒ กิโลเมตรนับจากจุดเรือน้ำตาลล่ม ออกซิเจนขาดปลาในคลองเหล่านั้นตายหมด ปลาในแม่น้ำตายหมด ถามว่าเกิดอะไรขึ้น มันส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ หาปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติไปขาย เลี้ยงปลาในกระชังบริเวณนั้นเขาไม่สามารถดำเนินการได้ สุดท้ายทำอย่างไรครับต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไม่มีรายได้ บางคนก็ไปเปลี่ยนอาชีพ แต่มันเกิดขึ้น โดยเอกชนรายเล็กรายน้อยเขาทำเรือน้ำตาลล่มในบริเวณนั้นทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันล้มหายตายจากไป เลยมีการจับมือกันทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานระดับประเทศ หน่วยงานระดับท้องถิ่น Tag Team กันอย่างดี ๖ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ที่ ๑ กรมควบคุมมลพิษ โจทย์ที่ ๒ กรมประมง โจทย์ที่ ๓ สำคัญที่สุดเลย สำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ณ ปัจจุบันไม่รู้หายไปไหน โจทย์ที่ ๔ จังหวัดอยุธยา โจทย์ที่ ๕ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอยุธยา แล้วโจทย์ที่ ๖ องค์การบริหารส่วนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานเห็นไหมครับ ทั้งระดับประเทศทั้งระดับท้องถิ่นเขา Tag กัน เหนียวแน่นแล้วเขาออกไปต่อสู้แทนพี่น้องประชาชนว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติตรงนี้ไม่มี ปลาธรรมชาติแล้ว ไปต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนไปต่อสู้เพื่อธรรมชาติเพื่อความหลากหลายกัน ไปฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่ทำเรือน้ำตาลล่ม ท่านประธานเชื่อไหมครับ เขาออกมาปกป้อง โดยใช้กลไกของกฎหมายประสิทธิภาพของกฎหมายในการเขียนขึ้นมาเพื่อปกป้องพิทักษ์ สิ่งแวดล้อมมันมีประสิทธิภาพขนาดไหนท่านรู้ไหม เขามีประสิทธิภาพถึงขนาดว่าเรียกร้อง ค่าเสียหายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าทำปลาตาย ค่าตรวจคุณภาพน้ำ ค่าเอาซากปลาไปทิ้ง ค่าปล่อยปลาทดแทน ค่าน้ำมัน ตลอดจนค่าเบี้ยเลี้ยงของคณะทำงานที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ รวมไปถึงในคำฟ้องท่านประธานผมเห็นแล้วยังตกใจ น่าประทับใจอย่างยิ่ง ในคำฟ้องหน้าที่ ๕ เขียนไว้ชัดเจน รวมไปถึงค่าเบี้ยเลี้ยงจำนวน ๒๖,๕๐๐ บาท และค่าน้ำแข็ง ค่าทางด่วน และค่าน้ำแข็งที่จะรักษาคุณภาพน้ำเพื่อไปถึงแล็บอีก ๑๒,๐๖๕ บาท เขาใส่รายละเอียด ขนาดนั้น นี่แก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว เรียกแม้กระทั่ง ค่าน้ำแข็งจากเอกชนทุกบาททุกสตางค์ไปช่วยเหลือชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ ต้องทำและปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชน ศาลฎีกามีคำพิพากษา บอกว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเหตุที่เกิดจากอุบัติเหตุก็จริง แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่สามารถควบคุม