ภูมินทร์ เสนอแนวทางควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 3 แนวทาง เน้นป้องกันเด็กเข้าถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘

ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ เสนอแนวทางควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน โดยนำเสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การแบนทุกชนิด, การควบคุมเฉพาะผลิตภัณฑ์ให้ความร้อน และมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันเด็กเข้าถึง โดยเน้นย้ำว่าทุกแนวทางควรมีการกำหนดมาตรการป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นข้อดีของแต่ละแนวทางด้านความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายและประโยชน์ต่อเกษตรกร แต่ยืนยันว่าการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงคือหัวใจสำคัญที่สุด

นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ คณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ บุหรี่ทุกชนิด เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วผมก็เชื่อว่าพวกเราโดยส่วนใหญ่ก็หวังที่จะเห็นคนสูบบุหรี่ ในประเทศไทยมีน้อยลงโดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กและเยาวชน นักสูบหน้าใหม่ แต่จากสภาพ ปัญหาในปัจจุบันที่ปรากฏว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามากการซื้อหา ซื้อหาได้ง่าย แล้วก็ในราคาที่ไม่สูง ตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่พวกเราจะต้องมาร่วมกันคิด มาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้มีแนวทางในการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในเมืองไทยของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ทางคณะกรรมาธิการของเราได้มีโอกาสศึกษาถึงสภาพปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมาย ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ตีความปฏิบัติได้แตกต่างกัน ตลอดจนอีกหลาย ๆ สภาพปัญหา ทางคณะกรรมาธิการจึงได้กำหนดเป็นแนวทาง เพื่อควบคุม กำกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพิจารณา เป็น ๓ แนวทาง ฝากขึ้นสไลด์ได้เลยในแต่ละแนวทาง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยแนวทางที่ ๑ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนทุกประเภทเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ถ้าเราดูจากในสไลด์จะเห็นได้ว่าในช่องแรก ก็คือแนวทางที่ ๑ ยังคงให้บุหรี่ไฟฟ้าและ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยเราจะแบ่งเป็น ๒ ทางเลือก ที่อาจมีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยทางเลือกที่ ๑ แก้ไขกฎหมายที่ เกี่ยวข้องที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนปิดช่องว่างใน การบังคับใช้กฎหมาย โดยจะต้องไปแก้ไข พ.ร.บ. ศุลกากร ไปแก้ไขประกาศของกระทรวง พาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องห้ามในการนำเข้า มาในราชอาณาจักร ตลอดจนแก้ไขคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เพื่อให้เกิดความชัดเจน หรือทางเลือกที่ ๒ อาจจะต้องจัดให้มีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ ขึ้นใหม่ เพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ โดยรวมเอาหลักการ และมาตรการควบคุมในทุกมิติไว้ในกฎหมายฉบับดังกล่าวนะครับ

แนวทางที่ ๒ ครับ กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูก ควบคุมตามกฎหมายเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ภาคความร้อน ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้ โดยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตาม กฎหมายดังนี้ ก็คือไปแก้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ แก้คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ไม่ว่าจะเป็น ๑. การออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นยาสูบตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการเข้าถึงการโฆษณา การสื่อสาร การตลาด และการสูบ ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการผลิต นำเข้า ขาย และมาตรการทางภาษี และราคาภายใต้ พ.ร.บ. สรรพสามิต ๒๕๖๐ มิติการ ควบคุมมาตรฐานอุปกรณ์ในการสูบ ปัจจุบันยาสูบแบบให้ความร้อนภายใต้กฎหมายว่าด้วย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมทั้งแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตลอดจนปิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายดังนี้ ก็คือ ๑. พ.ร.บ. ศุลกากร ๒๕๖๐ ๒. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ๓. คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เป็นต้น อันนี้ก็เป็นในแนวทางที่ ๒

ส่วนแนวทางที่ ๓ นั้น ก็คือบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน เป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย นั่นหมายถึงว่าเอาทุกอย่างขึ้นมาไว้ยกเว้นพวก Toy Pod โดยเราสามารถทำได้โดย ๑. แก้ไขกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือ ๑. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามา ในราชอาณาจักร ๒๕๕๗ แล้วก็ ๒. แก้ไขคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้คงห้ามเฉพาะบารากู่ นอกจากนั้นแล้วอาจจะมีการบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย โดย ๑. ออกกฎกระทรวงเพื่อ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นยาสูบตาม พ.ร.บ. สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการเข้าถึงหรือการโฆษณา การสื่อสาร การตลาดการยาสูบ ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้สรุปเป็น ๓ แนวทาง ก็คือ ๑. กำหนดให้ Ban ทุกอย่างโดยเบ็ดเสร็จ โดยไปแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดผลบังคับใช้ที่ดี ยิ่งขึ้น ๒. เอาเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนขึ้นมาไว้บนดินโดยแก้ไขกฎหมาย บางฉบับเพื่อให้ได้มีผลบังคับใช้ ๓. เอาทุกอย่างขึ้นมาโดยแก้ไขกฎหมาย แล้วก็เน้นไป ในมาตรการในการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนนะครับ ยังมีเวลานิดหนึ่ง โดยทางคณะกรรมาธิการ ได้พูดคุยและให้เป็นข้อสังเกตเอาไว้ว่าในทุกมาตรการนะครับ ควรกำหนดมาตรการป้องกัน การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง แล้วก็ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้พูดคุยกันว่าหลังจากที่ถ้าหากทางหน่วยงานทางรัฐบาล หรือทางพรรคการเมืองใด ๆ มีความคิดความชอบที่จะเลือกใช้ในแนวทางที่ ๑ ก็อาจจะเกิด ความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

ส่วนผลลัพธ์ในแนวทางที่ ๒ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูก ควบคุมตามกฎหมายนั้นก็จะทำให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ๒. เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่ในปัจจุบัน ๓. สามารถกำหนดมาตรฐานของ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนได้ ๔. สามารถจัดเก็บภาษี ๕. ลดการจำกัดสิทธิของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ แล้วก็ ๖. อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบ

ส่วนผลลัพธ์ในแนวทางที่ ๓ ในการนำบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ ความร้อนขึ้นมาเป็นสิ่งที่ถูกควบคุม ตามกฎหมายนั้นผลลัพธ์ก็อาจจะเห็นในสิ่งต่อไปนี้ ก็คือ ๑. เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย ๒. เป็นทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่เช่นกัน ๓. สามารถกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สามารถจัดเก็บภาษีและลดการจำกัดสิทธิของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบ รวมถึงน่าจะเป็นการ ลดการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายได้

อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายตามแนวทางทั้ง ๓ แนวทางที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ต้องเน้นนะครับ บุหรี่ ทุกชนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วข้อห่วงกังวลพวกเราทุกคนก็คงไม่พ้นการป้องกัน ไม่ให้เด็กและเยาวชนของเราเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายจากมาตรการต่าง ๆ ที่จริงจัง ของรัฐนะครับ