เทอดชาติ ชัยพงษ์ อภิปรายรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงอันตรายต่อสุขภาพและเยาวชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายที่เข้มงวดห้ามขายและนำเข้า รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับร้านค้าออนไลน์และผู้ฝ่าฝืน เทอดชาติ ชัยพงษ์ ระบุภัยคุกคามจากบุหรี่ไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัลต่อเยาวชน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการป้องกัน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อคุ้มครองสุขภาวะของเด็กและเยาวชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านได้ ศึกษาอย่างละเอียด มี ๒ เล่มหนา ๆ เลย อ่านไม่หมดเลย แต่ก็ทราบว่านี่คือความตั้งใจของ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดจะเห็นถึงโทษ ภัยต่าง ๆ และ วิธีการแนวทางป้องกัน แก้ไข เป็นแนวทางมาอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องหลายคน มีความกังวลบอกมาว่า หนานชาติในฐานะครูเก่านี่ช่วยไปพูดหน่อย ไม่อยากให้มีกฎหมาย อนุญาตให้มีการนำเข้าหรือการขายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะว่าปัญหาขณะนี้มันเกิดขึ้นมากแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ข้อพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญตรงนี้ก็ถือว่าสอดคล้อง กับนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ เล่มนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างมากก็ขอชื่นชมกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามพี่น้องครับ ๒ ฉบับนี้ ไม่ใช่กฎหมาย เป็นเพียงการรายงานการศึกษากฎหมายและมาตรการกำกับบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทยของสภาผู้แทนราษฎร เราศึกษาแนวทางตรงนี้ไว้ก่อนเพื่อที่จะหาวิธีการ ที่ป้องกันแก้ไขต่อไป สภาพปัญหาปัจจุบันดังทราบครับ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคาม อันตราย ทำลายสุขภาพ ทำร้ายคนรอบข้าง สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก็ได้ทำการวิจัย และหาประเด็นค่อนข้างจะมากเกี่ยวกับการป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ ที่น่าตกใจและเป็นห่วงก็คือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเกินกว่า ครึ่งหนึ่งของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเยาวชน อายุ ๑๕-๒๔ ปี ซึ่งรายงานวิจัยพบว่า อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีปริมาณสารนิโคตินสูงเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดา ๒๐ ซองเป็นสาร เสพติด แล้วมันมีปัญหาอะไร บุหรี่ไฟฟ้านี้เป็นอันตรายกับสมอง ส่งผลกระทบต่อการเรียน อารมณ์ การควบคุมตนเอง โรคทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิด และที่สำคัญเสี่ยงต่อการ ไปเสพสารเสพติดชนิดอื่นต่อไป อันนี้คือเป็นสารเริ่มต้นน่าเป็นห่วงและอันตรายอย่างมาก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของเด็กเป็นเด็กระดับประถมศึกษา บอกว่าเคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า ลึกลงไปอีก นักเรียนหญิงสูบมากกว่านักเรียนชาย ซึ่งกฎหมายได้ห้ามขาย ห้ามนำเข้า ระบุไว้ชัดเจน แต่ก็มีการขายอย่างแพร่หลาย ผมขอเรียนว่าเหล่านี้มันจะเป็นอันตรายและเป็นปัญหาที่ เพิ่มมากขึ้น และร้ายไปกว่านั้นมีการซื้อขายในโรงเรียน มีการแปรรูปบุหรี่ไฟฟ้าเป็นลูกกวาด ขนมต่าง ๆ ซึ่งไม่อายที่จะหากินกับเด็ก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดมาตรการแรก เราต้องสร้างกฎหมายที่เข้มงวดและห้ามขาด ต้องระวังนะครับ ร้านค้าไม่ว่า Onsite หรือออนไลน์ ออนไลน์ ทั้ง LINE ทั้ง YouTube ทั้งเฟซบุ๊ก ทั้ง Twitter และ Instagram เหล่านี้กฎหมายห้ามขาด ผู้ขายนั้น พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้บริโภค ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๒ บอกว่า จำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ คนนำเข้าจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือปรับเป็นเงิน ๕ เท่าของราคาสินค้า ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือทั้งจำทั้งปรับ คนที่ครอบครองจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับ เป็นเงิน ๔ เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา ๒๔๖ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ นี่กฎหมายค่อนข้างที่จะรุนแรง แต่การควบคุม กำกับ การบังคับใช้ยังหย่อน ต้องเพิ่มความเข้มแข็ง เข้มงวด ให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการเชิง กฎหมายอย่างเข้มงวดถึงจะเด็ดขาด แล้วว่าประเทศไทยเราไม่เข้มงวดทางกฎหมายก็เรา ไม่ยอมทำ เราไม่ทำเรื่องที่มันจำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของเยาวชน ของคนไทย นี่คือสิ่งที่ สำคัญที่สุด
ประการที่ ๒ เราจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง ครู ผู้ปกครอง ยังเข้าใจว่าไม่เป็นอะไรบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตรายหรอกเดี๋ยวก็เลิกเอง นี่ละคืออันตรายที่สุด เพราะว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจ แต่นี่คือสิ่งใหม่ภัยจากโลกยุคดิจิทัลมันเกิดขึ้นแล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นประโยชน์มากแต่ก็มีภัยมหันต์ นี่คือภัยอันหนึ่งที่เห็นและเกิดขึ้น ครูก็เช่นเดียวกันครับ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบลูกศิษย์ในสถานศึกษา ในโรงเรียน ท่านต้อง เข้มงวดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสถาบันสำคัญที่สุดคือ ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน สังคม สื่อต่าง ๆ โลก Social สื่อบันเทิง ดาราต้นแบบที่เป็น Idol ของเยาวชนสำคัญมาก พื้นที่ ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน เราต้องให้เขาเกิดความปลอดภัย ให้ความรักแล้วเขาจะเกิดความสุข ภัยที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนนั้นมี ๔ ภัยหลัก ๆ ภัยแรก คือภัยที่เกิดจากความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่ ๒ เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุ ภัยที่ ๓ ภัยเกิดจาก การละเมิดสิทธิ และภัยสุดท้าย ภัยที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ เหมือนกับบุหรี่ไฟฟ้า อย่างนี้เป็นต้น นี่คือภัยสำคัญ เพราะฉะนั้นมาตรการสำคัญที่สุดก็คือ การป้องกันครับ เราต้องป้องกันการขาย การสูบ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ต่อไป คือการปลูกฝัง ให้ความรู้ ให้ความจริง ให้ข้อเท็จจริง และที่สำคัญถ้าเกิดขึ้นแล้วจัดการ ปราบปรามให้สิ้นซาก ฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ตำรวจ มหาดไทย พม. สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการทั้งหมดเพื่อที่จะไม่ให้เยาวชนของเรานั้นติดไปมากกว่านี้ และฝากพี่น้องประชาชนทุกคนเราต้องร่วมมือกัน ร้านค้าเราอย่าเห็นแก่เงิน อย่าเห็นแก่ รายได้เลยครับ เราเห็นแก่ลูกหลานอนาคตของประเทศชาติเถอะครับ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ขอบคุณครับท่านประธาน