วิทยา แก้วภราดัย ชื่นชมรายงานของศาลปกครองเกี่ยวกับการสอบเข้าตุลาการ โดยยกย่องความกล้าหาญในการจับกุมผู้ทุจริตและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับเกียรติจากประชาชน ต่อมา หารือเรื่องงบประมาณที่จำกัดและภาระคดีค้าง พร้อมชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต. มีอำนาจวินิจฉัยการเลือกตั้งแต่ยังไม่มีอำนาจสืบสวนสอบสวน ทำให้ผู้ร้องต้องแบกรับภาระในการหาพยานเอง และเสนอให้เร่งรัดการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองข้าราชการท้องถิ่นที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดก่อนที่ กกต. จะจัดการเลือกตั้งใหม่
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะออกความคิดเห็นกับการ รายงานของศาลปกครอง
ประเด็นแรกขอชื่นชมก่อนครับ เมื่อ ๓ วันที่แล้วที่ศาลปกครองในการสอบเข้า ตุลาการศาลปกครอง ท่านสามารถกวดขันหาคนดี ๆ ได้ครับ แล้วก็กล้าหาญที่จะจับคนโกง การสอบและทุจริตในการสอบ แม้ว่าการโกงนั้นจะเป็นพนักงานระดับไหนก็ตาม แต่ศาล ปกครองรวมทั้งระดับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ร่วมในการควบคุมการสอบวันที่ผ่านมาต้องได้รับ ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชน ผมออกความเห็นให้กับศาลปกครองในรายงานเกือบทุกปี ครับท่าน วันนี้ก็ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยชื่นชมนะครับ
แล้วประเด็นที่ ๒ ก็เห็นใจครับ ศาลปกครองมาวันนี้งบประมาณที่ได้แต่ละปี ในรอบ ๓ ๔ ปีที่ผ่านมา ประมาณ ๒,๔๐๐ ล้านบาท สูงสุดก็ไม่เคยแตะ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จนถึงปี ๖๔๖๖ ผมไม่แน่ใจปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ เราขยับขึ้นไปเกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือยังครับ เพราะฉะนั้นปริมาณจำนวนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ จากงบประมาณน้อยขนาดนี้ ผมคิดว่าส่วนใหญ่เราก็หมดไปกับรายจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ซึ่งวันนี้ศาลปกครองก็ได้ขยายออกไปในต่างจังหวัด ในภูมิภาคเกือบครบทุก ๆ ภูมิภาคแล้ว เพราะฉะนั้นรายได้ของศาลปกครองผมคิดว่าน้อยยิ่งกว่าเนื้องานที่ทำ แต่ก็ยังติดใจอยู่ นิดหนึ่งเรื่องคดีค้าง แต่ก็ยังพอไปได้ว่าคดีค้างอยู่ประมาณหมื่นกว่าคดีก็มีคดีสามารถที่จะเร่ง Speed ได้ที่น่าชื่นชมก็คือคดีที่เสร็จภายในปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าคดี ท่านสามารถที่จะทำคดี เสร็จภายใน ๑ ปี ที่ค้างไปไม่เกิน ๒ ปีท่านทำระดับ ๑,๐๐๐ กว่า ๒,๐๐๐ กว่า ค้างที่เกิน ๔ ปีจริง ๆ ก็เหลือประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าคดี ก็ค่อนข้างเห็นใจในการพิจารณาคดีของศาล ปกครอง เพราะมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน และตุลาการก็ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง อย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมฝากความหวังไว้กับศาลปกครอง มันมีองค์กรอิสระที่เราตั้งขึ้น ประมาณปี ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ หลายองค์กรยกตัวอย่างเช่นองค์กร กกต. นอกจากมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งแล้ว กกต. มีหน้าที่และอำนาจวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง สุจริตหรือไม่สุจริต เป็นเรื่องใหม่นะครับ เพิ่งเกิดเมื่อปี ๒๕๔๒ ตามกฎหมายตั้ง กกต. ก่อนหน้านั้นการเลือกตั้งนะครับ การจะเลือกตั้งมันก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยเขา จัดการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จจะร้องว่าใครทุจริต ว่าใครโกงก็ไปพึ่งศาล ยื่นฟ้องต่อศาลเอง หาพยานมาสืบเอง