พริษฐ์ เสนอ 3 แนวทาง ยกระดับประชาธิปไตย เปิดโอกาสเยาวชนลงสมัครรับเลือกตั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘

พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน นำเสนอรายงานฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำว่าเด็กและเยาวชนคือปัจจุบันของชาติ ไม่ใช่แค่อนาคต และเรียกร้องให้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายแทนการทำกิจกรรมฉาบฉวย พร้อมแนะนำข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 หมวดหมู่เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไข พริษฐ์ วัชรสินธุ เสนอข้อเสนอเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชน ทั้งในระดับทั่วไปและการเฉพาะเจาะจง โดยเน้นการเปิดโอกาสให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ปรับช่องทางการเสนอร่างกฎหมายให้เป็นมิตรต่อเยาวชน และเพิ่มบทบาทของสภาเด็กและเยาวชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะ พริษฐ์ วัชรสินธุ เสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในสถานศึกษาผ่านคณะกรรมการและสภานักเรียน โดยเน้นย้ำว่าข้อเสนอเหล่านี้จะสำเร็จได้ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และพัฒนาทักษะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมเสนอให้ประธานคณะอนุกรรมาธิการนำเสนอดetail ต่อ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่ เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ วันนี้ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของ ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ในการนำเสนอรายงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระบอบ ประชาธิปไตย ขออนุญาตสไลด์ขึ้นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ เพื่อให้ ท่านประธานได้เห็นถึงภาพรวมในการทำงานของคณะกรรมาธิการก็อยากจะเรียนกับ ท่านประธานครับว่ารายงานฉบับนี้นับเป็นรายงานฉบับที่ ๓ ที่ทางคณะกรรมาธิการของเรา ได้มีการจัดทำเพื่อนำเสนอแนวทางในการยกระดับประชาธิปไตยในประเทศไทย ฉบับแรกครับ ตอนต้นปี ๒๕๖๗ เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบระบบการเลือกตั้งสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ ครับ เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๗ คือข้อเสนอเกี่ยวกับการส่งเสริม สถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ฉบับนี้เกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ เยาวชนก็นับเป็นฉบับที่ ๓ ซึ่งเดี๋ยวจะมีฉบับที่ ๔ ตามมาในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับการยกระดับการ มีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามมาด้วยฉบับที่ ๕ และฉบับที่ ๖ ครับ ที่ตอนนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการ ๒ ชุดกำลังจัดทำอยู่เรื่องของการยกระดับการบริหาร ราชการกรุงเทพมหานครและการปฏิรูประบบค่าปรับในกฎหมายไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมอบหมายให้ทางท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการแล้วก็คณะอนุกรรมาธิการ ท่านอื่นได้มานำเสนอตัวข้อเสนอแล้วก็สาระสำคัญของรายงานนะครับ นำสไลด์ลงได้นะครับ ขออนุญาตนำเรียนในภาพรวมก่อนนะครับว่าหลักคิดสำคัญที่ทางคณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการใช้ในการจัดทำรายงานฉบับนี้คือหลักคิดที่ว่าเด็กและเยาวชนนั้นไม่ได้ เป็นเพียงแค่อนาคตของชาติครับ แต่เด็กและเยาวชนนั้นเป็นปัจจุบันของชาติเช่นกัน เพราะแน่นอนครับว่าในมุมหนึ่งเราก็จำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมลูกหลานของเราให้ สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ส่วนร่วมในการ กำหนดอนาคตของประเทศได้ แต่แม้ในวันนี้ครับที่เขายังเป็นเด็กและเยาวชนอยู่ ปฏิเสธไม่ได้ ว่าการตัดสินใจของพวกเรา ไม่ว่าในฝ่ายบริหารก็ดีหรือในที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็ดีก็ย่อมส่งผล กระทบต่อทั้งความเป็นอยู่แล้วก็โอกาสในชีวิตของพวกเขา ดังนั้นภารกิจในการส่งเสริมการมี ส่วนร่วมของเยาวชน ผมเชื่อว่าเป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนในที่นี้เห็นตรงกัน แต่เรียนกับ ท่านประธานครับว่าการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนนั้นต้องเป็นการส่งเสริมการมีส่วน ร่วมแบบมีความหมาย ไม่ได้เป็นการทำกิจกรรมกับเยาวชนแบบฉาบฉวยเพียงเท่านั้น ท่านประธานครับ ประเด็นหนึ่งหรือปรากฏการณ์หนึ่งที่สังคมทั่วโลกนั้นกำลังมีความกังวล ก็คือปรากฏการณ์ที่เขาเรียกกันภาษาอังกฤษว่า Use Watching Use Watching ในที่นี้ครับ คือหมายถึงการที่รัฐหรือว่าองค์กรอาจจะมีความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ว่าตนเอง นั้นให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่หรือเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการยกย่อง การมอบรางวัล หรือการเชิญชวนให้พวกเขานั้นมาร่วมกันแสดงความเห็น แต่พอเรามองลึกเข้าไปใน รายละเอียดของกิจกรรมดังกล่าว หรือไปสอบถามเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการ ดังกล่าว หลายครั้งเราค้นพบครับว่าเด็กและเยาวชนดังกล่าวนั้นจะสะท้อนกลับมาครับ ว่าเขากลับมีความรู้สึกว่ารัฐหรือองค์กรดังกล่าวไม่ได้รับฟังความต้องการของพวกเขาอย่าง แท้จริง ไม่ได้มีความตั้งใจจริงใจในการแก้ไขปัญหาของพวกเขาอย่างแท้จริง และไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับพวกเขาในการเข้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเรานั้นสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมีความหมาย สิ่งที่ทางคณะอนุ กรรมาธิการได้จัดทำนั้นก็จะเป็นข้อเสนอครับ เปรียบเสมือนเป็นเมนูทางนโยบายให้กับฝ่าย บริหารแล้วก็สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นำไปพิจารณา โดยแบ่งออกเป็นข้อเสนอตาม ๓ หมวดหมู่หลักด้วยกัน