ความเสียหายได้ จึงต้องชดใช้ ค่าเสียหายทั้งหมดและ ณ ตอนนี้ท่านประธาน ผ่านมากี่ปี ท่านประธานนับดู ๒๐ ปี เชื่อไหมครับบริษัทที่อยู่ในคำฟ้องยังคงต้องปล่อยปลา ในหลากหลายชนิดเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ เพราะอะไร เพราะมีหน่วยงาน ไปตรวจ ไปตรวจว่าก่อนเรือน้ำตาลล่มมีความหลากหลายกว่า ๑๐๐ ชนิด วันนี้ไปจับ แล้วยังเหลือ ๕๐ กว่าชนิด แสดงว่าคุณยังคืนความอุดมสมบูรณ์ไม่ตามคำพิพากษา เพราะคำพิพากษาเขียนเอาไว้ว่าต้องคืนความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติตรงนั้น ก็ต้องคืนให้สมบูรณ์เท่าเดิม ก็ไปตรวจว่าในระยะ ๑๒ กิโลเมตรตรงนั้นมันมีความหลากหลาย ครบหรือยัง นี่ความศักดิ์สิทธิ์ของข้อกฎหมาย สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั่งอยู่หลังบัลลังก์ฟังไว้ให้ดี นี่คือสิ่งที่ท่านต้องทำ นี่คือสิ่งที่ท่านต้องช่วย ชาวบ้าน ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยมาถึงทุกวันนี้ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยต้องรับ ชะตากรรม ต้องแบกรับผ่านเงื่อนไขภาษีที่ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะอนุมัติงบประมาณเท่านั้น เดี๋ยวจะอนุมัติงบประมาณเท่านี้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ไม่มีแม้แต่ข้อเดียวที่จะบอกว่า ตามล่าหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ ท่านประธานเรื่องนี้ผ่านมาแล้วทั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้ง ๒ นายกรัฐมนตรีรู้ดีว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเพราะพวกท่านหยิบยกขึ้นมา เป็นวาระแห่งชาติ มีการคลอดงบประมาณออกมาสวยหรู ๔๕๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานเชื่อไหมพี่น้องเกษตรกรภายนอกเฮกันยกใหญ่แทบจะจัดงานเลี้ยงนึกว่าจะมี การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ที่ไหนได้งบประมาณ ๔๑๐ ล้านบาทได้แต่ออกข่าวใหญ่โต สุดท้าย คือให้ประมงไปหากรอบวงเงินเอง อนุมัติเพียงกรอบวงเงินให้กรมประมงไปหาเงินเอง นั่นหมายความว่ากรมประมงที่เตรียมไว้จะใช้เรื่องอะไรก็แล้วแต่ก็ให้ไปเจียดเบียดเสียดขึ้นมา แล้วก็มาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ สรุปเป็นเพียงแค่ตัวเลขหลอกชาวบ้านไปวัน ๆ ซื้อใจซื้อเวลา ล่าสุดได้ยินข่าวแว่ว ๆ ว่าจะอนุมัติงบอีก ๙๘ ล้านบาท ค่าตกใจ นายกรัฐมนตรีตกใจ วันนั้นโอ้โฮชาวบ้านมากันเยอะอนุมัติ ๙๘ ล้านบาท เปรียบเสมือนซื้อยาพารารักษามะเร็ง ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้มันมีความเสียหายมันมีผลกระทบเยอะแยะมากมาย ท่านอนุมัติ ซื้อยาพาราแก้ไขโรคมะเร็งมันแก้ไม่ได้ วันนี้ ๙๘ ล้านบาทก็แก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่เริ่ม ติดกระดุมให้ถูกแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดท่านก็จะไม่มีวันหาทางออกเรื่องนี้ได้เลย คนที่จะต้องมา รับผิดชอบต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมาย พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม มาตรา ๙๗ ท่านประธานบอกในเวทีตรงนี้หลายรอบแล้วถ้ารับไปดำเนินการจะไม่มีวันนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจาก ๔๕๐ ล้านบาท คือมาตรการลม ๆ แล้ง ๆ มาตรการลม ๆ แล้ง ๆ คืออะไรครับ
