พนิดา มงคลสวัสดิ์ อภิปรายรับทราบรายงานการพัฒนาการเมือง โดยเน้นย้ำว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเกิดจากพลเมืองที่มีคุณภาพและเยาวชนควรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ไม่ใช่เพียงผู้รับนโยบาย เธอเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็น ๑๕ ปี และลดอายุสมัครเลือกตั้งลงเป็น ๑๘ ปี เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีบทบาททางการเมืองอย่างแท้จริง
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบล ท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางปรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาและจัดทำ ข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตย โดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากกฎหมาย หรือสถาบันทางการเมืองเท่านั้นนะคะ แต่เกิดจากพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงประชาชน มีความรู้ความเข้าใจและพร้อมใช้สิทธิของตนอย่างมีความรับผิดชอบ หากแต่ในปัจจุบันค่ะ เราต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสในการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการประชาธิปไตย พวกเขาเติบโตมาในสังคมที่มองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวค่ะ และบางครั้งถูกทำให้เชื่อว่าเด็กไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดมาก เพราะประชาธิปไตยคือเรื่องของทุกคน และเยาวชนก็คือผู้ที่จะรับช่วงต่อในการพัฒนา ประเทศต่อไป การตัดสินใจเชิงนโยบายและกฎหมายของเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้มีผลกระทบ โดยตรงต่อเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สวัสดิการ สิ่งแวดล้อมและสิทธิ พลเมือง แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือเด็กและเยาวชนยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกละเลยทางการเมือง พวกเขาไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีช่องทางในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ หลายครั้ง เมื่อเขาพยายามเปล่งเสียงออกมาเรากลับมองข้าม แย่กว่านั้นเราปิดกั้นพวกเขาเลยเถิดไป จนถึงขั้นทุบทำลายพวกเขาผ่านการกดปราบและคุกคามอย่างรุนแรงเมื่อพวกเขาคิดเห็นต่าง จากผู้มีอำนาจในสังคม ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยของเราให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ในปีที่ดิฉันเกิด ระบุไว้ว่าเด็กทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นค่ะ ความเห็นของพวกเขาควรได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม ในประเทศที่เราต่างยอมรับว่า เป็นประเทศก้าวหน้าล้วนให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนของเยาวชนค่ะ หลายประเทศมี สภาเยาวชนหรือเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเด็กในระดับรัฐบาล ในสกอตแลนด์รัฐบาลมี รัฐมนตรีด้านเยาวชนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเด็กและเยาวชน นิวซีแลนด์นายกรัฐมนตรีเปิด ให้เยาวชนเข้าพบเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในขณะที่ประเทศไทย เราทุกคน ในที่นี้ต่างเคยพูดกรอกหูเด็ก เคยถูกพูดกรอกหูกันอยู่ทุกวันว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่ เสียงของเจ้าของอนาคตกลับไม่ถูกรับฟังค่ะ ในทีนี้ว่ากันตามตรงประเทศเราไม่มีกลไกไหนที่ จะทำให้เสียงพวกเขามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของพวกเขาอย่างเป็นทางการเลยนะคะ คำถามสำคัญก็คือเหตุใดเด็กจึงต้องเป็นเพียงผู้รับนโยบายแต่ไม่เคยมีโอกาสเป็นผู้ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาเองในเมื่ออนาคตเป็น ของพวกเขาค่ะ ดิฉันได้อ่านรายงานเล่มนี้จึงรู้สึกชื่นชมแล้วก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งนะคะ ใน ข้อสรุปข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของรายงานฉบับนี้ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ต่าง ๆ ให้กับเด็กและเยาวชน การมีส่วนร่วมในพื้นที่การเมืองปกติค่ะ พื้นที่แรก ยกตัวอย่างการ กำหนดนโยบายสาธารณะทั่วไปเลยนะคะ เช่น นโยบายสิ่งแวดล้อม ท่านประธานคะ ใคร ต้องอยู่กับปัญหามลพิษและมลภาวะและภาวะโลกร้อนในอนาคตค่ะ เด็กและเยาวชนค่ะ แล้วพวกเขามีสิทธิในการเลือกอนาคตของตัวเองผ่านการเลือกตั้งไหมคะ ยังไม่มีค่ะ ไม่มีสิทธิ เข้าไปเป็นผู้แทนของคนรุ่นราวคราวเดียวกัน และถึงแม้จะมีโครงสร้างสภาเด็กก็ไม่ได้มี บทบาทอย่างจริงจังอย่างเป็นทางการในการให้ความเห็นหรือร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ ด้วย รายงานฉบับนี้เสนอว่าเราควรทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญค่ะเพื่อลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน ทุกระดับเป็น ๑๕ ปี ให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบทางกฎหมาย อย่างที่เพื่อน สมาชิกเพิ่งอภิปรายไปนะคะ ๑๕ ปีนี่รับโทษทางอาญาได้แล้วนะคะ ๑๕ ปีนี่รับจ้างงาน ได้แล้วนะคะ นี่ถือเป็นการขยายสิทธิให้เหมาะสม ปรับสมดุลอำนาจให้เด็กและเยาวชนได้รับ การตอบสนองจากระบบการเมืองมากยิ่งขึ้น และเพื่อเปิดกว้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ได้มากที่สุด ให้สอดคล้องกับการปรับอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เราก็ควรลดอายุผู้มีสิทธิลงรับ สมัครเลือกตั้งเป็น ๑๘ ปีเช่นเดียวกัน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะมีตัวแทนที่มีประสบการณ์ ร่วมกัน เผชิญปัญหาเดียวกันและมีผลประโยชน์ร่วมกันกับเด็กและเยาวชนมาดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ซึ่งหากบางท่านบอกว่าประเทศไทยก็มีกลไกสภาเด็กและเยาวชนอยู่แล้ว มีพื้นที่การมีส่วนร่วมเฉพาะอยู่แล้ว จากรายงานฉบับนี้นะคะ เห็นในรายละเอียดชัดมาก ๆ ค่ะว่ามันไม่ฟังก์ชัน ขาดการมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายที่เป็นทางการและมี ความหมายอย่างชัดเจน ซึ่งในรายงานก็เสนอว่าต้องแก้ พ.