นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องการพัฒนาภาคเหนือตอนล่าง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม เช่น การจัด Zoning เกษตร การปรับปรุงระบบน้ำ และการสนับสนุนภาคเกษตรให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับผมเองต้องขอบคุณในส่วนของท่านรวี เล็กอุทัย ในฐานะที่เป็นผู้นำในการดำเนินการศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มภาคเหนือ ตอนล่างนะครับ ซึ่งประกอบด้วย ๙ จังหวัด เราก็ทราบกันดีอยู่ว่ามีอะไรบ้างใน ๙ จังหวัดนั้น จริง ๆ แล้วผมบอกตามตรงนะครับ อันนี้ผมไม่ได้ลำเอียงเพราะผมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ใน ภาคเหนือตอนล่าง แต่ถ้าเราลองพิจารณาดูดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาของ TDRI การศึกษา ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรืออีกหลาย ๆ องค์กรตลอดจนมหาวิทยาลัยทั้งหลายทั้งใน และนอกประเทศ ได้ระบุตรงกันว่าตรงนี้คือเพชรเม็ดงามของเมืองไทยใน ๙ จังหวัดนี่นะครับ เพียงแต่ว่ามีการมองข้าม การมองข้ามเพชรเม็ดนี้ไป เพชรเม็ดนี้อาจจะไม่ได้โด่งดังในเรื่อง อุตสาหกรรม อาจจะไม่ได้โด่งดังในเรื่องของบริการ แต่ในเรื่องของภาคเกษตรเป็นที่ยอมรับได้ ในภาคกลางในการเพาะปลูก วันหนึ่งข้างหน้าซึ่งอีกไม่นานนี้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำเค็ม รุกในพื้นที่เกษตรมีเกิดขึ้นแน่นอน ตอนนี้ก็รุกมาถึงจะเป็นหลักร้อยกิโลเมตรแล้ว แต่สำหรับภาคเหนือตอนล่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ ลุ่มน้ำ ๒๒ ลุ่มน้ำในประเทศไทย ๗ ลุ่มน้ำอยู่ที่นี่ แล้วก็เป็น ๗ ลุ่มน้ำที่ไม่ใช่มากระจุกตัว แต่เป็นการกระจายตัวอยู่ในทั้ง ๙ จังหวัดนะครับ เพชรบูรณ์ก็ลุ่มน้ำป่าสักนะครับ น่านก็มีทั้งอุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ทางภาคด้านตะวันตก ตากก็มีปิง มีวัง กำแพงเพชร ทุกอย่างมีความพร้อม ความสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าในการพัฒนาค่อนข้างที่จะด้อยกว่าเขานะครับโดยเฉพาะผมเอง ผมขออนุญาตพูดในแง่ของเศรษฐกิจเชิงของเกษตรกรรมอย่างเดียว จริงอยู่ว่าต่อไปนี้ เกษตรกรรมก็จะต้องมีการปรับตัว ผมเองเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ว่าพรรคไหนหรืออะไร อย่างไร จะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ในเรื่องของการจัด Zoning เกษตรเริ่มสักทีเถอะครับ ผมเอง ได้ยินคำว่าการจัด Zoning เกษตรการจัดพื้นที่เพาะปลูกแยกประเภทไปในการเพาะปลูก ตั้งแต่ผมเป็น สจ. เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนอยู่ที่พิษณุโลกจนบัดนี้ผมก็ได้ยินแต่ชื่อคำนี้ละครับ การทำงานที่ไม่จริงไม่จังของรัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลนี่นะครับ ผมเองอยากจะให้มีการ ปรับเปลี่ยน ผมถึงได้บอกว่าการบูรณาการขอให้บูรณาการกันแบบจริง ๆ จัง ๆ บูรณาการกันแบบตามคำนิยามที่ปรากฏอยู่ในพจนานุกรม ไม่ใช่บูรณาการกันแบบไทย ๆ บูรณาการกันแบบไทย ๆ อย่างที่ผมเคยพูดก็คือว่าต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ต่างคน ต่างแก้ปัญหา แล้วมารวมกันก็ต่อเมื่อมีคำสั่งให้บูรณาการ เรื่องนี้มันไม่ถูกแล้วครับมันก็แก้ไข ปัญหาไม่ได้ ในส่วนของภาคเกษตรกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เชื่อไหมว่าในส่วนของต้นทุน ในน้ำ ๑ ลูกบาศก์เมตรของชลประทานนี่จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวนี่ได้ ๕.๒๘ บาท นั่นคือข้าวนาปี แต่นาปรังน้อยหน่อยแค่ ๒๙ สตางค์เอง แต่เพิ่มให้อ้อยนี่อีก ๙.๘๐ บาท โดยต้นทุนน้ำจริง ๆ ของชลประทานต่อ ๑ ลูกบาศก์เมตรนี่คือ ๑.๔๙ บาท ทีนี้นอกจากตรงนี้ แล้วนี่ อันนั้นเป็นราคาต้นทุนน้ำของชลประทาน แต่อย่าลืมว่าในน้ำต้นทุนของชลประทาน มันยังมีแยกย่อยอีก มันยังไม่ได้สำเร็จเสร็จสิ้น ต้นทุนถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ชลประทาน จะมีการทำระบบชลประทานเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ และคลองซอยต่าง ๆ แต่นั่นน้ำไม่ได้ ถึงหัวไร่ปลายนา การที่เราจะให้น้ำถึงหัวไร่ปลายนา กองทุนจัดรูปที่ดินเป็นคนดำเนินการ และในต้นทุนของกองทุนจัดรูปที่ดินนี่ถ้าจะเป็นการจัดรูปที่ดินนี่ จะมีต้นทุนอีก ๒๒,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่ แล้วก็มีต้นทุนของถ้ามีการจัดรูปที่ดินในเรื่องของระบบน้ำต้องมีต้นทุน ๑๔,๐๐๐ บาท แต่ไม่ว่าจะ ๑๔,๐๐๐ บาท หรือ ๒๒,๐๐๐ บาท ตราบใดที่เราเองยังต้อง พึ่งพาเกษตร แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะจัด Zoning ได้อะไรได้ รัฐบาลก็ควรจะต้องดำเนินการ ในการที่จะหาน้ำให้ถึงหัวไร่ปลายนา เพราะทราบไหมครับว่าในทุก ๆ ชาวนาเวลาทำนานี่เชื่อ ไหมว่าในทุก ๆ ๑ ล็อก ผมไม่รู้ล็อกแต่ละบ้านจะคิดอย่างไร เอาละ ๑ ล็อกของผม ก็คือ ประมาณ ๑๐ ไร่ เสียค่าน้ำมันในฤดูหนึ่งเกือบ ๒,๐๐๐ บาท มันไม่ใช่น้อยในการเสีย ค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่างมันเป็นมุกเป็นเพชรเม็ดงาม ในประเทศไทยจะเพชรเม็ดงามเม็ดนี้มันยังไม่ได้เจียระไน การเจียระไนนี้ก็คืออยู่ที่รัฐบาล จะให้ความสำคัญ แล้วก็ให้ความสนใจที่จะบ่มเพาะ ให้การขัดถูเพชรเม็ดนี้ให้มันมีความ เงางามเจียระไนให้มันดี เพราะฉะนั้นผมขอฝากรัฐบาลให้ดูแลในภาคเกษตรให้ดีเพราะว่า ถ้าตราบใดท่านยังไม่สามารถจะจัด Zoning หรือว่าทำอะไรที่นอกเหนือจากการทำเกษตรได้ ก็จงรีบทำในเรื่องนี้ด้วยขอบคุณครับ