นิยม นำรายงานบุหรี่ไฟฟ้า 6 มิติ ชี้ภัยเด็ก-เศรษฐกิจพัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘

นิยม วิวรรธนดิฐกุล นำรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย มาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยอธิบายแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการทั้ง 6 มิติ และชี้แจงการจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์ยาสูบออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ บุหรี่จุดเผาไหม้, ผลิตภัณฑ์ให้ความร้อน (HTP), และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบทางสุขภาพ จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาการระบาดในเด็ก ธุรกิจใต้ดิน และการละเลยหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ขอนำ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามญัตติที่เราได้มี ไว้ก่อนก็คือของท่านไผ่ ลิกค์ และของท่านลิณธิภรณ์ หลังจากนั้นก็มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ จำนวน ๓๕ คน เพื่อศึกษาปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็คงขอสไลด์ก่อน นะครับก่อนที่จะนำเข้าสู่เรื่องของรายงานนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

คงไม่ใช่ตรงแนวทาง ตรงที่เป็นรูปบุหรี่ขึ้นไปก่อนนะครับ ไปสไลด์ที่มีรูปแบบหลาย ๆ รูปครับ การศึกษาปัญหา บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการรวบรวมข้อมูลทั้งปฐมภูมิและ ทุติยภูมิ มีการศึกษาข้อมูลจากทั้งทางกฎหมาย เอกสารงานวิจัย และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดินมากมาย ซึ่งทางกรรมาธิการก็ได้มาพิจารณาร่วมกัน การพิจารณา มีความรอบคอบ มีความเป็นกลางนะครับไม่อยู่ใต้การชี้นำและแรงกดดันของฝ่ายใดหรือ องค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น มองครอบคลุมทุกมิติ ก็คือทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ ทางด้านกฎหมาย ถ้าเปรียบก็คงจะเหมือนกับการมองลูกเต๋า เราไม่ได้มองเฉพาะด้านบน ด้านเดียว เรามองทั้ง ๖ ด้าน เพราะฉะนั้นการศึกษาฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารวิชาการ แต่เป็น เอกสารที่บูรณาการตามบริบท ความเป็นจริงของประเทศไทยวันนี้ซึ่งมีการระบาดของบุหรี่ ไฟฟ้าอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการระบาดอยู่ในเด็กและเยาวชนของเราในสังคม ซึ่งทุกท่านก็คงจะเข้าใจดี แต่ก่อนที่จะนำเข้าสู่ในเรื่องของรายงานก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงให้ ทางสมาชิก และท่านประธานได้ทราบถึงว่าการจำแนกบุหรี่ในปัจจุบันก็คงจะขออนุญาต จำแนกไว้เป็น ๓ อย่าง อันที่ ๑ ก็คือเป็นบุหรี่ซิกาแร็ต ก็คือบุหรี่ที่เราจะจุดสูบธรรมดาที่ใช้ ความร้อนในการเผาไหม้ ๖๐๐-๙๐๐ องศา ก็คือบุหรี่ที่สูบกันทั่ว ๆ ไปที่เราเห็นนะครับ อันที่ ๒ ก็คือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Heated Tobacco Products หรือ HTP ซึ่งถ้าท่านมองในภาพก็เห็นที่เป็นสีดำ ๆ ข้างบน อันบนสุด บุหรี่นี้ อาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งก็คือเรียกว่า Heat-not-burn หรือ HNB มันก็จะมีส่วนประกอบอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ Heatstick ก็คือเป็นมวนบุหรี่ ซึ่งในมวนนี้ก็จะมีใบยาสูบเป็น องค์ประกอบและสูบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้ความร้อนในการสูบ ๓๐๐-๓๕๐ องศาเซลเซียส แต่ไม่เผาไหม้ บุหรี่พวกนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง ทั้ง Stick ของมันแล้วก็ทั้งตัว Device หรือตัว อุปกรณ์การสูบ ส่วนใหญ่ผู้ใช้ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีเงินซื้อ

ประเภทที่ ๓ เราเรียกว่าบุหรี่ไฟฟ้าหรือ Vape อันนี้จะมีน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าใช้ ความร้อนจากไฟฟ้าทำให้น้ำยากลายเป็นไอแต่ไม่เผาไหม้ มีหลายรูปแบบครับ ทั้งเป็นรูป Tank เป็นรูป Pod หรือ Toy Pod ที่อยู่ข้างล่างสุดที่ท่านเห็นเป็นรูปตุ๊กตาอันนี้ก็เป็น Toy Pod มีทั้งเติมน้ำยาได้ ใช้แล้วทิ้ง ซึ่งส่วนนี้ล่ะครับที่เป็นการระบาดอยู่ในเด็กอย่างมากมาย เพราะว่าราคาถูก หาซื้อง่าย มีกลิ่น มีรสมากมาย ทางกรรมาธิการก็ได้ศึกษารวบรวม ผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้า ก็พอสรุปได้ดังนี้นะครับ

