ศนิวาร ชี้ร่าง พรบ. ประมงกระทบอนุรักษ์ ขอทบทวนอวนล้อม-ไฟล่อ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘

ศนิวาร บัวบาน หารือร่าง พ.ร.บ. ประมงที่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา โดยเฉพาะมาตรา 69 ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อวนล้อมช่องเล็กนอกชายฝั่ง 12 ไมล์ พร้อมเสนอข้อมูลวิจัยที่ชี้ว่าสัตว์น้ำวัยอ่อนมีอยู่ทั่วไปทั้งในและนอกเขตอนุรักษ์ จึงควรมีการทบทวนการจำกัดพื้นที่คุ้มครองเพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันที่มีความสำคัญต่อการประมง รวมถึงเรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบจากการใช้อวนล้อมร่วมกับแสงไฟในการล่อปลาที่ส่งผลต่อสัตว์น้ำวัยอ่อนอย่างรุนแรง พร้อมเสนอให้มีการกำหนดข้อบังคับในกฎหมายแม่เกี่ยวกับจำนวนเรือ เวลาปฏิบัติการ ขนาดตาอวน และการควบคุมไฟล่อ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และความยุติธรรมในการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมก่อนการปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปได้จริงและมีประสิทธิภาพ

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากร่างพระราชบัญญัติการแก้ไข พ.ร.ก. ประมงที่ทาง สว. ได้แก้ไขมา ดิฉันเห็นว่าทางรัฐสภาควรมีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรา ๖๙ ที่ทางวุฒิสภาแก้ไขมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานก็ต้องยอมรับว่าร่างเดิมที่ สส. ได้เห็นชอบไปเองก็มีปัญหา เหมือนกันที่อนุญาตให้ใช้อวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตร นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลในเวลากลางคืนโดยใช้แสงไฟล่อ ปัญหาเนื่องมาจากอะไรดิฉันจะอภิปราย ในลำดับต่อไปค่ะ คือผลจากการศึกษาที่ทางกรมประมงส่งให้คณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้พิสูจน์แล้วว่าสัตว์น้ำ วัยอ่อนมีการกระจายตัวอยู่ทั่วไปทั้งในพื้นที่ของอันดามัน แล้วก็พื้นที่อ่าวไทย ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

คือจริง ๆ แล้วไม่ได้จำกัด หรือว่ามีความหนาแน่นกว่าเฉพาะในเขต ๑๒ ไมล์ทะเลเท่านั้น หรือแม้แต่ในเขตอนุรักษ์เอง ก็ตาม และยิ่งในกรณีของทะเลอันดามันนี่ยิ่งทะเลมีความลึกมากปริมาณสัตว์น้ำวัยอ่อนที่พบ ก็จะมีปริมาณมากตามไปด้วยนะคะ

สไลด์ที่ ๒ นอกจากนั้นเอกสารที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งส่งให้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็ได้รายงานว่าบริเวณกลางไหล่ทวีปฝั่งอันดามันที่มีความลึก ๕๐-๖๕ เมตร และบริเวณแนว ลาดไหล่ทวีปที่มีความลึก ๓๐๐ เมตรนี่ก็พบแพลงก์ตอนแล้วก็สัตว์น้ำวัยอ่อนจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง อีกด้วยค่ะ โดยเฉพาะที่หน้าจังหวัดสงขลาพบการแพร่กระจายของปลาวัยอ่อนไปไกล ไม่น้อยกว่า ๓๕ กิโลเมตรจากชายฝั่ง แล้วก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของปีด้วย ดังนั้นดิฉันขอยืนยันว่าการใช้เขต ๑๒ ไมล์ทะเลจึงไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการปกป้อง สัตว์น้ำวัยอ่อนได้อย่างเพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นการทำประมงปลากะตักด้วยเรืออวนล้อมจับ ประกอบแสงไฟในเวลากลางคืนนี่ยังเป็นวิธีการทำประมงปลากะตักที่ติดปลาผิวน้ำแล้วก็ สัตว์น้ำอื่น ๆ ขึ้นมาด้วยมากที่สุดค่ะ คือประมาณ ๑ ใน ๔ ของปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ เป็นสัตว์น้ำวัยอ่อนอื่น ๆ ซึ่งการทำประมงประเภทนี้คือจะเป็นการที่นำสัตว์น้ำวัยอ่อนอื่น ๆ ติดขึ้นมามากกว่าการทำประมงประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น การใช้อวนล้อมจับตอนกลางวัน อ้วนครอบหรือว่าอวนชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน

สไลด์ที่ ๓ คือในจำนวนสัตว์น้ำวัยอ่อนที่จับติดมานั้นจะมีปลาทูติดมาด้วยค่ะ ประมาณ ๔๖ กิโลกรัม ปลาลัง ๖๐ กิโลกรัม แล้วก็ปลาทูลังวัยอ่อน ๗๓ กิโลกรัม คือรวมแล้ว กว่า ๑๘๐ กิโลกรัมต่อการจับ ๑ ครั้ง ซึ่งมากกว่าการทำประมงปลากะตักด้วยวิธีอื่น ๆ สูงถึง ๓-๙ เท่าเชียวนะคะ และหากเราปล่อยให้สัตว์น้ำเหล่านี้เจริญเติบโตข้อมูลที่กรมประมงส่งให้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็ได้บ่งชี้ว่าเราจะมีปลาทูแล้วก็ปลาลังประมาณ ๓๒๐ กิโลกรัม คือถ้าเกิดคิดเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจจะมีมูลค่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นมูลค่าความ เสียหายในการจับปลากะตักด้วยอวนล้อมจับในเวลากลางคืนแล้วติดสัตว์น้ำวัยอ่อนอื่น ๆ มาด้วยจึงมีมากกว่าวิธีการอื่น ๆ อย่างชัดเจน ดังนั้นดิฉันก็ขอยืนยันว่าถ้าจะแก้มาตรา ๖๙ นี้ ควรมีผลการศึกษาที่ชัดเจนกว่านี้ว่าเราจะสามารถปกป้องสัตว์น้ำวัยอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร

จากมาตรา ๖๙ ขยับมาที่มาตรา ๗๐ เป็นเรื่องของการออกกฎหมายรอง ดิฉันเข้าใจว่าเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านของการทำประมง ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ทางทะเล แล้วก็ลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง จึงเห็นควรให้มีการบังคับใช้ กฎหมายมีผลโดยเร็ว แต่ท่านเพื่อนสมาชิกอย่าลืมนะคะว่าเรายังมีข้อมูลอีกหลายด้านค่ะ ที่เรายังไม่มีเพื่อนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ควรที่จะมีการเร่งการทำศึกษาวิจัยในประเด็นของผลกระทบจากการทำประมง อวนล้อมปลากะตักในเวลากลางคืนให้เป็นปัจจุบัน ก่อนที่จะปรับแก้กฎหมายหรือจะออก กฎหมายรองที่จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่ในการทำประมง รวมถึง การกำหนดพื้นที่สำคัญที่ต้องได้รับการคุ้มครองหรือขยายขอบเขตพื้นที่กำหนดมาตรการ คุ้มครอง ควบคุมเครื่องมือประมงบางชนิดด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศค่ะ ดังนั้นจึงควรเผื่อเวลาทำการศึกษาวิจัยในพื้นที่จริง แล้วก็สถานการณ์จริง หรือใกล้เคียงก่อน การออกกฎกระทรวงหรือประกาศใด ๆ ด้วยค่ะ

อีกเรื่องที่อาจจะต้องขอฝากทางกรรมาธิการร่วมไว้ว่าหากจะมีการระบุให้ทำ ประมงเรืออวนล้อมจับปลากะตักโดยใช้แสงไฟล่อนี่ก็ควรระบุข้อกำหนดต่าง ๆ ลงไปใน กฎหมายแม่เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมจำนวนเรือ ช่วงเวลา การควบคุมการใช้ ไฟล่อ หรือการขยายขนาดตาอวนหากใช้แสงไฟล่อต่าง ๆ และมาตรการเหล่านี้จำเป็นจะต้อง เป็นมาตรการที่หน่วยงานรัฐมีความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายด้วยค่ะ ดังนั้นจึงขอฝาก ประเด็นของมาตรา ๖๙ ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเป็นวงกว้างกับกรรมาธิการร่วม ที่จะตั้งขึ้นต่อไปให้พิจารณาให้รอบด้าน แล้วก็คำนึงถึงการทำประมงที่ยั่งยืน แล้วก็ประสิทธิผล ในการบังคับใช้กฎหมายให้ได้จริงด้วยค่ะ กระบวนการตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของ ความสมดุลระหว่างมิติของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ให้มีความเป็นธรรมระหว่าง ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทะเล เพราะทะเลไม่ได้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ จิตใจ สันทนาการ และนิเวศ บริการ พรรคประชาชนเรายืนยันว่าเราต้องสร้างสมดุลระหว่างการจับสัตว์น้ำขึ้นมาใช้ ประโยชน์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจปากท้องกับการอนุรักษ์ให้ทรัพยากรสามารถฟื้นคืนได้ด้วย ตัวมันเอง โดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบันที่สุด ขอบคุณท่านประธานค่ะ