ภัณฑิล น่วมเจิม เสนอประเด็นการลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก ๑๕ ปี เป็น ๑๖-๑๗ ปี โดยชี้ว่าบุคคลดังกล่าวมีสิทธิถูกพิพากษาลงโทษอาญา จึงควรจะมีสิทธิเลือกผู้แทนเพื่อร่วมตรากฎหมายที่อาจกระทบตนเอง และยกตัวอย่างหลายประเทศที่เริ่มลดเกณฑ์อายุลง พร้อมยืนยันว่าเมื่อเข้าสู่ระบบแรงงานและเสียภาษีแล้ว ก็ควรมีสิทธิเลือกตั้งเพื่อกำหนดการใช้งบประมาณ
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ผมชอบรายงานเล่มนี้มากเลยครับ เพราะผมก็ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับ อนุกรรมาธิการกับน้อง ๆ เด็กเยาวชนที่เขาก็อยากมามีส่วนร่วม ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เขา เข้ามาประชุมในสภาในห้องกรรมาธิการนะครับ
ข้อแรกครับ ผมชอบมากเลย คำพูดที่ว่า สภาเด็กและเยาวชนกลายเป็นเพียง ทำตามคำสั่งหรือเป็นเพียงไม้ประดับ คือผู้ใหญ่เข้ามายุ่ง เข้ามา ส สระ อะไรนะ ใส่ ก็ไม่อยากพูดคำนี้ สทร. เข้าไปยุ่งทุกเรื่องเลย จิ้มจะต้องเอาเด็กคนไหนมาเป็นสภาเด็ก และเยาวชน ระบบการอุปถัมภ์ คือไปเลือกคนของตัวเองเข้ามา ไปเลือกเด็กเข้ามา แล้วก็ มานั่ง แล้วก็มาถ่ายรูปแล้วก็เบิกเบี้ยประชุมกัน เด็กไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยครับ ไปจิ้มกันมา ระบบเลือกตั้งก็มีในกรุงเทพมหานครผมก็ไปสังเกตการณ์นะครับว่า เอ๊ะเขาทำอะไรกัน อย่างไร ปรากฏไม่มีใครรู้เลยครับว่า สมมุติถ้าเผื่อผมอยากจะไปเป็นตัวแทนในสภาเด็ก และเยาวชนต้องทำอย่างไร อาจจะมีเห็นในเฟซบุ๊กประกาศรับสมัคร บางเขตแข่งกันอยู่แค่ ๒๐ คน ๓๐ คน เลือกกันเอง มันประหลาดมากครับระบบอันนี้ผมเห็นแล้วนะครับ สภาคน รุ่นใหม่ของกรุงเทพมหานครก็พยายามจะมาซ้ำซ้อนกับสภาเด็กและเยาวชน ก็งง ๆ แรก ๆ ผมก็พยายามเข้าไปเรียนรู้ ปรากฏก็เป็นระบบจิ้มเหมือนกันครับ ระบบเอาเด็กดีมาเป็นเด็ก ที่เหมือนคุณครูก็เลือกกันมา เอาเด็กที่ไม่ค่อยพูดมาก ตรงกันข้ามกับเด็กเลวใช่ไหมนี่คือเด็กดี เอาเด็กดีมาเป็นเด็กที่มันไม่หือไม่อือทำตามที่ครูบอก ผมก็พยายามจะเสนอ อย่างเช่น ในที่ประชุมกรรมการชุมชนเขตประจำเดือน เขามีตำแหน่งแล้วเป็นกรรมการหรือเป็น ประธานสภาเด็กและเยาวชนให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมสิครับ ถ้าเผื่อผมไม่พูดเขาก็ไม่เชิญ เข้ามาครับ ทั้ง ๆ ที่เด็กเขาก็มีบางอย่างที่อยากจะมาเสนอแนะในเวทีของเขต อันนี้อยากจะ เปิดโอกาสให้สภาเด็กและเยาวชนได้มีบทบาทจริง ๆ อย่างน้อยให้เขาได้มามีส่วนร่วมแล้วก็ มาพูดอะไรในที่ประชุมของผู้ใหญ่บ้างนะครับ
ประเด็นถัดมาครับ ในเรื่องของอายุนะครับ อายุ ๑๕ ปี ก็เขียนไว้ในรายงาน แล้วเป็นขั้นต่ำ เป็นบุคคลที่สามารถที่ศาลถูกพิพากษาลงโทษอาญาได้ จึงพึงมีสิทธิเลือก ผู้แทนเพื่อร่วมตรากฎหมายซึ่งอาจถูกนำมาลงโทษตัวเองได้ อันนี้ถูกต้องเลยครับ เรื่องอายุ มีสิทธิเลือกตั้งหลายประเทศเขาก็เริ่มลดแล้วเป็น ๑๖ ๑๗ คือมันมีสิทธิ เมื่อรับจ้างงาน และเสียภาษีทำไมเขาจะไม่มีสิทธิมาเลือกตั้งล่ะครับ เพื่อกำหนดกฎหมายหรือกำหนดการใช้ งบประมาณของพวกเขาที่มาจากเงินภาษีของพวกเขา ผมเห็นด้วยเลยครับควรจะพิจารณา ได้แล้วครับ ควรจะลดอายุ ๑๖ ๑๗ ก็เข้าสู่ระบบแรงงานแล้ว
อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจผมอ่านนะครับ หลังจากการอภิวัฒน์สยามสถาปนา สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก อายุขั้นต่ำในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกไว้ที่ ๒๓ ปี แล้วก็ปรับมาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ๒๕ ๓๐ ๓๕ ตอนหลังนี้ ถ้าเผื่อเป็นนายกท้องถิ่นหรือเป็นผู้บริหารระดับประเทศต้อง ๓๕ ทำไมครับ เด็ก ๒๓ มันเก่ง สู้ผู้ใหญ่ไม่ได้หรือครับ หรือมันโง่กว่าหรืออย่างไรครับ ทำไมต้องกีดกันเด็กตลอดเวลาเลย เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ หมายความว่าเกณฑ์อายุขั้นต่ำ ๒๓ ปี ตอนหลังก็เพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๐ ปี คือในหน้าเดียวกัน เหตุผลประกอบการนำเสนอก็เขียนไว้ชัด ประเทศไทยมีประชากรอายุไม่เกิน ๓๐ ปี ๒๔ ล้านคน คิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของประชากร แต่ Underepresent ก็คือมันไม่ได้สัดส่วนครับ ตัวแทนของเราในสภาที่อายุต่ำกว่า ๓๐ ปี ในอายุช่วงเดียวกันมีแค่ ๑๒ คนจาก ๕๐๐ คน คิด ๒ เปอร์เซ็นต์ Total Underrepresent มันต่ำกว่าความเป็นจริงมากเลยถึงแม้ปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังถือว่าไม่สอดคล้องแล้วก็ไม่ได้สัดส่วนกับสภาพความเป็นจริง เรื่องบรรลุนิติภาวะก็เป็นอีกหมวดหนึ่ง ๒๐ ปีถึงจะบรรลุนิติภาวะ มันไม่ Consistent บางอันก็เลือกตั้ง ๑๘ ปี กว่าจะรับผิดได้ทางกฎหมาย ๑๕ ปี แล้วก็มาบรรลุนิติภาวะ ๒๐ ปี ผมว่าควรจะเปลี่ยนให้มันเป็นเกณฑ์เดียวกันหมดเลย อีกอันหนึ่งที่ผมค่อนข้างไม่พอใจคือ ระบบ ๒ สภา ที่ผมพูดตรงนี้มันมีผลอย่างไรกับเรื่องเยาวชน นี่ครับมันเป็นตัวอย่างเลยครับ สภาสูงของเราหรือวุฒิสภาเป็นการ Discriminate คนที่อายุต่ำกว่า ๔๐ ปี ทำไมคนที่อายุ ๔๐ ปีได้สิทธิพิเศษเลยเหมือนเป็นโควตาพิเศษเลย เข้าไปอยู่แล้ว ๒๐๐ คนจาก ๗๐๐ คน สมาชิกรัฐสภาอายุเกิน ๔๐ ปี แล้วทำไมครับ ทำไมเด็กที่อายุต่ำกว่า ๓๕ ปี ๒๕ ปีไม่มีสิทธิ มีเสียง ไม่มีที่เลย แต่กลับกลายเป็นคนอายุมากกว่า ๔๐ ปีได้รับโควตาพิเศษในการที่จะเข้า เป็นสมาชิกรัฐสภาอันนี้ไม่ถูกต้องนะครับ Total Misrepresentation เลยครับ อีกอันหนึ่ง เรื่องบรรลุนิติภาวะนี่ผมพูดไปแล้ว ข้อเสนอนี้ก็ดีครับลดอายุบรรลุนิติภาวะเหลือ ๑๘ ปี เหมือนนานาอารยประเทศก็เอาให้เป็นเกณฑ์เดียวกันเลยครับ ก็ฝากไว้ด้วยครับ ระบบอะไร ก็แล้วแต่ที่เป็นระบบเลือกตั้งที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนมันควรจะเปิดกว้างนะครับ เลือกตั้งอายุ ๑๘ ปีก็เลือกได้ ทำไมลงสมัครรับเลือกตั้งชอบมีข้ออ้างอย่างนี้ตลอดเวลา เลยครับว่าเขาอาจจะยังไม่มีวุฒิภาวะไหม ก็อย่าไปเลือกเขาสิครับ ถูกไหมครับ ก็เป็นการ แข่งขันกันเขาก็เสนอตัวลงมา คุณไม่พอใจเขาคุณก็ไม่ต้องเลือกแต่ให้สิทธิเขาสิครับ ควรจะ ทั้งระดับท้องถิ่น ทั้งระดับชาติ ผู้บริหารด้วย ควรจะลดอายุมาให้ ๑๘ ปีเท่ากันหมดเลย ตอนหลังนี้ก็มีการมาแก้กรรมการชุมชนนี่เพิ่มจากอายุ ๒๑ ปีเป็น ๒๕ ปี ทำไมครับ เด็กมันทำงานไม่ได้หรืออย่างไรครับ หลายครั้งผู้ใหญ่ก็ใช้เด็กทำงานนั่นละครับ ไม่ถูกต้อง นะครับ ควรจะลดเกณฑ์อายุทุกการเลือกตั้งให้เหลือ ๑๘ ปีเท่ากับเกณฑ์ในการมีสิทธิ เลือกตั้ง ขอบคุณครับ