เท่าพิภพ เสนอเปิดสภารับกระทู้ถามเด็ก ลดอายุ ส.ส.เหลือ 35 ปี พร้อมผลักดัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายเรื่องสิทธิเยาวชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยเสนอให้เปิดพื้นที่สภาเพื่อรับกระทู้ถามจากตัวแทนเด็กและยุวชน และผลักดันการลดอายุขั้นต่ำของผู้แทนราษฎรลงเหลือ 35 ปี ตามมาตรฐานสากล พร้อมเสนอให้พรรคการเมืองไทยสร้าง "ปีกเยาวชน" เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากพรรคเซเดอูในเยอรมนี และเรียกร้องให้สนับสนุนโครงการยุวประชาธิปัตย์ให้เป็นแบบอย่างสำหรับทุกพรรคการเมือง

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางประกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เกี่ยวกับเรื่องของการให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธานครับ ผมได้ เคยรับใช้รองประธานท่านก่อนนะครับ หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในการเป็น คณะกรรมการในการขับเคลื่อนเรื่องนี้นะครับ ให้สภาเราได้มีส่วนร่วมกับเด็กและเยาวชน มากขึ้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วหลายอย่างที่ได้ศึกษาและได้เชิญน้อง ๆ ที่อยู่ในสภาเด็ก และเยาวชนรวมถึงยุวประชาธิปไตย ที่เป็นโครงการของสภาเราที่มีหลายรุ่นแล้วมาก็เห็น ตรงกันครับว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยมี Awareness หรือมีความที่อยากให้เยาวชนมี ส่วนร่วมเยอะมากแต่ขาดความเป็นทางการ หมายความว่าอย่างไรครับ ก็คือเอามาเป็น ไม้ประดับเสียส่วนใหญ่ ส่วนมากก็เอามาร่วมงานนะครับ รับฟังพอเป็นพิธีครับ แต่ไม่มีนาจ ในการไปกดดันให้เกิดขึ้นจริงครับ แล้วก็มีข้อเสนอหนึ่งครับที่จริง ๆ แล้วไหน ๆ ท่านรอง ประธานก็อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ท่านให้ความสำคัญกับเยาวชนมากก็คือว่าวันเด็กแห่งชาติเอย หรือว่าวันเยาวชนก็อยากเปิดพื้นที่สภาแห่งนี้ แล้วก็ได้เป็นวันที่เยาวชนตัวแทนจากสภาเด็ก รวมถึงยุวประชาธิปไตยของสภาเราได้มาถามกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีครับ ก็ผมไม่แน่ใจครับ ว่าท่านรัฐมนตรีจะมาหรือไม่ แต่ถ้าไม่มาตอบกระทู้ถามเด็กเยาวชนมันก็หนีเด็ก มันแปลก ๆ ครับท่านประธาน คือหนี สส. ยังพอว่า แต่หนีเด็กผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นรัฐมนตรีกันทำไมนะครับ ก็อยากให้สภาแห่งนี้ลองจัดตามที่ผมได้เคยรายงานกับสภาไปตอนท่านรองท่านก่อนนะครับ ก็จะเป็นการดีเพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของสภาเยาวชนมันมีขึ้น ให้เขาได้มีกระบวนการที่มา สู่ห้องนี้ ใช้ห้องนี้ของเราได้เช่นกัน ผมว่าอันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่ดีขึ้นครับ อย่างที่ ๒ ครับ ท่านประธาน เรื่องอายุที่หลายท่านได้พูดไป ผมก็มีโอกาสได้ไปทำงานรัฐสภาอาเซียนเยอะ ได้เจอเพื่อนสมาชิกสภาต่างประเทศที่เป็นยุวสมาชิก ตามนิยามของ IPU คือ ๔๕ ปีลงมา ก็หลายท่านครับ ผมว่าในระบอบประชาธิปไตยไม่มีใครเด็กเกินกว่าที่จะเป็นผู้แทนไทยครับ ผมเจอท่านหนึ่ง ผมตกใจมากครับท่านประธาน ผมเป็น สส. สมัยแรกประมาณ ๕-๖ ปีก่อนผมไปเจอรัฐมนตรี ชื่อไซยิด ซัดดิค (Syed Saddiq) เป็นรัฐมนตรีกระทรวง ประมาณว่าเป็นเยาวชน กระทรวง เด็กและเยาวชนของมาเลเซีย อายุ ๒๕ ปี ซักดิคเขาก็ตั้งพรรคใหม่ครับ ชื่อ MUDA Malaysian United Democratic Alliance ตั้งพรรคมาเองเลยครับ ผมก็เห็นว่าคนประเทศ ใกล้ ๆ เราอย่างมาเลเซียคนอายุ ๒๕ ก็เป็นรัฐมนตรีได้แล้วครับ ประเทศไทยยังต้อง ๓๕ จริง ๆ อยู่หรือไม่นะครับ ซึ่งผมก็มองว่าสุดท้ายแล้วถ้าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เรา