ทัศนีย์ นำเสนอรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรปี 2566 ชี้แจงที่มาตาม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘

ทัศนีย์ เมืองแก้ว นำเสนอรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรปี 2566 โดยชี้แจงที่มาตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2517 และ 2554 เพื่อส่งเสริมการผลิตอาหาร รักษาเสถียรภาพราคา และป้องกันภัยแก่เกษตรกร ต่อมาได้รายงานผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๗ สรุปสถานะการเงิน การปล่อยกู้ และการชำระคืน พร้อมชี้แจงสาเหตุรายจ่ายเกินรายได้จากการต้องส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง

นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้อง ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้มานำเรียนเสนอรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ก่อนที่จะนำเสนอการ ตรวจสอบของผู้สอบบัญชี ดิฉันขอนำเรียนความเป็นมาของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตั้งขึ้นเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริม การเกษตรให้กับเกษตรกรมีการตราพระราชบัญญัติขึ้นเรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ และกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ ต่อมาได้มีการ ปรับแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวในปี ๒๕๕๔ เป็นพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น หน่วยงานเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนตาม พระราชบัญญัตินี้

สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือ หรือส่งเสริมเกษตรกรตามกิจกรรมในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังนี้ ข้อ ๑ ส่งเสริมการผลิตผลผลิตเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหาร ข้อ ๒ ส่งเสริมการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้า ผลผลิตเกษตร ขั้นต้น และผลิตภัณฑ์อาหาร ข้อ ๓ รักษาเสถียรภาพของราคาและการจำหน่ายผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหาร ข้อ ๔ อาจใช้ประโยชน์ในการป้องกันและขจัดภัย อันเป็นผลเสียแก่เกษตรกร ข้อ ๕ ศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนาการผลิต การแปรรูป หรือ การตลาด โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการดำเนินการและใช้ประโยชน์ในการติดตามผล การดำเนินงานตามโครงการที่ได้รับการช่วยเหลือหรือส่งเสริมจากกองทุน

สำหรับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนี้เป็นการปล่อยกู้ให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ๒ ภาคส่วน ดังนี้ ภาคส่วนที่ ๑ เป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐเหล่านี้จะต้องเอาไปปล่อยกู้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เป็นต้น ส่วนที่ ๒ ให้กับองค์กรเกษตรกรที่มายื่นกู้กับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิสาหกิจชุมชนนะคะ สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนในปี ๒๕๖๗ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ กองทุนมีลูกหนี้เป็นหน่วยงานรัฐและองค์กรเกษตรกร ดังกล่าวแล้วนะคะ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๙๐ แห่ง ๑๑๓ โครงการ รวมเป็นเงินที่กู้ไปจากกองทุน ทั้งสิ้น ๓,๓๔๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งในปี ๒๕๖๗ เองนี้ได้มีการอนุมัติโครงการเพิ่มเติม ๖ โครงการ เป็นเงิน ๑๗ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๗ มีแผนการชำระคืน ๕๔ โครงการ เป็นเงิน ๔๙๗ ล้านบาท ผลการดำเนินงานการชำระคืน เก็บได้ ๒๐๗ ล้านบาทเศษ คิดเป็น ร้อยละ ๔๑.๗ ของเงินที่ปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรที่มีแผนการชำระในปี ๒๕๖๗ สำหรับ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานสถานะทางการเงินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ดิฉันขอสรุปสาระสำคัญดังนี้ กองทุนมีเงินสดอยู่จำนวน ๓,๐๘๙.๑๘ ล้านบาท มีลูกหนี้ของกองทุนคิดเป็นเงินจำนวน ๓,๕๕๓.๙๐ ล้านบาท ในจำนวนลูกหนี้กองทุนนี้เป็นส่วนราชการอยู่ ๙ หน่วยงาน ๓๕ โครงการ และเป็นองค์กร เกษตรกรอยู่เป็นวิสาหกิจชุมชน ๖๕ แห่ง เป็นสหกรณ์การเกษตร ๘ แห่ง สำหรับรายได้ กองทุนมีรายได้อื่นค้างรับตรงนี้จำนวน ๒๔๒ ล้านบาท สำหรับเงินก้อนนี้เป็นเงินโครงการ ความช่วยเหลือของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งให้มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐-๒๕๓๒ ซึ่งองค์การตลาดเพื่อ เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์แล้วก็ทยอยคืนให้กับกองทุน ในปี ๒๕๖๖ จากการสอบบัญชี ตรงนี้กองทุนมีรายได้ ทั้งสิ้น ๓๖.๔๖ ล้านบาท ในส่วนของรายได้ตรงนี้จะเป็นดอกเบี้ย เงินฝากของกองทุน เป็นดอกเบี้ยเงินที่กองทุนปล่อยกู้ให้กับเกษตรกร รวมทั้งเป็นเงินค่าปรับ ในกรณีลูกหนี้ของกองทุนชำระเงินไม่ตรงตามเวลา สำหรับรายจ่าย กองทุนมีรายจ่ายอยู่ที่ ๒๒.๘๒ ล้านบาท เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายของกองทุน ค่าตอบแทนใช้สอยวัสดุ แล้วเป็น งบประมาณบุคลากรเป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๖๖ ดังกล่าวกองทุนมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายอยู่ ๑๓.๖๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ กองทุนมีภาระผูกพันจำนวน ๑,๕๒๐ ล้านบาท และได้มีการ อนุมัติโครงการไปทั้งหมด ๒๘ โครงการ เป็นเงิน ๑,๖๖๖ ล้านบาทเศษค่ะ ในส่วนของ รายงานสถานะทางการเงินของกองทุน อันนี้ขอเพิ่มเติม ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ กองทุนมีเงินสดอยู่ ๓,๑๖๒ ล้านบาท เป็นลูกหนี้ค้างชำระอยู่ ๓,๓๑๗ ล้านบาทค่ะ รายได้ ค้างรับอยู่ที่ ๒๓๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ กองทุนมีรายได้อยู่ที่ ๔๒.๓๖ ล้านบาท แล้วก็มี รายจ่าย ๑๘๙.๓๗ ล้านบาท ตรงนี้จะเห็นว่ารายจ่ายของกองทุนนี้มากกว่ารายได้ถึง ๑๔๗ ล้านบาท ตรงนี้นำเรียนทุกท่านว่าในส่วนที่เป็นรายจ่ายตรงนี้เนื่องจากว่ากองทุน จะต้องส่งเงินคืนให้กับกระทรวงการคลังในปี ๒๕๖๗ เป็นเงิน ๑๗๔ ล้านบาท นอกนั้นก็จะ เป็นค่าใช้จ่ายเหมือนกับปี ๒๕๖๖ ก็คือตอบแทนใช้สอยวัสดุ แล้วก็เป็นงบบุคลากร ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นทั้งส่วนที่สำนักงานตรวจบัญชีได้ไปตรวจสอบ สถานะปัจจุบันกองทุนนี้มีเงินพร้อม ที่จะปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรเกษตรกรอยู่ที่ ๑,๖๖๘ ล้านบาท จึงขอกราบ เรียนที่ประชุมมาเพื่อโปรดทราบค่ะ