ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อภิปรายรายงานการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยชี้ให้เห็นสถิติผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นอันดับโลก และเสนอให้รัฐบาลเร่งปราบปรามในระยะสั้นควบคู่กับการพิจารณาแนวทางกฎหมายระยะยาวเพื่อควบคุมคุณภาพและป้องกันเยาวชนจากอันตราย
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอร่วมอภิปรายในวาระรับรองรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายมาตรการการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพคะ ข่าวที่สร้างความ ตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ปกครองเมื่อช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา และเผยแพร่ ผ่านสื่อมากมายก็คือเด็ก ป. ๖ เกิดอาการวิกฤติปอดหาย พอสืบไปพบว่ามีการดื่มน้ำกระท่อม แล้วสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ ป. ๔ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังกายเป็นปัญหาสำคัญ ต่อเยาวชนและสังคมไทย แม้ว่าประเทศไทยจะมีการกำหนดกฎหมายห้ามนำเข้าและ จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเยาวชน ตัวเลขเราสะท้อนได้จากสถิติปี ๒๕๖๔ มีประชากรไทยที่มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ ๐.๑๔ หรือว่าคิดเป็น ๗๐,๐๐๐ คนตัวเลขกลม ๆ นะคะท่านประธาน แต่ปี ๒๕๖๕ ตัวเลข กลับขยับขึ้นไปเป็นร้อยละ ๑.๒๑ หรือประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ๑๐ เท่าเลยภายในปีเดียว และแสดงให้เห็นอย่างยิ่งยวดจากรายงานขององค์การอนามัยโลกระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๖๕ เด็กและเยาวชนไทยมีอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง ๑๗.๖ ซึ่งสูงติดอันดับโลกทีเดียวเลย ในฐานะตัวแทนของประชาชนและทำงานพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเด็กและเยาวชนมาโดยตลอด ดิฉันขอใช้โอกาสนี้อภิปรายรายงานฉบับนี้รวมถึงชื่นชมคณะทำงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ที่ได้เสนอแนวทางแก้ไขมาอย่างละเอียดค่ะ และต้องขอชื่นชมรัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้ออกมาตรการระยะสั้นในการดำเนินการปราบปราม การใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าถึงเด็กและเยาวชน โดยมาตรการ ๓๐ วัน และ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการล่าสุดและกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้มีการแก้ไขและออกประกาศเกี่ยวกับ การปฏิบัติเมื่อพบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ครูสามารถตรวจยึดอายัดแล้วตรวจค้นบุหรี่ไฟฟ้า ในสถานศึกษาได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำค่ะ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๑๘ มีนาคม และล่าสุดมีการตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า ณ โกดังที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมากที่สุด ในประเทศไทย นอกจากนี้มาตรการระยะสั้นที่เราเห็นว่ารัฐบาลจริงจังในการแก้ไข ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่แบ่งออกเป็น ๓ ระยะ ก็คือมีการปูพรมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในเขต พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมศุลกากร อันที่ ๒ ยังมีการปราบปราม ร้านค้า ร้านที่มีทั้งติดตั้งออนไลน์แล้วออฟไลน์ด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ จนถึง ๑๘ มีนาคม ระยะเวลาเพียงแค่ ๒๐ วัน เชื่อไหมว่าจับกุมดำเนินคดีไปแล้วกว่า ๑,๗๔๑ คดี มากกว่าปี ๒๕๖๗ อีกค่ะ และยึด ของกลางกว่าล้านชิ้นมีมูลค่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องเร่งทำควบคู่ก็คือ ความตระหนักรู้เรื่องของโทษของบุหรี่ไฟฟ้าในกฎหมายของเด็กและเยาวชน วันนี้เด็กและ เยาวชนหลายคนเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ผิดกฎหมาย และยังมีเข้าใจในแบบบทสำรวจของ กระทรวงสาธารณสุขพบว่าเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เชื่อว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีนิโคตินและไม่ใช่สารเสพติด ซึ่งเรื่องนี้เลยทำให้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่หลาย ในหมู่เด็กและเยาวชนค่ะ ระยะยาวเมื่อพูดถึงข้อกฎหมายที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษา แนวทางไว้ ๓ แนวทาง ปรากฏว่าแนวทางแรกก็คือการพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ในทุกกรณี และแนวทางที่ ๒ คือการพูดถึงการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าประเภทที่ ๒ ก็คือการใช้ พลังงานความร้อนถูกต้อง และแนวทางที่ ๓ ก็คือทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในทั้ง ๓ แนวทางนี้ดิฉันเห็นด้วยและสนับสนุนกับแนวทางที่ ๒ และแนวทางที่ ๓ ของคณะกรรมาธิการค่ะ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพราะแม้บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่เราก็พบว่ามันมีการลักลอบ และการนำเข้าอย่างแพร่หลาย แม้จะมีการจับกุมทุกวันและเป็นรายวันในปริมาณมาก ๆ แต่ความพยายามนำเข้าก็ยังมีอยู่สูง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเร่งปราบปรามอย่างที่รัฐบาล ดำเนินการไปแล้ว แต่ก็ไม่มีทางเลยถ้าตราบใดบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่อยู่ใต้ดินไม่มีทางที่จะสามารถนำมาควบคุมประสิทธิภาพ ตรวจสอบคุณภาพได้ เพราะของมันอยู่ใต้ดินอย่างไรคะ ดังนั้นการพิจารณาแนวทางที่ ๓ การทำให้บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ควรพิจารณา แต่มันจำเป็นที่จะต้อง พิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุม เพราะมีข้อถกเถียงมากมายค่ะ ท่านประธาน เรื่องของ บุหรี่ไฟฟ้า เรื่องโทษ บางคนอ้างว่าการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกต้องนั้นในต่างประเทศก็มีตัวอย่าง มันควบคุมได้ทั้งคุณภาพ ควบคุมอายุผู้สูบ ควบคุมพื้นที่การสูบ และนอกจากนี้ยังนำรายได้ เข้าสู่รัฐ แต่ในผลกระทบด้านลบก็มีคนบอกว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาวแม้จะมีการ จัดเก็บภาษีได้มากมายเพียงใด แต่ก็ทำให้ผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน รัฐต้องมา ชดเชยเกินกว่าเงินที่รัฐจัดเก็บภาษีได้อยู่ดี นั่นจึงเป็นข้อถกเถียงที่จำเป็นต้องใช้ความ ระมัดระวังและรัดกุมในการกำหนดกฎหมาย ท่านประธานคะ แต่โดยภาพรวมดิฉันเห็นด้วย กับข้อเสนอของรายงานฉบับนี้ที่ให้มีมาตรการเข้มงวดต่อการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ณ ปัจจุบันก่อนค่ะ โดยเฉพาะแนวทางการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการทดลองบุหรี่ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามปัจจุบันสังคมยังต้องการเสียงสนับสนุนหรือว่าบุหรี่ไฟฟ้าควรจะถูกต้องตาม กฎหมายหรือไม่แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีความชัดเจน เพราะวันนี้ ๓ กฎหมายที่มีการใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค และ ๓ พ.ร.บ. นี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในคำนิยามและโทษที่ยังมีลำดับของความคลุมเครือ การทำกฎหมายให้มีความชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ดิฉันมองว่าวิกฤติสุขภาพเรื่อง ของบุหรี่ไฟฟ้าในวันนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยค่ะในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ดิฉันจึงขอเป็น ๑ เสียงในการรับรองรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากฎหมาย และควบคุมกำกับเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ขอบคุณค่ะท่านประธาน