อาสพลธ์ เสนอกระทู้ถาม One Map ชี้ลดพื้นที่ทับซ้อน ๓๑.๗๓ ล้านไร่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เสนอกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการ One Map เพื่อแก้ปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐใน ๗ กลุ่มจังหวัด โดยชี้แจงความสำคัญของโครงการต่อประชาชนและข้าราชการทั่วประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่ใน ๒ กลุ่มจังหวัดแรก ซึ่งสามารถลดพื้นที่ทับซ้อนได้รวมกว่า ๓๑.๗๓ ล้านไร่

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอ อุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน และอำเภอเมืองจันทร์ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องกราบ ขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ท่านได้กรุณาสละเวลา ของท่านมาตอบกระทู้ที่มีความสำคัญไม่เฉพาะสำหรับพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ แต่เป็น กระทู้ถามที่มีความสำคัญสำหรับพี่น้องรวมทั้งข้าราชการทั่วประเทศ กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตรา ส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ (One Map) หรือที่เราเรียกกันว่า One Map ก่อนที่ผมจะเข้าสู่คำถาม ผมจะขออนุญาตปูพื้นเรื่องเพื่อให้พี่น้องในอนาคตได้รับฟังจะได้เข้าใจนะครับว่าโครงการ แผนที่ ๑ ต่อ ๔๐๐๐ หรือ One Map นี้ มันมีความสำคัญอย่างไร แล้วมันมีที่มาที่ไปอย่างไร เริ่มต้นนะครับ รวมทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ ที่อุทยาน ที่ ส.ป.ก. นิคมสร้างตนเอง ราชพัสดุ ที่ทางหลวง และที่แม่น้ำ โดยในวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ One Map และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นภายใต้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้นำผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการเสนอคณะรัฐมนตรี โดยได้มีการพิจารณาผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่ แนวเขตที่ดินของรัฐ แบ่งออกเป็นทั้งหมด ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มี มติเห็นชอบไปแล้วหลายกลุ่ม โดยผมจะใช้เวทีสภาแห่งนี้ยกตัวอย่างเพียงแค่ ๓ กลุ่มนะครับ

กลุ่มที่ ๑ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เห็นชอบ ผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ One Map กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๑๑ จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี เมื่อดำเนินการ เสร็จแล้วสามารถลดพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเองและหน่วยงานระหว่าง รัฐกับเอกชนได้มากถึง ๑๔.๘๒ ล้านไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด ๓๓.๗๓ ล้านไร่ ใน ๑๑ จังหวัดนี้

กลุ่มที่ ๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เห็นชอบผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ จำนวน ๑๑ จังหวัด ของกลุ่มที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ และสระบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนลดลงมากถึง ๑๖.๙๑ ล้านไร่ จากพื้นที่ร่วม ๓๕.๘๖ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๗.๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ลดพื้นที่ทับซ้อนได้