วันนี้ปรากฏว่าใครจะร้องเรียนว่าทุจริตไม่ต้องไปศาลแล้วครับ เพราะเรา คิดว่าไปศาลนี่มันใช้เวลาหลายปี โดยตั้งองค์กรที่มีอำนาจในเชิงตุลาการอย่าง กกต. ให้ไป ร้อง กกต. แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นอยู่ปกติแล้วผมขออนุญาตเรียนผ่านศาลปกครองไปด้วยกันว่า คดีที่ไปร้องเรียน กกต. ไม่เคยได้พยานจาก กกต. ครับ ผู้ร้องทั้งหมดต้องแสวงหาพยานเอง ไปหา กกต. และขนพยานไปเอง ในทางการสืบสวนที่ผ่านมา ๒๐ กว่าปี ไม่เคยเห็น กกต. ไปเอาใครมาสอบสวนเพื่อเอาผิดได้เองเลยครับ ใครอยากที่จะร้องเรียนว่าการเลือกตั้งทุจริต ไม่เที่ยงธรรม ก็ต้องใช้วิธีไปร้อง กกต. แล้วก็ขนพยานมาเอง
องค์กรที่ ๒ ผมก็ฝากศาลปกครองไปด้วยครับ ที่มีอำนาจในตุลาการเป็น องค์กรอิสระแบบ กกต. และมีอำนาจตุลาการก็คือองค์กร ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. องค์กรนี้ จะเป็นองค์กรที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ให้ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีการทุจริต เป็นเรื่อง ข้าราชการทุจริต ระดับต่ำกว่า ๘ ลงไปก็ไป ป.ป.ท. แจ้งความโรงพักไม่ได้ครับ ต้องไปร้อง ป.ป.ท. ป.ป.ท. คนสอบ เกินระดับ ๘ ขึ้นไป หรือบางหน่วยงานก็ไปที่เดียวครับ คือ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็จะทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนแล้วก็มีคำสั่ง ผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปว่าคำสั่ง ป.ป.ช. คือคำวินิจฉัยเหมือนกับตุลาการครับ คือคำสั่งว่า ยุติที่ว่ามีการทุจริตจริง เพราะฉะนั้นถ้าข้าราชการโดนข้อหาทุจริตที่เดียวก็คือต้องออกจากราชการ ป.ป.ช. ก็จะส่ง คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้ไปยังหัวหน้าส่วนราชการ และกฎหมายปิดปากไว้ว่าส่วนราชการนั้น ไม่จำเป็นต้องไปตั้งคณะกรรมการสอบอีกแล้ว เป็นที่ยุติที่ ป.ป.ช. เมื่อการสอบสวนยุติ ที่ทุจริต ปัญหาหัวหน้าหน่วยงานจะทำอย่างไร ไม่มีทางอื่นเลยครับ ก็สนองคำวินิจฉัย เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตัวเองก็จะผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าส่วนราชการก็ต้องให้ ข้าราชการคนนั้นออกจากตำแหน่ง และท่านเชื่อไหมหลายคดีสู้กันจนเกษียณอายุไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าตัวเองชนะคดี ป.ป.ช. แต่ชีวิตราชการที่สูญเสียไปทั้งหมดกลายเป็นเรื่องที่สาบสูญ หายไป ที่ผมเรียนผ่านทางศาลปกครองไปเพราะว่าช่วงหลังท่านเป็นทางหายใจของ นักการเมืองท้องถิ่น คือปกติรองนายก นายกเทศบาล หรือนายก อบต. ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ม้วนเสื่อกลับบ้านเลยครับ เลือกตั้งใหม่เลย แล้วก็ต้องเลือกตั้งภายใน ๓๐ วันด้วยครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้ศาลปกครองกลายเป็นทางออกที่เขาจะแสวงหาความยุติธรรมได้ เขาสามารถที่จะไปยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีก่อนคำพิพากษากับศาลปกครอง แล้วถ้า ศาลไหนนะครับ ฝากไปด้วยครับท่าน ถ้าศาลปกครองไหนสามารถวินิจฉัยได้ก่อน ๑ เดือน ท่านนายกเทศมนตรีและผู้บริหารท้องถิ่นนั้นได้รับคำวินิจฉัยของศาลว่า ให้รับความคุ้มครองก่อน เขาก็จะอยู่ได้ แต่ถ้าคำวินิจฉัยออกมาหลัง ๔๕ วัน กกต. ก็จะจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน ๔๕ วัน เพราะฉะนั้นการไต่สวนฉุกเฉินกรณีที่ข้าราชการแต่และฝ่ายยื่นต่อศาลปกครอง ก็ขอฝากไว้ด้วยว่าเร่งรัดให้เขาหน่อย ได้หรือไม่ได้ก็ให้รู้ภายในระยะเวลาก่อนที่ กกต. จะประหารชีวิตเขาครับ ก็ขอฝากว่าช่องทางที่ท่านเปิดอันนี้เป็นทางออกอันหนึ่งที่หน่วยงาน ราชการที่จะใช้อำนาจตุลาการได้ถูกยุติอำนาจบางส่วนโดยอำนาจของศาลปกครองครับ ขอขอบพระคุณครับ