ผลกระทบทางด้านสุขภาพ อันที่ ๑ ซึ่งควันบุหรี่ท่านก็คงจะทราบดีว่ามันก็จะ ประกอบด้วยนิโคติน แต่มันไม่มีเพียงนิโคติน มันยังมีสารอื่นอีกมากมาย ทั้งโลหะหนัก โพรพิลีนไกลคอล สารปรุงแต่ง กลิ่น รส ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของเรา โดยเฉพาะด้านร่างกาย ก็คือระบบหายใจอันนี้ชัดเจนนะครับ เกิดโรคได้มากมาย ไม่ว่าเป็นหอบ หืด ถุงลมโป่งพอง EVALI หรือที่เรียกว่า E-cigarette or Vaping use-Associated Lung Injury ซึ่งมีการ อักเสบของปอดอย่างรุนแรง ระบบหลอดเลือดหัวใจเช่นหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ระบบ Metabolic ก็เช่นเบาหวาน เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งเช่นมะเร็งปอดทางสมองและระบบ ประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนของเรา ซึ่งสมองจะต้องพัฒนาจนถึงอายุ ๒๕ ปี ก็มีผลต่อการเรียนรู้ และอารมณ์ ยังมีรายงานเกี่ยวกับการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย นะครับ ทางด้านสุขภาพจิตเสี่ยงต่ออาการซึมเศร้า วิตก กังวล โรคเครียด และภาวะอื่น ๆ ทางจิตเวช

อันที่ ๒ ผลกระทบทางด้านสังคม อันนี้เป็นการเพิ่มโอกาสของนักสูบหน้าใหม่ ที่สำคัญที่สุดก็คือการระบาดในเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

อันที่ ๓ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรค เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะเพิ่มขึ้น เกิดธุรกิจใต้ดิน มีการลักลอบนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ ปีหนึ่งมูลค่าหลายพันล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่ในทางตรงกันข้าม การจำหน่ายบุหรี่ของการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐขาดรายได้จาก ภาษี รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบก็มีรายได้ที่ลดลง

อันที่ ๔ ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็แน่นอนนะครับก็จะมีขยะ อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น อาจจะเพิ่มการปนเปื้อนของสารพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อม

อันที่ ๕ ผลกระทบทางด้านกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ ต้องอาศัยกฎหมายของหน่วยงานอื่น ซึ่งบางอันก็ล้าสมัยแล้ว กฎหมายยังขาดความชัดเจน เกิดช่องว่างในการปฏิบัติ และที่สำคัญคือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดธุรกิจใต้ดิน

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งการนำเข้า การจำหน่าย การมี ครอบครองเพื่อสูบ ก็ขออนุญาตพูดย่อ ๆ แล้วกันเพราะว่ามันยาว เพื่อประหยัดเวลาของท่าน ท่านสามารถอ่านได้จากรายงาน ฉบับที่ ๑ ในหน้า ๖๒ หน้า ๖๓ และหน้า ๖๔ ซึ่งพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องก็เช่น พระราชบัญญัติศุลกากร ๒๕๖๐ เช่น การนำเข้าก็ เกี่ยวกับมาตรา ๔๒ การครอบครองไว้สูบหรือครอบครองไว้ขายก็อยู่ในมาตรา ๒๔๖ กฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกส่วนหนึ่งก็คือประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ๒๕๕๗ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร คำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้า และบริการ ที่ ๒๔/๒๕๖๗ ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขาย หรือให้บริการ พระราชบัญญัติควบคุม ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการควบคุม ซึ่งถ้าไปดูในรายละเอียดแล้ว พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ก็ยังล้าสมัยไม่ทันต่อเหตุการณ์ ก็เรียกว่า ท่านไปอ่านดูที่หน้า ๖๒ ๖๓ ๖๔ นะครับ ในหน้า ๖๔ ก็จะปรากฏในเรื่องของการดำเนินคดี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสำหรับผู้ครอบครอง เช่น ผู้ครอบครองเพื่อการสูบ แนวทางของการ ดำเนินคดีจะเป็นอย่างไรท่านก็ลองไปอ่านดูนะครับ กรรมาธิการที่ได้ศึกษาก็ได้ศึกษาและ รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จึงได้เสนอไว้ ๓ แนวทางในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อให้เหมาะสม กับบริบทของความเป็นจริงในประเทศไทย วันนี้ก็ขอเรียนให้ท่านทราบว่าการรายงานของ คณะกรรมาธิการของเราไม่ได้มีการลงมติว่าจะเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่งตามที่บางท่าน หรือหลายหน่วยงานเข้าใจ ในส่วนของข้อสังเกตเป็นเรื่องของการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย เป็นเรื่องของการกำหนดมาตรการการป้องกันเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน เป็นเรื่อง ของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นการกำหนดนิยามที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเป็นการ ให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของแนวทางที่รัฐบาลจะเลือกใช้ในอนาคต ในการที่จะเลือก แนวทางใดแนวทางหนึ่งนั้นฝ่ายบริหารจะเป็นผู้ตัดสินใจที่จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับ บริบทของความเป็นจริงในประเทศไทย แต่ต้องตระหนักว่าบุหรี่ทุกชนิด รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์ทำลายสุขภาพ การปกป้องสุขภาพจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การปกป้องเด็กและเยาวชนของเราไม่ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างถึงที่สุด ใน ๓ แนวทางนี้ ทางคณะกรรมาธิการของเราก็ไม่ได้มีความเห็นที่ตรงกันนะครับ เราก็จะแยกความเห็นทั้ง ๓ แนวทางสำหรับท่านกรรมาธิการท่านไหนจะชี้แจงในแนวทางไหนเดี๋ยวก็ลองกำหนดนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราได้เสนอ ๓ แนวทางในการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย ก็คงขออนุญาตให้ทางนายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ประธานคณะ อนุกรรมาธิการพิจารณามาตรการด้านกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย เป็นผู้รายงาน ก็ขอเรียนเชิญครับ