มาตรการที่ ๑ จับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ไปดูกันครับว่ามาตรการ ที่ ๑ ทำอย่างไรดูเหมือนเข้มแข็ง สุดท้ายเป็นเพียงซีเอสอาร์ให้บริษัทเอกชนและสุดท้าย ก็ได้แต่ภาพ PR ประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชนว่าจะจับปลาตรงนั้นจับปลาตรงนี้ สุดท้าย ไม่มีแผนอะไรเลย นี่เปลี่ยนท่านประธานมาเป็นคนอ่างทองเมื่อสักครู่เรือน้ำตาลล่มที่อ่างทอง ท่านประธาน
มาตรการที่ ๒ ปล่อยปลานักล่าไปกินปลาหมอคางดำ ผมอยากจะรู้จริง ๆ คนคิดมาตรการเขารู้หรือเปล่า บ่อปลากะพงที่ท่านจะไปปล่อยปลาหมอคางดำมันกัดกิน หมดแล้ว มันรุกรานแม้กระทั่งบ่อพันธุ์ปลานักล่าที่ท่านจะไปปล่อย แล้วท่านคิดว่าปลานักล่า ที่ท่านจะไปปล่อยมันจะเหลือไหม
มาตราการที่ ๓ คือเอาปลาหมอคางดำออกไปใช้ประโยชน์ วันนี้มีทั้งเอาไปทำ น้ำหมัก เอาไปทำปุ๋ย ไปทำปลาป่น ไปทำแปรรูปไปทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ได้แต่คำโฆษณาชวนเชื่อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลมันทำไม่ทันกับอัตราการเกิดของมัน ท่านรู้ไหมมันหิวทุกชั่วโมง และมันเกิดใหม่ทุก ๆ ๒๒ วัน และในอัตราการเกิดปริมาณเท่านี้ กับสิ่งที่ท่านทำปลาป่นกับสิ่งที่ท่านทำแปรรูปมันจะทันกันไหม
มาตรการที่ ๔ เฝ้าระวังการแพร่ระบาด มันเฝ้าไม่ไหวแล้วครับท่านประธาน วันนี้เฝ้าวันนี้เฝ้าแล้วเฝ้าอีก คนที่ลำบากที่สุดตอนนี้ก็คือพี่น้องประชาชนเกษตรกร ต้องรับกรรม ไม่เคยคิดมาตรการที่มันดีกว่านี้เลย
มาตรการที่ ๕ คือสร้างความตระหนักรู้ให้กับเกษตรกร ตอนนี้ชาวบ้าน เขารู้มากกว่าคนที่สร้างมาตรการอีก แต่ที่เขาหนักที่สุดคือเขาบอกว่าพวกคนที่คิดมาตรการ ไม่รู้อะไรเลย นี่คือสถานการณ์ที่หนักที่สุด
มาตรการที่ ๖ วิจัยหาแนวทางแก้ไข
มาตรการที่ ๗ บอกว่าจะฟื้นฟูระบบนิเวศ
๒ ข้อนี้สวยหรูแต่จับต้องไม่ได้จะเสร็จเมื่อไรก็ไม่รู้ ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธารรู้หรือเปล่าว่าคนใต้บังคับบัญชาของท่านตอนนี้ทำอะไรอยู่ นี่คือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องเผชิญ ความจริงแล้วถ้าท่านย้อนไปดูกับเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันมันต้อง เริ่มจากความกล้าหาญของรัฐบาล มันต้องเริ่มจากการหาตัวผู้กระทำความผิดในลำดับแรก และนำเงินทั้งหมดมาชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกรนำมาใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา เรื่องนี้อันนี้สำคัญที่สุด แต่ถ้าเกิดท่านไม่มีเรียกว่าไม่ตั้งใจไม่อยากที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ท่านลองไปดู มีรายงานของคณะกรรมาธิการ อว. ซึ่งทำกันในสภาแห่งนี้ท่านประธาน แล้วก็นำเสนอในสภาแห่งนี้ นำเสนอไปแล้วก็ผ่านเสียงของเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล บอกว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและในรายงานฉบับนี้ยังผ่านเสียง การอภิปรายทั้ง สส. ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในวันนั้น มีคนสนับสนุนทั้งสิ้นเพราะมันเป็น เรื่องที่เกิดกับพี่น้องประชาชน มันเป็นความทุกข์ทรมานของพี่น้องประชาชน มันคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นลบชื่อพรรคการเมืองออก ลบฝ่ายค้าน ลบฝ่ายรัฐบาลออก สภาแห่งนี้จึงผ่านรายงานบอกว่าต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่สุดท้ายฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ทำได้เพียงเท่านี้ในการส่งรายงานไป แต่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร เขาไม่ได้เอารายงานฉบับนี้ไปบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ด้วย นี่คือสิ่งที่ผม เป็นเดือดร้อนเพราะรายงานฉบับนี้เขียนไว้ทั้งหมดครับว่ามีการพบหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำมาในราชอาณาจักรไทยเพียงรายเดียว นั่นคือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นี่คือหลักฐานที่ระบุการขออนุญาตนำเข้าที่ชัดเจน หน่วยงานภาครัฐ เป็นคนอนุญาต คนขออนุญาตเป็นบริษัทเอกชน แต่สุดท้ายรายงานฉบับนี้กลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆ ผมไม่รู้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นหรือยัง แต่ผมจะมาเล่าเรียงลำดับ Timeline ให้ดูว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นมาอย่างไร มันมีที่ไปที่มาอย่างไร ท่านประธานดู เมื่อปี ๒๕๔๙ ชื่อของปลาหมอคางดำ ถูกระบุในเอกสารเป็นกระดาษครั้งแรกของประเทศไทย ณ ขณะนั้นเป็นช่วงปลายสมัย ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่การขออนุญาตเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้เปลี่ยนผ่าน ไปแล้ว มีการระบุหนังสือจากซีพีเอฟชัดเจนลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๙ กรมประมง ทำหนังสือตอบรับชัดเจนว่าอนุญาต วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ มีพยานหลักฐานชัดเจน ในชั้นกรรมาธิการขอไปหมดแล้ว ต่อมาปี ๒๕๕๑ บอกว่าการนำเข้าอนุญาตได้จะต้องมี เงื่อนไขนะ ต้องมีเงื่อนไข มีหนังสืออีกครั้งในบริษัท ซีพีเอฟ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ กรมประมงอนุญาต วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ตอบกลับมาบอกว่าอนุญาต แต่ทั้ง ๒ ครั้ง ยังนำเข้าไม่ได้เพราะบริษัทผู้ขายพันธุ์สัตว์น้ำเขายังไม่พร้อม พอเขาไม่พร้อมเสร็จปุ๊บก็ยัง มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะต้องนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาให้ได้ จึงเป็นที่ไปที่มาของ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๓ ขออนุญาตอีกครั้ง ซีพีเอฟทำหนังสืออีกหน ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ และกรมประมงก็ตอบกลับเหมือนเดิม ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ บอกว่านำเข้าได้ แต่ต้องมีเงื่อนไข
