ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับปัญหาท่าเทียบเรือริมแม่น้ำป่าสักที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในเขตอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนำเสนอคลิปวิดีโอประกอบเพื่อชี้ให้เห็นความเสียหาย ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ชี้ปัญหาตลิ่งทรุดพังและฝุ่นละอองถ่านหินจากเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ในแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง และเรียกร้องให้แก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตของประชาชน ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ระบุปัญหาจากการใช้เส้นทางแม่น้ำป่าสักเป็นสถานีขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการจราจร ทั้งน้ำเสียที่ทิ้งลงแม่น้ำ ถนนชำรุดจากการบรรทุกเกินน้ำหนัก และการรุกล้ำทางสาธารณะโดยท่าเทียบเรือที่ไม่ได้รับอนุญาต ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ระบุปัญหาความเสียหายจากเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ มลพิษทางเสียงและอากาศ รวมถึงการปนเปื้อนดิน และสอบถามมาตรการแก้ไขเยียวยา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือ พรรคประชาชน อันที่จริงวันนี้ เป็นการตั้งกระทู้ถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เพราะว่าท่านเพียงคนเดียว เท่านั้นที่จะสามารถแก้ปัญหาที่ผมจะกล่าวมาได้ในครั้งนี้นะครับ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงด้วยกัน ถึงแม้ว่าท่านนายกจะไม่ได้มาตอบกระทู้ของผมในครั้งนี้ แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านได้มอบหมายให้ท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้แทนนะครับ เนื่องจากปัญหานี้ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบครอบคลุมหลายกระทรวงแต่ก็หวังว่าท่านจะให้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่รอฟังคำตอบอยู่ ก่อนที่ผมจะถามคำถามต่อท่าน รัฐมนตรีเรื่องปัญหาท่าเทียบเรือริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมขอเสนอคลิปวิดีโอสภาพของปัญหามาให้ท่านพิจารณา เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันว่าปัญหา ดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในอำเภอนครหลวงและพื้นที่ ใกล้เคียงอย่างไร เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดคลิปวิดีโอด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
บริเวณนี้ก็คือแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวงจะมีโรงงานแล้วก็พื้นที่เทกองถ่านหิน ส่วนใหญ่เป็นวัสดุเทกอง สินค้าเทกอง นี่คือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลิ่งทรุดพังจากการเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่ ที่เห็นเป็นกอง สีดำ ๆ นี่คือถ่านหินครับที่กระจัดกระจายอยู่ ๒ ฝั่งแม่น้ำป่าสัก เมื่อเกิดลมในช่วงนี้ก็จะมี ลมพายุฤดูร้อนกระแสลมแรงก็จะพัดฝุ่นของถ่านหินเหล่านี้กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ที่พัก อาศัยของพี่น้องประชาชนก็จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองจากถ่านหินเป็นฝุ่นสีดำครับ เรือที่ขนถ่านหินมานะครับใช้การตักจ้วงขึ้นมาโดยตรงแล้วก็ใส่รถบรรทุกนำไปส่งยังโรงงาน อุตสาหกรรม โรงงานผลิตไฟฟ้าไปทั่วประเทศเลยนะครับ แม่น้ำป่าสักก็ไม่ได้เป็นแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ เป็นแม่น้ำ ขนาดเล็ก ความกว้างก็ประมาณสัก ๘๐ เมตรแต่มีเรือลากจูงที่เป็นเรือเดินทะเลเข้ามาลากจูง เรือบรรทุกสินค้าหลาย ๆ ชนิด ทำให้ตลิ่งทรุดพัง บ้านเรือนของประชาชนก็ต้องเสียเนื้อที่ ต้องย้ายบ้านกันบ่อย ๆ เรืออย่างนี้เขาเรียกว่าเรือไอ้โม่งนะครับ ซึ่งปกติจะเป็นเรือที่วิ่งอยู่ใน ทะเลนะครับ แต่นี่นำเข้ามาลากจูงก็เป็นเรือบาร์จ เรือที่บรรทุกถ่านหิน เรือบรรทุกสินค้า เรือเหล็กท้องแบน เรือเหล่านี้มีแรงขับที่เยอะมาก ๆ ครับ นอกจากจะสร้างปัญหาเรื่อง ของตลิ่งทรุดพังแล้วก็ยังส่งเสียงดัง รบกวนพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งริมแม่น้ำป่าสัก ขอบคุณมากครับ