หมวดหมู่ที่ ๑ ครับคือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ทางการเมืองทั่วไป อธิบายง่าย ๆ คือทำอย่างไรครับให้เสียงของเด็กและเยาวชนนั้นมันดังเข้ามาถึงที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ดังเข้ามาถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกว้างให้ เยาวชนนั้นที่อยากจะลงสมัครรับเลือกตั้งสามารถขอโอกาสจากประชาชนในการเข้ามา ทำงานการเมืองได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรื่องของช่องทางการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ที่มี อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเสนอร่างกฎหมาย การแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายให้เป็นมิตร ต่อเยาวชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบของช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งมาตรการในการเพิ่มกลไกในการประเมินผลกระทบ ของกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ต่อเด็กและเยาวชน

หมวดหมู่ของข้อเสนอชุดที่ ๒ ครับ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ ทางการเมืองเฉพาะสำหรับเยาวชน พูดง่าย ๆ คือทำอย่างไรให้เยาวชนเรานั้นมีองค์กรเฉพาะ หรือว่าองค์กรตัวแทนที่สามารถสะท้อนเจตจำนงและความต้องการที่หลากหลายของเยาวชนได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่มาของสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่แล้วให้มาจากการเลือกตั้งโดยเด็ก และเยาวชนในวงกว้างขวางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรื่องของบทบาทของสภาเด็กและ เยาวชนให้เขามีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การ จัดกิจกรรม หรือไม่ว่าจะเป็นการวางมาตรการต่าง ๆ ในการคุ้มครองความเป็นอิสระของ สภาเด็กและเยาวชนโดยการทบทวนเรื่องของสังกัดหรือแหล่งที่มางบประมาณ

ส่วนสุดท้ายหมวดที่ ๓ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ของสถานศึกษา ทำอย่างไรให้นักเรียนเหล่านั้นสามารถมีโอกาสในการเข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การศึกษาและกฎระเบียบของสถานศึกษาในสถานศึกษาของตนเองได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปิดให้นักเรียนนั้นสามารถเลือกตัวแทนของเขาเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการสถานศึกษา หรือไม่ว่าจะเป็นการยกระดับสภานักเรียนหรือว่าคณะกรรมการนักเรียนให้มีอิสระในการ ดำเนินโครงการมากขึ้น แน่นอนครับว่าข้อเสนอในทั้ง ๓ หมวดหมู่นี้ไม่สามารถเป็นจริง ได้ครับท่านประธาน ถ้าเราไม่ช่วยกันปรับปรุงบทบัญญัติในกฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเยาวชน ข้อเสนอเหล่านี้ไม่สามารถเป็นจริงได้ครับหากเราไม่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กและ เยาวชนนั้นรู้สึกปลอดภัยในการเข้ามีส่วนร่วม และข้อเสนอเหล่านี้ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้ ครับหากเราไม่มาช่วยการติดอาวุธทักษะให้กับทั้งเด็กและเยาวชนในการเข้าไปผลักดันการ เปลี่ยนแปลง รวมถึงทักษะให้กับผู้ใหญ่อย่างพวกเรานี่ละครับในการรับฟังความต้องการและ ความเห็นของเด็กเยาวชนด้วยความเข้าใจมากขึ้น ดังนั้นครับ วันนี้ผมพร้อมครับที่จะรับฟัง ข้อเสนอแนะข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกทุกคน แต่ก่อนที่จะถึงวาระดังกล่าวก็ขออนุญาตมอบ ไปเวทีให้กับทางประธานคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็เลขาคณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอ ข้อเสนอในเชิงรายละเอียดเป็นการต่อไปครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