๑. เงื่อนไขคือต้องตัดตัวอย่างครีบปลาเพื่อเก็บดีเอ็นเอให้กับกรมประมง
๒. ต้องทำรายงานให้กับกรมกรมประมงถ้าเกิดยุติและทำลายสัตว์น้ำวิจัย ทิ้งเสีย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นปี ๒๕๕๓ ก็ได้มีการซื้อพันธุ์สัตว์น้ำวิจัยจากประเทศกานา โดย บริษัท ซีพีเอฟ สั่งซื้อจำนวน ๒,๐๐๐ ตัว ปลา ๒,๐๐๐ ตัวนี้ก็บินลงท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิในปี ๒๕๕๔ กรมประมงบอกว่าได้รับรายงานว่าเมื่อปลาหมอคางดำ Landing ที่สุวรรณภูมิตายทันที ๑,๔๐๐ ตัว และหลงเหลือ ๖๐๐ ตัวเข้าไปสู่ศูนย์วิจัย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราก็สงสัยว่าในเมื่อเข้ามาแล้วในตอนปี ๒๕๕๔ นี้มันมีการทำตามเงื่อนไขคำขอที่ IBC ระบุหรือเปล่า สรุปก็คือเขาบอกว่าเขาซื้อปลามาตัวเล็กเกินไป ไม่สามารถตัดคลีบปลาได้ ก็เลยไม่สามารถเก็บดีเอ็นเอได้ ทำสังคม ทำพี่น้องประชาชนงงกันทั้งบ้านทั้งเมือง ผมขออนุญาตถามท่านประธานอย่างนี้ สมมุติว่าผมไปเที่ยวอ่างทองแล้วผมขออนุญาต เข้าบ้านท่านประธาน ท่านประธานบอกณัฐชาคุณเข้าบ้านผมได้แต่คุณต้องถอดรองเท้าก่อน ข้อที่ ๒ คุณถอดรองเท้าเสร็จแล้วคุณล้างเท้าก่อน ผมอนุญาตให้คุณเข้าบ้านผมได้ เสร็จปุ๊บ ผมเดินเข้าบ้านท่านประธาน ใส่รองเท้าพร้อมดินโคลนเลอะเปรอะเปื้อนเข้าไปเลย นั่นหมายความว่าผมได้รับอนุญาตจากท่านประธานไหม ถ้าท่านประธานเป็นเจ้าของบ้าน ท่านประธานก็คงไล่ผมออกไป ถ้าไม่ทำตามเงื่อนไขกายคุณกลับไปเลย คุณก็ต้องทำแบบนี้ สุดท้ายไม่ได้ทำตามเงื่อนไขแต่บอกว่าเงื่อนไขมันทำไม่ได้ แต่ฉันจะนำเข้ามา นำเข้ามา เสร็จปุ๊บบอกว่า ๖๐๐ ตัวที่เข้าศูนย์วิจัย เข้าสู่งานวิจัยเสร็จปั๊บเราถามว่าแล้วสัตว์น้ำวิจัย ไปไหนหมดทำไมถึงยุติโครงการ เขาบอกว่า นี่เขารายงานมานะครับว่าปลาเข้ามาเสร็จปุ๊บ ๖๐๐ ตัวในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ เสร็จปุ๊บวันที่ ๒๔ ตายไปอีก ๔๐๐ ตัว แต่หลังจากนั้น อีก ๑ สัปดาห์ก็คือต้นเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔ ตายอีก ๒๐๐ ตัว กลางเดือนมกราคม ตายอีก ๑๕๐ ตัว พอเกือบสิ้นเดือนมกราคม ตายอีก ๕๐ ตัว ผมงงมากท่านประธาน คือสัตว์วิจัยแต่ละตัวมันมีความสำคัญ และแต่ละตัวมันมีอานุภาพการทำลายล้างสูง เขาถึงต้องตั้งคณะกรรมการ IBC มาเพื่อกลั่นกรองความเสี่ยงทั้งหมดว่าแต่ละตัวมันเสี่ยง อย่างไร ต้องระมัดระวังอย่าให้มันหลุดเล็ดลอดไป แล้วผมก็งงว่ารายงานที่มันกอดคอกันตาย หลักร้อย ๆ ทุกวัน วันนี้ตาย ๔๕ ตัว อีก ๕ ตัวมึงตายให้ครบกูจะได้ตาย ๕๐ ตัวครบเต็มจำนวน เต็มสิบ มันเอากันเอย่างนั้นเลยหรือ เขาจะไปกอดคอตายกันตามตัวเลขจำนวนได้อย่างไร สังคมก็ตั้งคำถาม เราก็บอกว่าแล้วสุดท้ายเงื่อนไขมันเป็นอย่างไรกันแน่ เราบอกว่าเงื่อนไขแรก ไม่เป็นอะไร มาเงื่อนไขที่ ๒ คุณยุติโครงการแล้ว คุณได้แจ้งกรมประมงหรือเปล่า เขาบอกว่า อย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน เขาบอกว่าเขาทำตามเงื่อนไขแล้วโดยเขาโทรแจ้ง ท่านประธานครับ ฟังไม่ผิดนะครับ เขาโทรแจ้ง นี่มาตรฐานชัดเจน เคยอยากนำเข้าครั้งที่ ๑ มีหนังสือส่งต่อ มีหนังสือตอบกลับ ครั้งที่ ๒ มีหนังสือส่งต่อ มีหนังสือตอบกลับ ครั้งที่ ๓ มีหนังสือส่งต่อ มีหนังสือตอบกลับ พอยุติโครงการบอกเรียบร้อยแล้วโทรแจ้ง มันผิดวิสัย บริษัทยักษ์ใหญ่คุณภาพสูง ทำได้อย่างไร คุณบอกว่าโทรแจ้งเรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อไหมครับ ท่านอธิบดีกรมประมงยืนยันในชั้นกรรมาธิการบอกไม่เคยมีบันทึกไว้ในหนังสือตรวจรับ หลังจากท่านอธิบดีกล้าหาญในการตอบความจริงว่าไม่เคยได้รับมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่าง ที่จะต้องส่งคืน ๒ โหล หรือการยุติโครงการที่บอกว่าต้องส่งรายงานและต้องทำลายทิ้ง ไม่เคยได้รับที่โทรไปก็ยังหาตัวไม่เจอว่าโทรหาใคร วันนี้ยัง Miss Call อยู่หรือเปล่า แต่สุดท้ายเขาบอกว่าอย่างนั้นว่าโทรบอกแล้วเรื่องเลยจบ แต่สิ่งที่มันตามมาคืออะไรครับ ท่านประธาน สิ่งที่มันตามมาคือเขาโทรไปบอกเสร็จไม่ว่า เขาบอกเขาทำลายทิ้งหมดแล้ว นี่ทำลายทิ้งหมดแล้ว โดยการเอาไปฝังกลบโรยปูนขาว ฝังกลบด้วยดินโรยปูนขาวกลัวไม่ตาย สร้างตึกทับด้วย พอกรรมาธิการจะไปดูว่าคุณฝังตรงไหน ว่าคุณกลบตรงไหน คุณบอกว่า ไปดูไม่ได้ ฉันกลัวว่ามันจะแพร่ระบาดไปไกล ฝังเสร็จ โรยปูนขาวเสร็จสร้างตึกทับไปเลย มันน่าสงสัย นี่คือสิ่งที่พวกผมทำได้ รายงานต่อสภาไปแล้ว หน่วยงานภาครัฐรู้ แต่ไม่ทำ อะไรเลยแล้วให้ผมอยู่เฉยได้อย่างไร สุดท้ายท่านประธาน ปลาหมอคางดำเจอครั้งแรก ในราชอาณาจักรไทยในสมัยนายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น และเจอสายพันธุ์ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติครั้งแรกของประเทศไทย นี่ท่านประธานไล่เรียงกันมาถึงตอนนี้แล้วเมื่อได้รับแจ้งว่าเจอปลาหมอคางดำครั้งแรกแต่ไม่มี การทำอะไร หลังจากนั้นก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หน้าต่อไปพี่วุฒินันท์ นี่คือสิ่งที่เรา ติดตามความใกล้ชิดว่ามันมาจากไหนและที่ไปที่มามันเป็นอย่างไร มีการตรวจดีเอ็นเอ โดยกรมประมงก็ตรวจสอบว่าดีเอ็นเอของปลาที่มันหลุดอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย มันดันมีดีเอ็นเอเดียวกันชิดกันเป๊ะ มันตรงกันเป๊ะเลย ไม่ว่าจะอยู่ในพบใน ๗ จังหวัด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ไม่ว่าจะอยู่ จังหวัดไหนดีเอ็นเอมันบอกว่าตรงกันเป๊ะเลย เหมือนมาจากพ่อแม่เดียวกัน ปู่ย่าตายาย เดียวกัน และเราก็ยังบอกไม่ได้ว่าแล้วปู่ย่าตายายมันมาจากไหน