กลุ่มที่ ๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เห็นชอบแผนที่ One Map ของกลุ่มที่ ๓ ๑๑ จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สระแก้ว สุรินทร์ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และเลย ยกเว้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนในกลุ่มที่ ๓ นี้ลดลงไปมากถึง ๔๘.๗๖ ล้านไร่ จากพื้นที่ร่วม ๘๙.๙๕ ล้านไร่ โดยได้ใช้งบประมาณ ในการทำโครงการแผนที่ One Map ๑ ต่อ ๔๐๐๐ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙-๒๕๖๖ เป็นจำนวนเงิน ๓,๑๗๖,๕๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ คือค่าสถานีรับสัญญาณ ดาวเทียมถาวร เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบเคลื่อนที่ ค่าปรับปรุงพระราชกฤษฎีกา แนวเขตพื้นที่ป่าต่าง ๆ ค่าสำรวจตรวจสอบแผนที่ป่าตามกฎหมาย เมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นชอบผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แล้วหน่วยงานที่ดินของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ ต้องปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน และหากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายได้อีก ครั้งละไม่เกิน ๑๘๐ วัน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธาน ทั้งพื้นที่กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ และกลุ่มที่ ๓ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ผ่านมาเป็น ระยะเวลา ๒-๓ ปีแล้ว แต่พื้นที่กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ ก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถประกาศแผนที่แนบท้ายได้ กลุ่มที่ ๑ ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ ก็ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง โดยสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้ให้เหตุผลว่ามีข้อจำกัดหลายด้าน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕ และมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนที่ แนบท้ายกฎหมาย โดยต้องแจ้งเวียนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรับรองอีกครั้งหนึ่ง มันจึงเป็นการ ทำงานที่ซ้ำซ้อน ผมพูดให้เข้าใจง่ายนะครับวันนี้เรามีแผนที่ One Map ที่ ครม. รับรองแล้ว ๓ กลุ่ม ๓๓ จังหวัด ซึ่งการที่จะทำแผนที่ One Map ได้ต้องเชิญหน่วยงานที่มีที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมที่ดิน ส.ป.ก. และอีกหลายหน่วยงานมาประชุมร่วมกัน ลงพื้นที่ร่วมกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทับซ้อนของที่ดิน ขณะนี้ทำจบไปหมดแล้วจนกระทั่ง เราได้แผนที่ One Map ครม. รับรองแล้ว แต่เนื่องจากติดมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๕ กับปี ๒๕๖๕ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหนังสือแจ้งเวียนทุกหน่วยงานอีกมันก็ซ้ำซ้อนไปซ้ำซ้อนมา ผมก็ได้ถามผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเมื่อคราวประชุม กรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ ปีที่แล้วว่าจะทำอย่างไร เพราะพื้นที่ไม่เฉพาะของ ผมจังหวัดศรีสะเกษ แต่อีก ๓๓ จังหวัด แทนที่ชาวบ้านเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน วันนี้ลงทุนไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทยังไม่มีความคืบหน้าเพราะติดมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๖๕ ผอ. สคทช. ได้แจ้งอย่างนี้ บังเอิญว่าหน่วยงานที่มาชี้แจงงบประมาณต่อจาก สคทช. คือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ได้แจ้งในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ ว่าเรื่องนี้คณะกรรมการสำนักงาน เลขาธิการกฤษฎีกาได้ประสานกับ สคทช. ว่าให้มาปรึกษา ให้มาทำหนังสือ หากไม่รู้ว่าจะ พิมพ์อย่างไรหากไม่รู้ว่าจะทำหนังสืออย่างไรให้มาที่เลขากฤษฎีกา เขามีเจ้าหน้าที่เขาจะได้ ทำให้เพราะเขารู้ว่านี่เป็นข้อจำกัด จะได้ยกเว้นมติ ครม. เมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และมติ ครม. ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ หน่วยงานรัฐไม่ต้องไปทำหนังสือเวียนซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพราะเสียเวลา ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ สคทช. ได้ประสานกับกฤษฎีกาหรือยัง ได้ทำหนังสือ ขอยกเว้นมติ ครม. ที่มีปัญหา ๒ ครั้งนี้หรือยัง นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติก็ยังได้แจ้งว่าในการทำแผนที่ One Map เป็นแผนที่ดิจิทัล แต่ในการทำแผนที่ ประกาศแนบท้ายต้องทำเป็นกระดาษ ก็ติดอุปสรรคอะไรอีก ท่านพูดมา ผมฟังผมก็ไม่เข้าใจ ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ แต่บังเอิญว่าท่านเลขากฤษฎีกาท่านก็บอกว่าวันนี้ประเทศไทย มีพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ระบุว่าหน่วยงานรัฐสามารถทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้นข้อจำกัดที่ ผอ. สคทช. ได้แจ้งผมในที่ประชุมกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ จึงเป็นการเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน จึงมาสู่คำถามของผมว่าปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติได้ดำเนินการข้อยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ไปแล้ว หรือไม่ โดยอยู่ในขั้นตอนใด และหากยังไม่ได้ทำหรือกำลังทำอยู่จะทำเสร็จเมื่อไร เป็นคำถาม ที่ ๑ ขอบคุณครับ