ทุกคนได้มีสิทธิมีเสียงนี่มันก็ควรจะมีคนจากทุกช่วงอายุมาใช่ไหมครับ อยู่ที่ประชาชน เขายอมรับคนใดคนนั้นก็แก่พอ ดีพอที่จะมาเป็นตัวแทนเขาแล้วครับ อย่าง IPU ครับ ท่านประธาน ก็มีการพยายามอย่างมากนะครับที่จะลดอายุของ Use Parliamentarian ลงมาเหลือจาก ๔๕ ปี เหลือ ๓๕ ปีครับ ซึ่งหลายประเทศก็ต้องยอมรับว่าหลายประเทศ ก็มีสมาชิกโดยเฉพาะในอาเซียนโดยเฉพาะประเทศอย่างกัมพูชาหรือประเทศอื่น ๆ ก็จะมี สมาชิกที่ค่อนข้างอายุเยอะก็ค่อนข้างเห็นค้านครับ ทั้งนี้ก็เป็นการผลักดันของกลุ่ม AIPA ซึ่งมี ผมเป็นเลขาตัวแทนประเทศที่เราอยากลดอายุลงมาเหลือ ๔๐ ก่อนได้ไหม ซึ่งอันนี้ก็พยายาม ผลักดันอยู่ แล้วเห็นว่าท่านประธานกำลังตั้งเกี่ยวกับนโยบายเกี่ยวกับการต่างประเทศของ สภาเราด้วย ก็กราบขอบคุณท่านประธานไว้ล่วงหน้าเพื่อเราจะได้ผลักดันต่อไปครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ที่ผมอยากพูดแล้วก็อยากเพิ่มเสริมเติมแต่งในรายงานนี้ ที่สำคัญมากเลยครับ พูดไประดับประเทศ ระดับเยาวชน แล้วมาระดับระหว่างประเทศแล้ว ใช่ไหมครับ ขาดไม่ได้เลยครับระดับพรรคการเมือง ผมเห็นในต่างประเทศอย่างพรรคที่ผมไป ล่าสุดไปมีส่วนร่วมในการประชุมกับเขาด้วยคือพรรคเซเดอู ซึ่งตอนนี้เป็นแกนนำในการจัดตั้ง รัฐบาลของเยอรมนี เป็นพรรคย่อมาจาก Christian Democratic Union ซึ่งพรรคนี่นะครับ ก็มีปีกเยาวชนที่เข้มแข็ง ในประเทศเยอรมันทุกพรรคการเมืองจะมีเขาเรียกว่า Youth Wings หรือปีกเยาวชนครับ ผมก็อยากสร้างวัฒนธรรมนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานกรรมาธิการเองก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว เพราะก่อนหน้าท่านจะมาเป็นเพื่อน สมาชิกพรรคผมก็ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหาย ได้ทำ เกี่ยวกับ New Dem ซึ่งก็เชื่อว่ามีโครงการยุวประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งอันนี้เป็นกระบวนการที่ดี มากนะครับ แล้วก็อยากให้เป็นตัวอย่างให้พรรคการเมืองในประเทศไทยได้ทำตาม ส่วนพูด ไปก็หาว่าอย่างนี้ครับ พรรคเราเองก็ยังไม่มีเลยครับ จริง ๆ ก็อยากพยายามที่จะทำให้มัน เกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน แต่เข้าใจว่ามันยากครับ เพราะว่าบางทีเด็กครับ ผมเข้าใจครับผมเป็น เด็กมาก่อนนะ ผมเคยเป็นเด็กทุกคนเคยเป็นเด็กครับ แน่นอนครับเด็กในบางครั้งพูดอะไร ไม่เข้าหูผู้ใหญ่เป็นเรื่องธรรมดา เด็กจะเสียงดัง เด็กจะโวยวายครับ ผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบ แต่ผมก็ระลึกเสมอครับเวลาเจอเด็ก เยาวชนในพื้นที่ต้องการอะไรเขาจะมาไม่ Formal มาก หรอกครับ แต่นี่ละครับก็คือความน่าสนใจของเด็กและเยาวชน ความซื่อใสบริสุทธิ์ ความต้องการที่ปราศจากอำนาจใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ ผมว่าก็ต้องควรจะ รับฟังเขาไว้และเข้าใจเขามากกว่านะครับ ดังนั้นก็อยากให้ข้อเสนอต่อไปในอนาคต มีเรื่องเกี่ยวกับการที่สนับสนุนพรรคการเมืองให้มีปีกเยาวชนครับ เพราะสุดท้ายระบอบ ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ก็ต้องมีพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง พรรคการเมืองจะเข้มแข็งได้ ก็ต้องมีตั้งแต่ระดับเยาวชน ระดับผู้ปฏิบัติงานในพรรค ระดับผู้สมัครรวมถึงสมาชิกพรรค ที่หลากหลายและเข้มแข็งด้วยถึงจะมีความยั่งยืนในระบอบประชาธิปไตยเราครับ แล้ววันหนึ่งผมก็เชื่อว่านี่ละครับคือตั้งแต่เมล็ด สู่ราก สู่ลำต้น สู่ใบ สู่ดอก ของประชาธิปไตย ของเราจะได้แบ่งมาเต็มที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน