มนพร ชี้กรมเจ้าท่าเร่งทำอีไอเอ ท่าเทียบเรือเกิน ๕๐๐ ตันกรอส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘

มนพร เจริญศรี ขอสรุปประเด็นคำถามที่ ๒ และ ๓ โดยชี้แจงว่ากรมเจ้าท่าได้กำหนดระเบียบให้เรือขนาดเกิน ๕๐๐ ตันกรอสต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามคำพิพากษาของศาลปกครอง และยืนยันว่าโครงการท่าเทียบเรือส่วนใหญ่ผ่านการพิจารณาแล้ว ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบ การตรวจสอบพื้นที่อย่างใกล้ชิดเรื่องฝุ่นละออง และการบูรณาการหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศและเสียงในพื้นที่อำเภอนครหลวง

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบขอบพระคุณสำหรับคำถามที่ ๒ แล้วก็คำถามที่ ๓ ดิฉันจะขอรวบคำถามของท่าน สมาชิกเลยเพื่อที่จะต้องรักษาเวลา ในประเด็นคำถามที่ ๒ กับประเด็นคำถามที่ ๓ เรื่องของ ในกรณีที่ประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แล้วศาลปกครองก็ได้มีคำพิพากษาออกมา นั่นก็คือเรื่องของคำพิพากษาเรื่องของท่าเทียบเรือขนาดที่ไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส ที่จะ นำมาใช้ท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า ๕๐๐ ตันกรอสนั้นจะต้องมีการรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมให้กรมเจ้าท่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตก่อนใช้ ท่าเทียบเรือที่มีขนาดเกิน ๕๐๐ ตันกรอส ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าเพื่อให้การ กำหนดจำนวนของเรือ ๕๐๐ ตันกรอสนั้น นั่นก็คือดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพี่น้อง ประชาชนและคำพิพากษาของศาลปกครอง กรมเจ้าท่าจึงมีระเบียบในปี ๒๕๖๓ กำหนดให้ วัตถุประสงค์ผู้ที่จะขอเปลี่ยนการใช้ท่าเทียบเรือจากเดิมขนาดไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส ให้เป็นท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า นั่นก็คือจาก ๕๐๐ ต่ำลงมาให้ใช้เกินกว่า ๕๐๐ ตันกรอส ซึ่งจะต้องมีการจัดทำรายงานอีไอเอ ซึ่งสอดคล้องกับประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในปี ๒๕๖๖ ค่ะ ขณะเดียวกันขณะมีท่าเทียบเรือจำนวน ๒๔ ท่าเทียบเรือที่ ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว แล้วก็ได้มีการนำเสนอ สผ. แล้ว แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจาก สผ. แล้ว ขณะนี้จำนวน ๒๑ ท่าเทียบเรืออยู่ในระหว่างการ ดำเนินการศึกษา แล้วก็ผลกระทบแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขอีก ๓ โครงการค่ะ นั่นก็คือการทำ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ดิฉันจะขอยกระเบียบสั้น ๆ ง่าย ๆ นะคะนั่นก็คือ ขั้นตอนที่ ๑ ก็จะต้องมีการศึกษารายละเอียดของโครงการ คำนึงถึงขอบเขตนะคะ คำนึงถึง ศึกษาสภาพแวดล้อมทั้งในเรื่องของ ๔ มิติ ไม่ว่าเรื่องของกายภาพ เรื่องของชีวภาพ เรื่องของ ประโยชน์ของมนุษย์เรื่องของคุณภาพชีวิต นอกจากนั้นในเรื่องของศึกษาในเรื่องของ กายภาพชีวภาพเรียบร้อยแล้วก็ต้องมาคำนึงถึงคุณภาพชีวิตในเรื่องของเศรษฐกิจสังคม แล้วก็แนวทางที่ สผ. กำหนดโดยจะต้องมีการสำรวจแสดงความคิดเห็นแล้วก็ทำแบบสอบถาม ซึ่งที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นท่านต้องไป เป็นสื่อกลางในการที่จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาพูดถึงผลกระทบที่ผู้ประกอบการ บอกว่าไม่เอาผ้าใบคลุมนะคะ ฝุ่นละอองปกคลุม นั่นก็คือขั้นตอนของการทำอีไอเอ ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมแล้วก็แสดงความคิดเห็นเหล่านั้นนะคะ หลังจากนั้น ก็จะมีการประเมินผลกระทบว่าสมควรที่จะได้ผ่านกระบวนการอีไอเอทุกขั้นตอนหรือไม่ นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคมร่วมกับกรมเจ้าท่า ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราก็ได้มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดนะคะ ประมาณ ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดือน ซึ่งถ้าเกิดพี่น้องประชาชนร้องเรียนก็จะลงไปตรวจสอบ ในพื้นที่นั้นนะคะ โดยเฉพาะเรายอมรับว่าสิ่งที่ท่านเห็นหรือสิ่งที่ท่านเสนอถ้าช่วยกัน เป็นหูเป็นตา ทำเป็นตาสับปะรดแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเราก็จะรีบไปดำเนินการนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของฝุ่นละอองที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ปรากฏว่าเราได้ไปวัดฝุ่นละอองแล้วยัง อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานนะคะ นอกจากนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนบริเวณใกล้เคียง ทางกรมควบคุมมลพิษก็ไปสำรวจล่าสุดแล้วนะคะ เกณฑ์ทั้งหมด ต่ำกว่ามาตรฐาน แล้วกำชับเรื่องของผ้าใบปกคลุม กองวัสดุต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกนำเรียน ในประเด็นคำถามที่ ๓ ค่ะว่ามาตราที่ ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมได้ให้อำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินี้ได้ประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นเขตควบคุมมลพิษค่ะ ซึ่งกรณีนั้นจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ รุนแรงถึงขนาดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สุขอนามัยของพี่น้องประชาชนนะคะ เพราะฉะนั้น ในพื้นที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนสักครู่ยังไม่ได้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกรอบของมลพิษ ที่ร้ายแรงและก็รุนแรงค่ะ ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีคณะกรรมการที่จะแก้ไขปัญหา มลพิษในท้องที่นะคะ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานในพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้ง ผลกระทบต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาดูแลเรื่อง สุขอนามัย นอกจากนั้นค่ะท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่ากระบวนการที่เราได้ทำงาน เรื่องของมลพิษในพื้นที่ของอำเภอนครหลวงจะเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานแต่ละ หน่วยงานเนื่องจากมีกฎหมายหลายฉบับ เราจึงต้องมีการบูรณาการในหน่วยงานเข้ามา ด้วยกันแล้วก็ใช้กลไกของแต่ละหน่วยนั้นขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของการ ปราบปรามก็ตาม เรื่องของการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของ กฎหมายของการเดินเรือที่ท่านมีความห่วงใย เรื่องของการตรวจวัดเสียงนะคะ เรื่องแผนงาน ป้องกันแล้วก็การควบคุมไม่ให้การเดินเรือนั้นมีเสียงดังต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอด ๒ ข้างทางของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทางแต่ละกระทรวงที่กำกับดูแลอยู่ก็ได้เพิ่ม ความเคร่งครัดแล้วก็ได้ใส่ใจแล้วก็ได้ลงไปกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดังนั้นก็ต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้สะท้อนปัญหาแล้วก็มีกระทู้ถาม ส่วนดิฉันเองในฐานะที่กำกับดูแล กรมเจ้าท่าแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใย ก็จะไปกำชับแล้วก็ได้ลงไป ตรวจสอบการทำงานรวมทั้งกำชับให้เจ้าของกิจการเหล่านั้นไม่ให้เกิดในเรื่องของควันพิษ เรื่องของการส่งเสียงดังต่อพี่น้องประชาชนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงในโอกาสต่อไปค่ะ ขอขอบพระคุณ สำหรับคำถามของท่านสมาชิกมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