สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ตั้งกระทู้ถามสดกรณีคานถล่มถนนพระราม ๒ เพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางการแก้ไข โดยแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต ๖ คน และวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการและการควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงเรียกร้องให้มีกระบวนการสอบสวนอุบัติเหตุในเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมาย ไม่ใช่การตรวจสอบภายในที่ไม่น่าเชื่อถือ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดเพื่อสอบถามถึงสาเหตุและแนวทางการแก้ไข ต่อกรณีคานถล่มบริเวณถนนพระราม ๒ ใกล้ทางด่วนดาวคะนองขาเข้า อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าของโครงการมหาศาล คานได้ถล่มลงมาผมเลย ตั้งคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าได้อะไรเป็นข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมบ้าง อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีหนีสภา แล้วก็ มอบหมายให้ทางท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการมาตอบแทนซึ่งผมก็ยอมรับได้ ท่านสุริยะก็เหมาะสม อย่างไรก็ดีท่านสุริยะก็มอบต่ออีกทีหนึ่งมาที่ท่านมนพร อันนี้ก็อาจจะ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงเท่าไร แต่ก็ขอขอบคุณยิ่งนะครับ ผมว่าถ้ามีตำแหน่งรัฐมนตรีประจำ สภานี้ต้องยกให้ท่านมนพรเลยจริง ๆ ท่านเห็นแก่สภามาก แล้วก็มาตอบกระทู้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามในบางคำถามนี่ท่านในฐานะตัวแทนจากท่านนายกรัฐมนตรีผ่านมาที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ขอให้ท่านมนพรได้ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้ก่อนอื่นเลยผมคงจะต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๖ คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก นี่คือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือประเทศใดในโลก นี่คือ ความผิดพลาดในเชิงวิศวกรรม นี่คือความล้มเหลวที่มิอาจยอมรับได้ นี่คือความอัปยศของ การบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัย เรื่องนี้ต้องมีคนผิด ต้องมี ผู้รับผิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ ๑๕ ที่เพิ่งผ่านมา เวลาประมาณ ตีหนึ่งครึ่งในพื้นที่ก่อสร้างของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย คือหากเราเดินถนนพระราม สยองขาเข้าก่อนเข้าทางด่วนด่านดาวคะนองเพียงเล็กน้อย เราจะเห็นโครงสร้างเสาและ คานใหญ่ขนาดมหึมาอยู่บนหัว ใหญ่จริงนะครับท่านประธาน จุดต่ำสุดของคานสูงขึ้นมาจาก พื้น ๑๖ เมตร ตัวคานนี่หนาถึง ๓ เมตรครึ่ง น้ำหนักร่วม ๑,๐๐๐ ตัน คือไม่อยากนึกภาพเลย ใช่ไหมว่าหากคานยักษ์ขนาดนี้พังทลายลงมามันจะเป็นเช่นไร แต่มันเป็นไปแล้วครับ คานตัว ที่ MLP ๑๒-๐๙ ได้ถล่มลงมาขณะที่กำลังก่อสร้างอยู่ คือมันดูไม่จืดเลยครับ ปล่อยปละละเลย ให้พังกันมาได้อย่างไร เหตุการณ์คานถล่มแบบนี้ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้หากมีกระบวนการทางวิศวกรรมที่ดีทั้งในแง่ ของการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ผมเชื่อว่าวงการวิศวกรรมบ้านเราจะขาดความรู้ ความสามารถในเชิงเทคนิคก่อสร้างงานสเกลใหญ่ระดับนี้มันไม่ใช่ เราเคยทำงานสเกลใหญ่ กว่านี้ด้วยซ้ำ วิศวกรไทยก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยมาแล้ว หรือแม้แต่คานตัวข้าง ๆ ที่มี ขนาดใหญ่กว่าที่มันถล่มลงมาก็ยังยืนตระการตาอยู่นะครับ ผมจึงไม่เชื่อว่าวิศวกรไทย ไร้ความสามารถ แต่มันต้องมีอะไรที่มันผิดพลาดทำให้คานตัวนี้พังทลายลงมา แบบมัน แตกต่างจากตัวข้าง ๆ อย่างไร การควบคุมงานมันแตกต่างจากตัวข้าง ๆ อย่างไร แต่จะบอก ไม่มีใครผิดมันคงไม่ใช่ เรื่องนี้ความผิดพลาดมี Player หลักอยู่ ๓ ราย รายแรกคือผู้รับเหมา รับเงินไป ๗,๓๕๙ ล้านบาท ตามสัญญาที่ ๓ ของโครงการ รายที่ ๒ บริษัทที่ปรึกษาที่ถูกจ้าง มาเพื่อควบคุมงาน รับเงินไป ๓๙๒ ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท และ ๓. การทางพิเศษแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบโครงการจะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องมี ๑ ราย หรืออาจจะเป็น ๒ หรืออาจจะเป็น ๓ แต่จะเป็นศูนย์ คงไม่ใช่ เพราะหากจะปล่อยไปเช่นนั้นผมว่าท่านรัฐมนตรีนี่ละครับที่ควรจะต้องแสดง ความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีต้องสรุปมาให้ได้ว่าสาเหตุที่แท้จริง คืออะไร ใครผิด และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร แต่จะซื้อเวลาลูบหน้า ปะจมูก อ้างสมุดพกที่ยังไม่มีรูปธรรมใด ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ใช้กับกรณีนี้ด้วยมันไม่ได้ ประเด็น สำคัญที่อยากจะเน้นย้ำในวันนี้ก็คือโครงสร้างอำนาจในการตรวจสอบอุบัติเหตุรุนแรงอย่าง ในกรณีนี้มีช่องว่างทางกฎหมายอยู่ คือไม่มีการสอบสวนอุบัติเหตุในเชิงลึก หรือศัพท์เทคนิค เรียกว่า Accident Investigation เพื่อตรวจสอบในทางวิศวกรรมอย่างจริงจัง มันไม่ใช่การ ตรวจสอบโดยตำรวจมันคนละอย่างกัน แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างคณะกรรมการที่ท่านผู้ว่าตั้งขึ้น มาเองมาตรวจกันเอง หรือต่อให้ทางกระทรวงคมนาคมจะตั้งกรรมการอะไรสักอย่างมา ตรวจสอบมันก็ดูไม่น่าเชื่อถือหรอกครับ ทำกันเองตรวจกันเอง คณะกรรมการเหล่านี้มัน คนละเรื่องกับสิ่งที่ผมพูดอยู่ Accident Investigation ที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีอำนาจ และหน้าที่ตามกฎหมาย ย้ำนะครับต้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะว่าต้องรับทั้งผิดและชอบจากการสอบสวน จากการหาผู้กระทำผิด จากการทำรายงาน ซึ่งตอนนี้บ้านเรายังไม่มี สิ่งที่มีอยู่เป็นเพียง การหาอาสาสมัคร คือมีผู้เชี่ยวชาญอาสามาเติมเต็มช่องว่างนั้น นั่นก็คือวิศวกรรมสถาน สภาวิศวกร หรือบางทีก็เป็นสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วย อันนี้ก็ต้องขอบคุณครับ เขาอาสาเข้ามาช่วย แต่ปัญหาหลักปัญหาใหญ่ก็คือผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานก็มีทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ที่ขาดแน่ ๆ คือขาดความรับผิดชอบจากการปฏิบัติงาน เพราะเขาไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย โดยข้อเท็จจริงก็คือหลายท่านมีความรู้ความสามารถ แต่ทำเท่าที่ทำได้ หลายครั้งก็ไม่กล้าฟันคนผิด เพราะไม่มีกฎหมายใด ๆ มารองรับอำนาจ ดังนั้นผลการ ตรวจสอบที่ผ่านมานี้จึงมีทั้งการเข้ามาตรวจสอบแบบจริงจังแต่ไม่ค่อยได้ทำอะไร หรือหลายครั้งก็ตรวจสอบแบบผ่าน ๆ ไปเพราะนี่คืองานอาสา ท่านประธานครับ ช่องว่าง ทางกฎหมายนี้อันตรายมาก อาจทำให้มีการฟอกขาวเรื่องราวคานถล่มถนนพระราม ๒ ให้เป็นเหตุสุดวิสัย