ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือเรื่องกฎกระทรวงการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอแนวคิดที่จะให้อำนาจท้องถิ่นในการดำเนินการแทนเอกชนในบางภารกิจ โดยเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสวัสดิการในสถานที่ที่ให้บริการประชาชน หรือการเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตามกฎหมาย และเสนอแนะว่าถ้าอยากให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ก็ต้องไปแก้กฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ท่านเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนจังหวัดนครราชสีมา หลานย่าโม ก็เป็นจังหวัดใกล้ ๆ ที่ผมอยู่ ผมเป็นคนบุรีรัมย์นะครับ ที่ท่านกรุณาถามเป็นการถามเรื่องของกฎกระทรวง ซึ่งตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๕๔๖ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่ามันคง เกิดจากในเรื่องของการที่เราอยากให้ท้องถิ่นทั้งหลายได้มีหน้าที่บริหารจัดการเพื่อความผาสุก ของพี่น้องประชาชน อันนี้ผมพยายามย้ำอยู่เสมอนะครับว่าเกิดประมาณสักปี ๒๕๓๘ ๒๕๓๙ ก็ยกฐานะจากสภาตำบลทั้งหลายให้มาเป็น อปท. ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล หรือเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ไปจนถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีการปกครอง พิเศษอะไรประมาณอย่างนั้นโดยความมุ่งหวัง มันเหมือนว่าจะมีการกระจายอำนาจ ในความคิด แต่ผมเรียนตรง ๆ ว่าบ้านเราก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามแบบบริบทประเทศไทย การกระจายอำนาจมันจะไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็พยายามทบทวนดูว่ามันทำได้จริงไหม เพราะว่าบ้านเรามันมีความแตกต่างของพื้นที่อย่างสิ้นเชิง ทำให้องค์กรท้องถิ่นทั้งหลาย เวลาไปแก้ปัญหาอะไรตัวหนึ่งที่เขาจะคิดอยู่เสมอคือเรื่องภารกิจ เรื่องของบุคลากร เรื่องของคน เรื่องของงบประมาณ ซึ่ง ๓ ส่วนนี้มันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแล้วก็เป็นเรื่องที่แปลก ว่าภารกิจเองจริง ๆ แล้วก็ยังมีคณะกรรมการแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจไปอีก หน่วยงานหนึ่งในการไปกำกับดูแล อย่างเมื่อสักครู่ได้พูดถึงเรื่องของกิจการประปา เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกมาว่ากฎกระทรวงจะให้ท้องถิ่นทำเรื่องประปาทำได้แค่ไหน อย่างไร แล้วท่านได้กรุณาถามถึงเรื่องของสาระสำคัญของกฎกระทรวง ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสาระสำคัญในการมอบภารกิจให้เอกชนดำเนินการแทน ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการแทนมีอยู่หลายประการ ด้วยกันนะครับ
ข้อที่ ๑ เป็นภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอน ตามแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ท้องถิ่นเท่านั้นนะครับ อันนี้ต้องย้ำต้องเป็นภารกิจที่รับการถ่ายโอนมา ถ้าเป็นของตัวเองไป ให้เอกชนทำไม่ได้นะครับ
ข้อที่ ๒ การดำเนินการเป็นประจำหรือต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเอกชนที่ได้รับการมอบหมายดำเนินการแทนสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการตามกฎหมาย หรือได้รับค่าตอบแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ อันนั้น เป็นเงื่อนไขข้อที่ ๒ นะครับ
ข้อที่ ๓ ไม่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างหรือมีลักษณะเป็นสัญญาร่วมทุนนะครับ และทั้งนี้ภารกิจหรือกิจการที่องค์กรปกครองท้องถิ่นอาจมอบให้กับเอกชนดำเนินการแทนได้ ต้องเป็นภารกิจหรือกิจการดังต่อไปนี้ หมายความมี ๓ ข้อแล้ว และอีก ๓ ข้อนะครับ การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสาธารณูปโภคหรือสาธารณูปการ ๒. การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือ สวัสดิการในสถานที่ที่ให้บริการประชาชน ๓. การเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตาม กฎหมาย อันนี้คือเงื่อนไขเท่ากับเป็น ๖ ข้อ ในการที่จะให้เอกชนเข้าไปดำเนินการแทน ท้องถิ่นได้นะครับ แต่ว่าภารกิจอื่น ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามนะครับ อันนี้เข้าเงื่อนไขอันนี้ เป็นเหมือนอัตโนมัตินะครับ แต่ว่าถ้าเป็นภารกิจที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอภารกิจหรือกิจการนั้นต่อคณะกรรมการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรท้องถิ่นเป็นเรื่อง ๆ ไปนะครับ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วก็สามารถที่จะให้ เอกชนดำเนินการแทนได้ อันนี้ไม่ได้ว่าไม่ได้เลยนะครับเพียงแต่ว่าขั้นตอนของเราเท่านั้นเอง กฎหมายของเราที่เรียนเบื้องต้นความจริงมันน่าจะให้อำนาจทั้งหมดไปที่ท้องถิ่นเลยทำอะไร ก็ได้ เช่น ภารกิจควรจะมอบไปเลยแต่เรายังติดอยู่เรื่องของกฎหมาย อันนี้ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าก็ต้องไปช่วยกันว่าถ้าอยากให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ทุกเรื่อง ทุกอย่างเราก็ต้องไปแก้กฎหมาย กฎหมายต้องปฏิบัตินะครับ แต่ว่าเบื้องต้นผมขอเรียนว่า ประเทศไทยเราถ้าภารกิจอาจจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเรื่องของบุคลากรต้องเห็นใจ นะครับว่าบางทีบุคลากรท้องถิ่นเล็ก ๆ ถ้าจะต้องโยกย้ายไปไหนมันต้องมีคนกลางบริหาร จัดการ หรือเรื่องงบประมาณก็อย่างที่เห็นว่าเวาลาทำอะไรท้องถิ่นเขาบอกไม่มีงบประมาณ ถ้าเกิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อปท. ไหนที่มีรายได้น้อยอันนี้ยิ่งไปกันใหญ่เลยนะครับ วันนี้เรา ก็มีเรื่องของการอุดหนุนเข้าไปก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะบรรเทาในการที่จะแก้ปัญหาให้กับ ท้องถิ่นต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