ร.บ. เพื่อเพิ่มอำนาจให้สภาเด็ก และเยาวชนมีอำนาจในการเรียกข้อมูลจากหน่วยงาน เสนอข้อเสนอแนะไปยังผู้มีอำนาจใน การตัดสินใจนโยบายได้ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งนะคะ ส่วนในการมีส่วนร่วมในพื้นที่ สถานศึกษา ท่านประธานคะ ใครเดือดร้อนที่สุดหากหลักสูตรมันล้าสมัยหรือโรงเรียนออก กฎระเบียบที่ลิดรอนสิทธิ นั่นก็คือเด็กและเยาวชนค่ะ แต่ท่านประธานเคยเห็นคณะกรรมการ สถานศึกษาไหนที่มีตัวแทนผู้เรียนที่มีอำนาจการตัดสินใจจริง ๆ จัง ๆ ไหมคะ ทั้ง ๆ ที่เป็น องค์กรตัดสินใจสูงสุดในระดับสถานศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติที่วางหลักไว้ว่าให้ สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ต้องประกอบด้วยผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ครู องค์กรชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ ศิษย์เก่า หรือแม้กระทั่งพระสงฆ์ หรือผู้แทนศาสนาอื่น ๆ มีหมดเลยค่ะ แต่ไม่ปรากฏว่าต้องมีตัวแทนผู้เรียนในกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้รับบริการ การศึกษาโดยตรง เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่สุดในนโยบายสถานศึกษา ดิฉันเห็นชอบ กับรายงานฉบับนี้ที่บอกว่าเราต้องแก้ พ.ร.บ. การศึกษาและกฎกระทรวงให้มีตัวแทนผู้เรียน ในคณะกรรมการ สถานศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้มีสัดส่วนที่มากพอที่จะมีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจด้วย รวมถึงเสนอให้กระทรวงศึกษาออกกฎรับรองสิทธิและอำนาจของสภานักเรียน ด้วยค่ะ ให้เด็กและเยาวชนร่วมแก้ไขปัญหาเรื้อรังในสถานศึกษาของตัวเอง ทั้งสภาพ การเรียนการสอนที่อาจจะไม่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบันแล้ว การขาดแคลนทรัพยากรการ เรียนรู้ ความรุนแรงและอำนาจนิยมที่ฝังรากลึก ให้เสียงของผู้เรียนถูกรับฟัง ให้ความตั้งใจที่ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นสภานักเรียนของเขามีความหมายอย่างแท้จริง แล้วในพื้นที่ สุดท้ายคือพื้นที่ปลอดภัยในการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกค่ะ ยกตัวอย่างภาพชัดที่สุด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากให้ความสนใจ กระตือรือร้นอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุดเท่าที่เคยปรากฏในรอบหลายสิบปี ที่ผ่านมา แต่กลับถูกดำเนินคดีเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เยาวชนหลายคน ยังถูกจับกุมคุมขังด้วยอาชญากรรมทางความคิด ยกตัวอย่าง ก้อง อุกฤษฏ์ เยาวชนอายุ ๒๔ ปี ถูกขังมาเกือบ ๑ ปีตอนนี้เรียกร้องสิทธิในการสอบจบมหาวิทยาลัยของตัวเองอยู่ใน เรือนจำ หรือขนุน สิรภพ เยาวชนอายุ ๒๓ ปี ประท้วงอดอาหารเพื่อเรียกร้องคืนสิทธิ ประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดียังไม่ถูกตัดสินเป็นที่สิ้นสุดว่ามีความผิด ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ จนถูกส่งตัวไปดูแลที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้วนะคะ ดิฉันก็เป็น ๑ เสียงที่ยืนยันเรียกร้องให้ก้องได้สอบ ให้ขนุนได้สิทธิประกันตัว เพราะทั้ง ๆ ที่พวกเขา ก็เป็นห่วงอนาคตของประเทศนี้ ฝากความหวังและความฝันของตัวเองไว้กับอนาคตของ ประเทศนี้เหมือนกับพวกเราทุกคน ซึ่งจริง ๆ แล้วพวกเขาต้องอยู่ทีนี้ในประเทศนี้นานกว่า เราด้วยซ้ำ เหตุใดพวกเขาจึงไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นค่ะ ดิฉันจึงเห็นด้วย อย่างยิ่งกับรายงานฉบับนี้ ที่เสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐลิดรอน สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่าง พ.ร.บ. คอม พ.ร.บ. ชุมนุม และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สุดท้ายแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นว่ารายงานฉบับนี้มี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ในภารกิจการส่งเสริมเด็กและ เยาวชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอเชิงนโยบายไปผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎหมาย พัฒนากฎหมาย และประยุกต์ใช้ต่อไป เพราะเด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงอนาคตของชาติ อย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาคือปัจจุบันด้วยค่ะ เราต้องฟังเสียงของพวกเขาในวันนี้ เคารพ สิทธิของเขาในวันนี้ และให้พวกเขามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง ในวันนี้ ขอบคุณค่ะ