ด้วยความเคารพต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ ผมเข้าใจดีว่านี่คืองานอาสา แล้วก็ ต้องขอขอบคุณผู้ที่มาอาสาเพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีเลยแล้วปล่อยให้หน่วยงานเขา ตรวจสอบกันเอง ผมเข้าใจดีว่าการหาสาเหตุที่แท้จริงนั้นมันยากแล้วก็ใช้เวลานานในการหา ข้อสรุป แต่กรณีคานถล่มนี้มีอุปนายกจากสมาคมวิชาชีพที่มีชื่อเสียงมาดูหน้างานได้ไม่นาน ๓๐ นาที ไม่เกิน ๑ ชั่วโมง แล้วก็ออกมาให้สัมภาษณ์ไปในทำนองว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ผมจึงคิด ว่ามันจำเป็นที่จะต้องออกมาเบรกแบบแรง ๆ ว่าไปคิดใหม่ คิดให้ดี ๆ ไม่ใช่มาชี้นำว่าเป็นเหตุ สุดวิสัย นี่ภาพจากข่าวนะครับ ผมไม่ได้เขียนเอง และหลายสำนักข่าวก็เข้าใจจากการให้ สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าเหตุสุดวิสัย หนึ่งในความเป็นไปได้ของสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้คือสาเหตุเกิดจากโครงเหล็กขยับจากสภาพดิน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ และเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงในเชิงวิชาการต่อกรณีคานถล่มจริง แต่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ภาพนี้เลยครับ ภาพนี้คือแบบก่อสร้างของคานที่ถล่มลงมาสี่เหลี่ยมสีส้มนี่คือคาน คานนี้ มีความสูง ๓.๕ เมตร ขนาดใหญ่มากร่วม ๑,๐๐๐ ตัน วงกลมสีฟ้านี่คือจุดเสี่ยง เสาตรงกลางนี้ เขาเรียกว่า Temporary support คือจริง ๆ แล้วมันจะ Fail จากจุดใดอะไรต่าง ๆ มันได้หมด แต่ว่าจุดที่แรงลงแล้วก็เสี่ยงเพราะว่าตรงนี้เป็นเสาชั่วคราว ก็คือตามที่ผู้เชี่ยวชาญเขาได้กล่าว ไปว่าฐานรากนี้มีความเสี่ยงแต่อาจจะไม่ใช่ ก็ต้องไปหาสาเหตุที่แท้จริง ก็ต้องไปตรวจสอบ คุณภาพดินอะไรกันไป แต่จะมาบอกว่าเหตุสุดวิสัยดูอย่างไรก็ไม่ใช่นะครับ อีกภาพนี่คือแบบ ก่อนเสร็จแล้วก็สร้างเสร็จ ก็จะเห็นได้ว่าพอสร้างเสร็จเสาตรงกลางนี้ก็จะหายไป เดิมมันจะมี Temporary support เพราะว่าอันนี้เป็นการหล่อคอนกรีตที่น้ำหนักมันมหาศาลต้องรอให้ มันแข็งตัวก่อนแล้วก็อยู่ได้ด้วยตัวเองถึงจะเอาตรงนี้ออก พอเสร็จแล้วมันก็จะหน้าตาเป็น อย่างนี้ แล้วก็เอา Girder เอาผิวทางอะไรไปไว้ข้างบนอีกสูงเสียดฟ้าไปเลยนะครับ ก็เลย ไม่อยากให้ใครมาชี้นำ แม้แต่เหตุนี้มันเป็นไปได้จริงแต่ว่าถ้าชี้นำไปทางเหตุสุดวิสัยนี่ผมว่า ก็ยากที่สังคมยอมรับ เนื่องจากมีช่องว่างทางกฎหมายอยู่ผู้อาสาไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ตาม กฎหมายเขาจะต้องเก็บหลักฐานให้เพียงพอก่อนทำความสะอาด แต่ ณ วันนี้วันที่ถาม ท่านรัฐมนตรีนี่ก็มี Big Cleaning Day ไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ว่าหาสาเหตุกันเจอ หรือยังว่าคานพังเพราะอะไร แล้วก็ไม่อาจทราบได้ด้วยว่าซากปรักหักพังที่เก็บไว้ ถ่ายรูป ไว้บ้างจะเพียงพอต่อการอธิบายสาเหตุ หรือหาคนผิดมาลงโทษหรือไม่ หรือการทำความสะอาด มันจะปัดกวาดหลักฐานไปหมดแล้ว สาเหตุที่เป็นไปได้หลากหลายหากจะมองในเชิงลึก จุดนี้จุดนั้นมันเป็นไปได้เยอะแยะ แต่หากจะมองในมุมกว้างก็พอ Scope ได้ว่ามันเกี่ยวกับ Temporary support ชิ้นกลางตรงนี้นี่ละครับ มันจะอยู่บน อยู่ล่าง อยู่ซ้าย อยู่ขวา ก็ต้องใช้ ผู้เชี่ยวชาญที่ไปสืบเสาะหาเอา แต่ดูอย่างไรทั้งในเชิงลึก เชิงกว้างก็ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยแน่ ๆ ผมว่าวิญญูชนทั่วไปก็คงทราบดีว่าผู้รับเหมาคงเลี่ยงความ