วรดร เลิศรัตน์ หารือเรื่องโครงสร้างและกลไกสภาเด็กและเยาวชน โดยชี้ว่าผู้ใหญ่ในสังคมมีความหวังดีแต่ขาดความเข้าใจต่อปัญหาและความฝันของเด็ก จึงต้องสร้างพื้นที่ให้เสียงของเด็กได้สะท้อนสู่ผู้กำหนดนโยบาย เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีส่วนร่วมซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เป็นพลเมืองประชาธิปไตย ไม่ใช่เหตุผลที่จะจำกัดสิทธิหรือลดโอกาสเข้าถึงการศึกษา
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วรดร เลิศรัตน์ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนตอบใน ๒ ประเด็น
ประเด็นแรกก็คือประเด็นของช่องทางการมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชนที่อาจจะ ไม่ได้เน้นการมีส่วนร่วมผ่านสถาบันที่เป็นทางการ จริง ๆ แล้วเราให้ความสำคัญแล้วก็ คำนึงถึงการมีส่วนร่วมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบที่ผ่านสถาบันที่เป็นทางการและ ไม่ได้ผ่านสถาบันที่เป็นทางการ เช่น การชุมนุมเรียกร้องในลักษณะต่าง ๆ เพียงแต่ว่าในตัว รายงานพอเป็นลักษณะของสถาบันที่เป็นทางการก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องมีการอธิบาย ถึงรูปร่างหน้าตาของสถาบัน กติกา ใครจะเข้ามาอยู่ในสถาบันนี้ควรจะมีอำนาจมากน้อย แค่ไหน ขณะที่ผลจากการที่เราได้พูดคุยและศึกษากับกลุ่มเยาวชนที่เคลื่อนไหวในแบบที่ ไม่ได้ผ่านสถาบันที่เป็นทางการ สิ่งที่เขาต้องการและสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือการสร้าง พื้นที่ปลอดภัยในการที่ทำให้เขาสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการแสดงออกแล้วก็ขับเคลื่อน ความเปลี่ยนแปลงสังคมในรูปแบบที่เขาต้องการโดยที่ไม่ถูกคุกคาม โดยที่ไม่ถูกกดปราบ โดยที่ไม่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็จะเป็นประเด็นที่เราได้ชี้แจงไปแล้ว ในประเด็นเรื่องของการสร้างสภาพแวดล้อม ซึ่งมันจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเยาวชน ทั้งที่มีส่วนร่วมผ่านสถาบันที่เป็นทางการและสถาบันที่ไม่เป็นทางการนะครับ
ขอตอบอีกประเด็นหนึ่งนะครับ งานทั้งหมดที่คณะอนุกรรมาธิการนี้ได้ศึกษา และจัดทำขึ้นมา ไม่ได้พยายามจะส่อในความหมายว่าผู้ใหญ่ในสังคมนี้เป็นตัวร้าย ตัวอันตราย เราเชื่อว่าผู้ใหญ่จำนวนมากมีความหวังดีต่อพัฒนาการต่อความฝันของเด็กและ เยาวชนนะครับ แต่ว่าถึงที่สุดแล้วผู้ใหญ่หลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกับเด็ก และเยาวชน ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมกันกับเด็กและเยาวชน และบางครั้งเขาอาจจะมี ความหวังดี แต่อาจจะไม่ได้มีความเข้าใจต่อปัญหา เป้าหมาย แล้วก็ความฝันของเด็กและ เยาวชนอย่างเพียงพอในมุมที่เด็กและเยาวชนเขามองเห็น สิ่งที่เราอยากจะพูดคุยผ่านงาน ชิ้นนี้เราเพียงแต่อยากที่จะให้เกิดการวางโครงสร้าง ให้เปิดพื้นที่ ให้สุดท้ายแล้วเสียงของ ความต้องการ เสียงของปัญหา เสียงของความฝันของเด็กและเยาวชนมันมีพื้นที่ที่จะได้ไป พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่หวังดีเหล่านี้ใช่ไหมครับ ให้ผู้ใหญ่เหล่านี้สามารถเข้าใจเขามากขึ้นและใช้ ความหวังดีนั้นในการที่จะแก้ปัญหาแล้วก็ตอบโจทย์พวกเขาได้ดีกว่าเดิมนะครับ เราไม่ได้ กำลังบอกว่าสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันทุกแห่งมีปัญหาหรือว่าไม่มีประโยชน์อะไร เลยนะครับ เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้ทำงานสนับสนุนเด็ก และเยาวชน สนับสนุนกลไกสภาเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม หลายแห่งสามารถที่จะ ทำงานสนับสนุนกลไกสภาเด็กและเยาวชนได้ดีพอสมควร และเป็นกรณีศึกษาที่น่ามาเป็น ตัวอย่างในการนำชุดข้อเสนอนโยบายเหล่านี้ในขั้นที่นำไปปฏิบัตินะครับ แต่ว่าการที่ เราศึกษาเห็นปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับสภาเด็กและเยาวชนในหลายแห่งหลายพื้นที่ จำนวนมาก มันอาจจะสะท้อนว่าตัวโครงสร้างของกติกายังมีปัญหาบางอย่าง หมายความว่า ตอนนี้สภาเด็กและเยาวชนอาจจะต้องอาศัยความโชคดีว่าถ้าเขาอยู่ในพื้นที่ที่โชคดีว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้นำผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่นั้นเห็นความสำคัญก็ดีไป แต่ว่าถ้าไม่ เห็นความสำคัญก็จะกลายเป็นว่าเขาไม่มีพื้นที่ในการออกเสียง ในการที่จะสะท้อนความฝัน ปัญหาของเขาอย่างเหมาะสม สิ่งที่เราอยากจะทำก็เพียงแค่อยากให้สร้างกลไกที่ดีในการที่จะ พยายามคุ้มครองให้เสียงเหล่านี้ใช่ไหมครับ เสียงของเด็กและเยาวชนนี่มีพื้นที่มีช่องทางที่จะ ถูกสะท้อนไปสู่ผู้กำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติเสมอ และทั้งหมดทั้งมวลนี้ การเปิดพื้นที่ในการมีส่วนร่วมในแง่หนึ่งมันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะที่เยาวชนก็เป็น พลเมืองคนหนึ่งที่เขาพึงมีใช่ไหมครับ และการเปิดสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้เราอาจจะ ไม่สามารถที่จะนำไปสร้างเงื่อนไขอยู่กับความพร้อมในการเข้าถึงการศึกษาหรือความพร้อม ในประเด็นอื่นได้นะครับ มันเป็นสิทธิที่ทุกคนเป็นสิทธิโดยธรรมชาติที่ไม่สามารถมีใครพราก ไปจากเขาได้ ถ้าเยาวชนในประเทศนี้มีปัญหาในการศึกษานะครับ นั่นก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาล เป็นหน้าที่ที่คน ในกระบวนการนโยบายทั้งหมดจะต้องไปแก้ปัญหาการศึกษา ทำอย่างไรให้เยาวชนสามารถ เข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมได้มากขึ้น แต่มันไม่ใช่เหตุผลในการที่เราจะพราก สิทธิในการที่เขาจะสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของเขาและร่วมขับเคลื่อน สังคมนี้ไปจากเขานะครับ และถึงที่สุดแล้วพื้นที่การมีส่วนร่วมเหล่านี้ในฐานะหนึ่งมันก็เป็น พื้นที่ในการที่จะทำให้เขาพร้อมในการที่จะเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่มีใครพร้อมในการที่จะมีส่วนร่วมหรอกถ้าเขายังไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมนั้น ไม่ได้สามารถที่จะทดลองที่จะออกเสียง ไม่ได้สามารถที่ทดลองตัดสินใจได้ด้วยตัวเองนะครับ การเปิดพื้นที่ให้เขานี้ล่ะคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการที่จะสร้างความพร้อมให้เขาได้ดีกว่าเดิม ขอบคุณครับ