ตามภาพที่ปรากฏในวิดีโอที่ได้ชมไปเมื่อสักครู่นี้จะเห็นได้ว่าการที่ภาคธุรกิจ เอกชนได้ใช้เส้นทางแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวงและอำเภอท่าเรือ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานีขนส่ง ขนถ่าย และกระจายสินค้าจากเรือเดินทะเลลำเลียง โดยเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าเรือบาร์จเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งต่อมายังแม่น้ำป่าสัก โดยพบว่าในปัจจุบันมีจำนวนท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายสินค้า ถึง ๓๑ ท่าครับ เรียงรายทั้ง ๒ ฝั่งแม่น้ำป่าสัก เริ่มต้นตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก จากถนน สายเอเชีย ผ่านอำเภอนครหลวงไปจนถึงเทศบาลตำบลท่าเรือ ก่อนถึงขึ้นเขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวนผู้ประกอบการขนส่งถ่านหิน แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ย ข้าว อาหารสัตว์ ปูนซิเมนต์ และผลผลิตการเกษตรอื่น ๆ มากกว่า ๕๐ ราย ทำให้เขื่อน พระรามหก แทนที่จะใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรตามวัตถุประสงค์ กลับต้องกักเก็บน้ำเอาไว้ ใช้ในการเดินเรือในหน้าแล้ง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก ในพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ของอำเภอนครหลวง และอำเภอท่าเรือ ดังนี้
๑. การคมนาคมทางน้ำ พบการจอดเรือสินค้ากีดขวางการขนส่งทางน้ำ การล้างทำความสะอาดเรือที่ขนส่งถ่านหิน ปูนซิเมนต์ แป้งมันสำปะหลัง เราทิ้งน้ำเสียลง แม่น้ำโดยตรงทำให้น้ำตื้นเขินและมีสิ่งเจือปนในนาม
๒. การคมนาคมทางบก พบการขนส่งโดยรถบรรทุกเกินน้ำหนักบรรทุกที่ ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดปัญหาถนนชำรุดเสียหายและมีวัสดุตกหล่น เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
๓. ท่าเทียบเรือ พบการรุกล้ำลำน้ำของท่าเทียบเรือต่าง ๆ และบางท่าเทียบ เรือไม่ได้รับการรับรองรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ นอกจากนี้การ สร้างท่าเทียบเรือดังกล่าวซึ่งติดต่อกันเป็นระยะทางยาวตลอดแนวลำน้ำทั้ง ๒ ฝั่งได้ปิดกั้น ทางสาธารณะริมแม่น้ำ บุคคลทั่วไปไม่สามารถใช้เส้นทางสาธารณะได้เหมือนเดิม เป็นการรุก ล้ำที่สาธารณะโดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมดูแล
๔. การกัดเซาะลำน้ำ จากการลากจูงโดยใช้เรือเดินทะเลขนาดใหญ่ทำให้ ตลิ่งทรุดพัง ทำให้ทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชนและวัดวาอารามได้รับความเสียหายเป็น อย่างมากตลอดกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา
๕. มลพิษทางเสียง จากการเดินเรืออย่างคับคั่งตลอดเวลา และเรือลากจูง ซึ่งเป็นเรือเดินทะเลหลายลำในการลากจูงทำให้เกิดเสียงดังตลอดลำน้ำทั้งกลางวันและ กลางคืน ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดเล็ก ความกว้างเพียง ๕๐ เมตรเท่านั้น ชาวบ้านเกิดความ รำคาญรบกวนการพักผ่อน
๖. ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือเกิดมลพิษทางอากาศ จากการขนส่งสินค้า เทกองไม่บรรจุหีบห่อ ด้วยการตักขึ้นลงจากหรือตรง ตลอดจนการขนถ่ายในลานถ่านหิน ในลานสินค้า ไม่มีการป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นละอองและไม่ได้ใช้ระบบปิด ทำให้ ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจจนเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ ซึ่งในปัจจุบันประชาชนต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องจากผู้ประกอบการเอง ไม่มีการ ช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานใดเลย
๗. การปนเปื้อนสู่ดินจากการจัดเก็บถ่านหินในที่โล่งและไม่มีระบบจัดการ น้ำฝนที่ปนเปื้อนถ่านหิน ทำให้เกิดการกระจายตัวของถ่านหินในหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อเป็น การแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของการจราจรทางน้ำ ปัญหาความตื้นเขินของร่องน้ำใน ฤดูแล้ง และปัญหาตลิ่งทรุดพังของชุมชนอยู่ริมแม่น้ำป่าสักอย่างยั่งยืน จึงขอเรียนถาม ท่านดังนี้ การอนุญาตให้มีการสร้างท่าเทียบเรือและคลังสินค้าประเภทถ่านหิน ปูนซีเมนต์ แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ย อาหารสัตว์ และสินค้าการเกษตร มีการขออนุญาตดำเนินการตาม ผังเมืองรวมระเบียบข้อบังคับ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร และเมื่อส่งผลกระทบ ต่อชุมชนรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขเยียวยาหรือไม่ อย่างไร จะมีการจัดตั้งกองทุนเฝ้าระวัง สุขภาพ เหมือนการประกอบกิจการเหมืองแร่หรือกองทุนแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ คำถามที่ ๑ ครับ